หัวข้อเรื่อง การเสวนาเรื่อง การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน และแนวทางการบอกรับในลักษณะ National Site License วิทยากรโดย นางสุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นางศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางพัชราวิไล พงษ์วิชชุลดา นักทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท สยามวิจัยและนวัตกรรม จำกัด ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางสาวสุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เวทีการเสวนาครั้งนี้ เป็นการกล่าวถึงการใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ในมหาวิทยาลัยภาครัฐ มหาวิทยาลัยภาคเอกชน และ หน่วยงานภาคธุรกิจ เอกชน ว่าหน่วยงานแต่ละแห่ง บอกรับฐานข้อมูลออนไลน์อะไรบ้าง และมีประสบการณ์ในการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์อย่างไร รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทาง ความเป็นไปได้ในการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในลักษณะ National Site License ในระดับประเทศไทย
มหาวิทยาลัยภาครัฐ กรณีของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ จำนวน 70 ชื่อ จากที่มา 3 แหล่ง คือ
1. สกอ. สนับสนุน จำนวน 13 ฐานข้อมูล
2. สำนักหอสมุด บอกรับเอง
3. หน่วยงานอื่น ๆ (ภาควิชา คณะ) ในมหาวิทยาลัยบอกรับให้ รวมทั้งฐานข้อมูลที่ได้รับฟรี
ฐานข้อมูลออนไลน์จากที่บอกรับทั้ง 3 แหล่ง รวมราคาหลายล้านบาท สำหรับประเด็นการพิจารณาเรื่องความคุ้มค่า คิดว่าสถิติการใช้เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า ฐานข้อมูลออนไลน์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการเรียน การสอน และการวิจัย
มหาวิทยาลัยภาคเอกชน มีความร่วมมือของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในชุดคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (อพส.) มีความร่วมมือกันในหลายด้าน คือ
1. การร่วมกันบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในรูปของภาคีเครือข่าย ประเด็นสำคัญในการเจรจาต่อรอง คือ ไม่นับ FTE เป็นเกณฑ์ในการคิดราคา แต่ใช้จำนวนผู้ใช้จริง (User)
2. การช่วยเหลือกันในรูปของ Inter-library loan
3. การให้ความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลออนไลน์
4. กระตุ้นให้ภาครัฐซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ เห็นความสำคัญของการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ และผลักดันให้เกิดการบอกรับในระดับประเทศ โดยไม่มีขอบเขตภาครัฐและเอกชน ขอให้ภาคเอกชนได้ร่วมใช้ฐานข้อมูลด้วย
และนำเสนอกรณีการศึกษา National Site Licesne ประเทศเกาหลี ในโครงการ Korean Electronic Site License Initiative (KESLI)
หน่วยงานภาคธุรกิจ เอกชน เห็นว่าทุกภาคส่วนต้องใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ ซึ่งมีความสำคัญ เดิมภาคเอกชนใช้บริการจากภาครัฐ ปัจจุบันองค์กรภาคเอกชนกำลังพัฒนาเป็น Innovation ปูนซีเมนต์มุ่งเป็น Innovation Organization จำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูล ต้องเป็นสมาชิกเอง ไม่มีภาคีความร่วมมือใด ๆ การบอกรับฐานข้อมูลกำหนดด้วยจำนวนคน (FTE) เหมือนภาครัฐ การต่อรองไม่ธรรมดา ถ้าเป็น SME เล็ก ๆ คงยาก นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกกับห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อขอใช้บริการฐานข้อมูลด้วย ให้ข้อคิดเห็นว่า การร่วมมือกันนั้น หน่วยงานขนาดเล็กกับเล็กนั้นง่าย แต่หากเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่กับเล็กนั้นยาก โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่าย
ในด้านหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เกี่ยวข้องกับ National Site License ด้วยเป็นองค์กรวิจัย อยากมองภาพรวมของประเทศ ในบทบาทงานวิจัย การเข้าถึงข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ เป้าหมายของประเทศ คือ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สิ่งที่เราอ่อนคือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ICT รวมทั้งกำลังคน ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่ สวทช. เกี่ยวข้อง คือ การวิจัยและพัฒนา สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ต้องเพิ่มมูลค่าการวิจัย จากเดิม 0.02 เพิ่มขึ้นเป็น 1% (ของ GDP) และปรับสัดส่วนในการวิจัย ทั้งภาครัฐและเอกชน เอื้อให้ทำกิจกรรมวิจัยได้มากขึ้น ทรัพยากรสารสนเทศสำคัญเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ งานวิจัยใหม่
STKS จัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ฐานข้อมูลออนไลน์ให้กับ สวทช. ราคาค่าบอกรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6-8% โดยพยายามทำงานร่วมกับเครือข่าย ดีขึ้นกว่าเดิม ใช่จ่ายน้อยลง คุ้มค่่ามากขึ้น ในภาพรวมของประเทศควรมีการจัดโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างเป็นระบบด้วย ขณะนี้กำลังมีการศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย ความเป็นไปได้ กลไก และรูปแบบที่เหมาะสมในการบอกรับในลักษณะ National Site License ของประเทศไทย เดิมมีระดับหนึ่งคือ สกอ. แต่มีข้อจำกัด ไม่รวมภาคเอกชน ธุรกิจ ประเด็นการเข้าถึง สกอ. ยังไม่กว้างขวางเท่าที่ควร National Site License ควรสนับสนุนภาคเอกชนด้วย โดยพยายามศึกษากรณีตัวอย่าง National Site License จากหลายประเทศ บางประเทศเป็น Education, Research บางประเทศเน้นประชากรทั้งประเทศ ไม่จำกัดเนื้อหาเฉพาะ S&T
อย่างไรก็ตามการศึกษาวิจัยเชิงนโยบายต้องมีข้อมูลประกอบ เช่น สถานภาพการบอกรับ ค่าใช้จ่าย จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานช่วยกันให้ข้อมูล ที่สำคัญขณะนี้กำลังมีแรงผลักดัน (Momentum) ฝ่ายวิจัยนโยบาย สวทช. ร่วมกับ STKS จัดเตรียมโครงการวิจัยเชิงนโยบาย ศึกษาแนวทางและรูปแบบในการขับเคลื่อน National Site License นำเสนอในการประชุม Thai National Research Repository (TNRR) โครงการคลังข้อมูลงานวิจัยไทย ที่มีหน่วยให้ทุนวิจัยหลักของประเทศ หน่วยงาน 5 ส. 1 ว. โครงสร้างวิจัย คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่มี วช. เป็นเจ้าภาพ และให้ไปสู่การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ที่เป็นหน่วยกำหนดนโยบายทิศทางวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศต่อไป