ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่มีจำนวนทรัพยากรสารสนเทศเป็นจำนวนมาก ในการให้บริการแก่ผู้ใช้ห้อง สมุด ทรัพยากรสารสนเทศเหล่านี้ ประกอบด้วยสื่อตีพิมพ์ และสื่อไม่ตีพิมพ์ และในปัจจุบันมีการ ประกาศใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ ห้องสมุด ซึ่งมี คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมากในเข้าใช้/เข้าถึง สารสนเทศต่างๆ จึงจำเป็นต้องมี มาตรการ มีความระมัดระวังในการให้บริการมากขึ้น
โดยทั่วไป การรักษาความปลอดภัยของห้องสมุดมีดังนี้
Read the rest of this entry »
การประชุมวิชาการประจำปี 2555 สวทช. (NAC 2012) หัวข้อหลัก ” รู้ สู้ พิบัติภัย ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” ช่วงวันที่ 26-28 มีนาคม 2555 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัด ปทุมธานี สรุปหัวข้อการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเตรียมความพร้อมรับมือกับ Emerging Technology (Nanosafety Roadmap) ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 เวลา 9.00 – 12.00 น. จัดโดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ United Nations Institute for Training and Research (UNITAR) และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม (สวทน.) ปัจจุบันโลกมีความก้าวหน้าในเรื่อง ผลิตภัณฑ์นาโนอย่างมาก ในทุกๆประเภท ตัวอย่างเช่น สีนาโน เสื้อนาโน เครื่องสำอางนาโน ไม้แร็กเก็ตเทนนิส ฯลฯ มีมูลค่าสูงถึง พันล้านเหรียญสหรัฐ และผลิตภัณฑ์นาโนเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับ สุขภาพของมนุษย์ สภาวะสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยเห็นความสำคัญของเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยในเรื่องนี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดทำแผน นโยบาย กลยุทธ์ มาตรการ แผนที่นำทาง Roadmap ทำการระดมสมองผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ โดยใช้คู่มือนำทางของ UNITAR เป็นหลัก
การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น การกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์เป้นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่ประเทศไทยกำลังพิจารณา ในขณะที่ทั่วโลกมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เดินเครื่องมานานกว่า 50 ปี
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2554 จากกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี จัดพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแมนฮัตตั้น อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี ดร.สมนึก ศิริสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สำนักผู้อำนวยการ เอ็มเทค และคณะ ให้เกียรติเข้ารับมอบรางวัลในครั้งนี้
องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ตีพิมพ์ผลการศึกษาจำนวน 678 หน้าเรื่องความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ที่ได้จากวิธีโคลนนิ่ง (Cloning) หรือวิธีลอกเลียนแบบทางพันธุกรรม สรุปผลได้ว่าเนื้อและนมจากสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้มีความเสี่ยงแตกต่างไปจากเนื้อสัตว์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป
นับว่าเป็นโอกาสดีที่บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพจะผลิตเนื้อสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมสู่ท้องตลาดเพื่อแข่งกับเนื้อสัตว์ธรรมดา ในปัจจุบันบริษัท ViaGen ได้ครอบครองวัวและสุกรที่เกิดจากวิธีโคลนนิ่งประมาณ 250 ตัวโดยใช้เป็นเพียงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพราะไม่สามารถขายผลิตผลเนื้อและนมได้ องค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ทำการวิจัยวิเคราะห์ความเสี่ยงของผลผลิตเนื้อสัตว์ ผลิตผลเนื้อและนมจากสัตว์จากวิธีโคลนนิ่งมีความเสี่ยงไม่แตกต่างจากผลิตผลที่ได้จากสัตว์ที่ผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ โดยได้ลงผลงานและข้อมูลการวิจัยไว้ในเว็บไซต์ขององค์กรฯ เพื่อให้ประชาชนได้อ่านและเข้าใจข้อมูลสัตว์ลอกเลียนพันธุกรรมอย่างถูกต้อง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388—-12550
จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และยาซึ่งเป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีนาโนในสหรัฐฯ ทำให้องค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and Drug Administration : FDA) หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ จากรายงาน Nanotechnlogy Task Force Report เสนอให้ FDA จัดทำแนวทางและการมีบทบาทมากขึ้นในการชี้ประโยชน์และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รายงานได้สรุปประเด็นด้านกฎหมายและด้านวิทยาศาสตร์
ประเด็นด้านกฎหมาย FDA มีหน้าที่ควบคุมดูแลผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโน ดังนั้น FDA มีความสามารถในการชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุนาโนได้หรือไม่ หรือขอบเขตในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึง FDA ควรกำหนดให้มีการติดฉลากหรือการขออนุญาตเพื่อติดฉลากผลิตภัณฑ์ ขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของเทคโนโลยีนาโนเพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมดูแลมีประสิทธิภาพจริง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/367—-82550
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้พิมพ์เอกสารทางวิชาการ 3 ฉบับเกี่ยวกับสัตว์โคลนนิ่งในส่วนนโยบายและแนวทางการควบคุมตามกฎหมายได้แก่
เอกสารดังกล่าวมีการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ.2545 และหลังจากนั้นมีการปรับปรุงด้านการประเมินความเสี่ยงโดยเพิ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดเข้าไปจนได้ข้อสรุปสุดท้ายในปีนี้ ในปี พ.ศ.2544 กลุ่มผู้ผลิตอาหารในสหรัฐฯ ตกลงกันที่จะละเว้นการนำเนื้อหรือนมจากสัตว์โคลนนิ่งหรือลูกหลานของมันมาใช้ในการเป็นอาหารมนุษย์จนกว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะทำการประเมินผลด้านความปลอดภัยอาหารแล้วเสร็จ รายงานดังกล่าวยังยอมรับว่าประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นนอกเหนือ จากเรื่องสุขภาพมนุษย์ผู้บริโภคสัตว์โคลนนิ่งยังมีประเด็นด้านศีลธรรม ศาสนา และจริยธรรม แต่ไม่ได้มีการพิจารณาเพราะองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจดูแลตามกฎหมาย
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/343—-12551
NSF และ USEPA สนับสนุนงบ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 National Science Foundation (NSF) และ United States Environmental Protection Agency (USEPA) ประกาศสนับสนุนงบประมาณ 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยแห่งใหม่ เพื่อศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีนาโน โดยมีมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) และมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจอลิส (UCLA)เป็นผู้นำ
เหตุผลของการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว คือ เมื่อนักวิจัยต่างๆ สามารถเข้าใจว่าอนุภาคนาโนในมิติใดมิติหนึ่งทำปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมอย่างไรแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลมาปรับปรุงการประเมินความเสี่ยง รวมถึงการช่วยให้ได้ข้อมูลที่ดีกว่าเดิมแก่ผู้วางนโยบาย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีนาโนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันวัสดุนาโนมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังไม่มีการควบคุมดูแลเป็นการเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม
ศูนย์วิจัย 2 แห่งที่วางแผนดำเนินการ ได้แก่
การจัดตั้งศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังความพยายามของประเทศต่างๆ ที่ยกเรื่องผลกระทบของวัสดุนาโนที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ทั้งนี้ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง มีหน้าที่สนับสนุน National Nanotechnology Institute (NNI) ซึ่งเป็น consortium ของหน่วยงานรัฐ รวม 25 แห่ง เพื่อศึกษา ควบคุมและดูแลเทคโนโลยีนาโน
ความคาดหวังจากการจัดตั้งศูนย์วิจัยดังกล่าว คือ การช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของวัสดุนาโน และความพยายามคาดการณ์ความเสี่ยง ขณะที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปในแต่ละวัน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/316—-102551–2551
ปัจจุบันกฎข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพกำลังเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดถูกผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีนาโนซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนทางเคมีมากยิ่งขึ้น ปัญหาหลัก ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไขมี 3 ประการ ประการแรก ได้แก่ การที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่สามารถระบุได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดใดมีวัสดุนาโนเป็นองค์ประกอบบ้าง ถ้าผู้ผลิตไม่แจ้งให้ทราบ ประการที่สอง ถึงแม้ว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะตระหนักถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีวัสดุนาโนเป็นส่วนประกอบ แต่กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ ประการสุดท้าย องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ยังขาดแหล่งข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะควบคุมด้านวัสดุนาโนในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่างมีประสิทธิภาพได้ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกำหนดให้ชัดเจนว่าผลิตภัฑณ์ชนิดใดบ้างที่จำเป็นต้องตรวจสอบด้านความปลอดภัยและควรใช้การตรวจสอบรูปแบบใด นอกจากนี้รัฐสภาสหรัฐฯ ควรจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอให้แก่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการกำหนดกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่าง ๆ ตลอดจนควรมีมติเป็นตัวบทกฎหมายให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ มีอำนาจในการเก็บรวบรวมข้อมูลของผลิตภัณฑ์
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/259—-12552
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจัดทำแผนงานสร้างความตระหนักความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการสำหรับประเทศกำลังพัฒนา หากสารเคมีตกอยู่ในมือของคนที่ไม่ประสงค์ดีแล้วย่อมจะนำมาซึ่งความวุ่นวายและความเสียหาย ดังตัวอย่าง การใช้แก๊สทำลายประสาท Sarin ทำร้ายคนในรถไฟใต้ดินในประเทศญี่ปุ่นในปี 1995 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 12 คน และมีคนได้รับบาดเจ็บนับพันคน การที่ขาดการใส่ใจในการรักษาความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ กลายเป็นเป้าหมายสำหรับผู้ก่อการร้ายในการเข้าไปลักลอบใช้สารเคมี เพราะที่ผ่านมา ประเทศกำลังพัฒนาได้นึกถึงเพียงประเด็นเรื่องงบประมาณมากกว่าความปลอดภัย ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/226—-12553
สารปรอทเป็น 1 ใน 4 สารพิษอันตรายที่อาจพบได้ภายในที่อยู่อาศัย เช่น ควันบุหรี่ เชื้อรา สารปรอท โดยมักมาจากการปนเปื้อนในสารอาหาร โดยเฉพาะในปลาทะเลตัวใหญ่ เช่น ฉลาม ปลาทูน่า ฯลฯ เนื่องจากปลาใหญ่เหล่านี้ มีช่วงชีวิตยืนยาวกินปลาเล็กๆ เป็นอาหาร จึงมีโอกาสที่จะมีสารปรอทสะสมอยู่มาก ซึ่งสารปรอทในทะเล ก็มาจากการปนเปื้อนสารปรอทจากโรงงานอุตสาหกรรมนั่นเอง Read the rest of this entry »
วันนี้ขอนำเสนอเว็บไซต์ที่มีความรู้ด้านสารเคมี และความปลอดภัยด้านสารเคมี อย่างที่เรียกว่า เพียบ เลยทีเดียว อยากเชิญชวนให้เข้าไปชมค่ะ ที่ http://www.chemtrack.org
มีสารพัดสารพันความรู้เกี่ยวกับสารเคมี จัดเป็นคอลัมน์ ที่น่าติดตาม เช่น เรียนรู้จากข่าว (นำเกร็ดเรื่องสารเคมี ที่เกิดเป็นข่าว ขึ้นมาเขียน) สารเคมีในชีวิตประจำวัน พิษภัยใกล้ตัว ด้วยผู้เขียนที่ทรงคุณวุฒิ อ่านแล้วได้ความรู้ เพียบ รวมทั้ง มีช่องทางให้เข้ามาสอบถาม คำถามเกี่ยวกับเรื่องสารเคมี
ถ้าคุณเป็นพวกบ้างาน ทำงานทั้งวันทั้งคืน (ซึ่งมีจริงๆ ดิฉันเคยเจอมาแล้ว) วันหยุดไม่หยุด (ทำงาน) อย่างนี้เป็นต้น พอตื่นเช้าขึ้นมาอาจจะมีอาการอย่างหนึ่งที่่เรียกว่าอาการเครียดทางประสาท คุณจะปวดหัว มึนศีรษะ ความต้านทานทางอารมณ์ต่ำ ซึ่งเป็นเพราะร่ายกายพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง แต่อาการเหล่านี้สามารถปัดเปาให้บรรเทาได้โดยไม่ต้องพึ่งยาให้มากเพราะการทานยาบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยส่งผลดีต่อเราเท่าไร (ยกเว้นท่านที่มีโรคประจำที่ทำให้ต้องทานยาสม่ำเสมอ) เคล็ดลับมันอยู่ตรงนี้ Read the rest of this entry »
การปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้ 10 ขั้นตอน มามะ มา join กัน join กัน ดูกันนิดนึง จะได้มีแนวปฏิบัติกันไว้ ไม่อยากค่ะ Read the rest of this entry »
ควันไฟจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ สามารถคร่าชีวิตคุณได้ เพราะภายในเวลา 1 วินาที ควันไฟสามารถลอยสูงขึ้นไปได้ถึง 3 เมตร และภายใน 1 นาที ควันไฟสามารถลอยขึ้นไปได้สูงเท่ากับตึก 60 ชั้น