STKS ได้พัฒนา Extension ในรูปแบบ Plug-ins สำหรับ Joomla เพื่อปรับฟังก์ชันสืบค้นของ Joomla ให้สืบค้นทะลุไปยังคลังความรู้สถาบันที่พัฒนาด้วย DSpace โดยได้กำหนดต้นแหล่งให้สืบค้นไปที่ NSTDA IR ของ สวทช. ซึ่งผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Source code แล้วปรับแก้ไข URL ของคลังความรู้สถาบันที่พัฒนาด้วย DSpace ให้ตรงกับแหล่งข้อมูลของท่านได้ต่อไป
เว็บไซต์ slideshare.net เป็นอีกหนึ่งเว็บในกลุ่ม Social Networking ที่รองรับการทำคลังเอกสารส่วนตัว และคลังเอกสารสาธารณะได้เป็นอย่างดี ท่านที่มีเอกสาร word, presentation และต้องการเผยแพร่ออกสู่อินเทอร์เน็ตเพื่อบริการความรู้ออนไลน์ ลองใช้บริการ Slideshare ดูสิครับ เอกสารที่เผยแพร่นี้จะถูกแปลงเป็น Flash Presentation และนำไปใช้งานต่อได้ง่าย ไม่ต้องมาเสียเวลากับการคลิกดาวน์โหลดและเปิด หรือปัญหาเกี่ยวกับ Version ของโปรแกรมที่ใช้เปิดไม่ตรงกับโปรแกรมที่ใช้สร้างผลงาน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งเพื่อช่วยนำเสนอผ่านเว็บต่างๆ ได้ง่าย ผสานกับ Facebook, LinkedIn, WordPress ได้ทันที
อย่างไรก็ตามก็ขอให้มั่นใจว่าเอกสารที่นำเข้า Slideshare เป็นเอกสารที่เหมาะสมทั้งที่จะเผยแพร่ได้นะครับ หรือหากท่านต้องการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงก็ไปเลือกระบุเงื่อนไข Privacy กำกับเอกสารแต่ละชิ้นได้อิสระ รวมทั้งกำหนดสิทธิ์ดาวน์โหลดเอกสารต้นฉบับได้เช่นกัน
เครื่องมือชิ้นนี้น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ทั้งส่วนตัว การเรียนการสอน และหน่วยงานได้นะครับ ลองดูสิครับ
กระแสห้องสมุดิจิทัล คลังความรู้ดิจิทัล Institutional Repository มาแรงมากในช่วงนี้ มีแนวคิดทั้งนโยบาย งบประมาณ และแผนดำเนินการหลากหลายหน่วยงานเพื่อสร้างสรรค์ระบบข้างต้น แต่เมื่อได้ศึกษารายละเอียดกลับพบว่าเกือบทุกหน่วยงาน ตกหล่นประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหา/สื่อดิจิทัลที่จะนำเข้าสู่ระบบดังกล่าว ว่าควรพิจารณาประเด็นใดบ้าง เช่น มาตรฐานเนื้อหา/สื่อดิจิทัล การได้มาของเนื้อหา การประกาศลิขสิทธิ์ การแลกเปลี่ยน การใช้งานร่วมกัน Read the rest of this entry »
บรรณารักษ์คงต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยในกรรมวิธีการจัดระเบียบความรู้ เพราะถ้าให้นักวิจัยเสนอเอง (คงยาก) บรรณารักษ์คงต้อง provide บริการต่างๆ แลกเปลี่ยนความรู้ ต้องมีอะไรให้เจ้าของความรู้ (นักวิจัย) กลั่นกรองงานออกมาเป็นความรู้ บรรณารักษ์เป็นคนวางกรอบ วาง site map ให้ตามกระบวนที่ผู้ใช้ต้องการใช้ข้อมูลนั้นจริงๆ บรรณารักษ์คงต้องทำหน้าที่ย่อยของสด (ความรู้ของนักวิจัย) กลั่นกรองให้เข้ากับมาตรฐาน
แต่ว่า นักวิจัยมี knowledge หรือสาระมหาศาล กระจัดกระจายมากมายหลายรูปแบบ ประเด็นก็คือ บรรณารักษ์มองออกหรือไม่ว่า อะไร คือ สาระ และจะดึงออกมาให้เป็นประโยชน์้ต่อสังคมได้อย่างไร
ประเทศไทยหลายหน่วยงานมีการจัดทำ IR (Institutional Repository) เท่าที่ทราบก็จะมี AIT, จุฬาฯ, สวทช. (โดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), ม. ศรีปทุม ส่วนมากก็จะใช้โปรแกรม DSpace เป็นตัวทำคลังเก็บความรู้ดิจิทัลทางวิชาการของนักวิจัย คณาจารย์ บุคลากรของแต่ละแห่ง แต่เมื่อเข้าไปสืบค้นดูว่าแห่งใดได้ขึ้นทะเบียนเป็น open access repository บ้าง พบว่ามีเพียงแห่งเดียว คือ AIT โดยจดทะเบียนไว้ที่ OpenDOAR (http://www.opendoar.org/) ภายใต้โครงการ KIDS-D
คงเกี่ยวข้องกับอีกหลายหัวข้อ เช่น open access, OAI หรือ Open Archive Initiative เป็นต้น ท่านที่สนใจในการทำคลังความรู้ การทำ IR, การทำ self-archiving จะทยอยเขียนใน NSTDA Blog เรื่อยๆ คอยติดตามอ่านนะคะ