สุขภาพที่ดีและแข็งแรง ไม่มีโรคภัยร้ายแรงใด ๆ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงปรารถนา และพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่ เพื่อยื้อเวลาหรือหยุดยั้งความเจ็บป่วย รวมทั้งความชราตามวิถีเวลาของธรรมชาติ
แต่หากมีวิธีช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ พบกับบทความ
Why wait for health reform, 10 Ways to cut costs right now ในวารสาร Business Week ฉบับวันที่ 23 November 2009
สนใจอ่านตัวเล่มได้ที่ STKS http://stks.or.th
New Influenza Virus 2009
ทุกวันนี้ไข้หวัด 2009 กำลังระบาดทำให้หลายคนกลัวการติดเชื้อจึงจำเป็นต้องระวังตัวเองให้มากขึ้นและได้มีประกาศการรักษา และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุขคือ การรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย เช่น มีอาการไอมีน้ำมูก หรือมีไข้ต่ำๆและรับประทานอาหารได้อาจไปพบแพทย์ที่คลินิก หรือขอรับยาและคำแนะนำจากเภสัชกรใกล้บ้าน ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่อาจป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ และเบาหวาน เป็นต้น) ผู้ที่มีโรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้การรักษาอย่างเหมาะสมรวมทั้งยาต้านไวรัส คือยาโอลเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) ซึ่งเป็นยาชนิดกินหากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 2 วันหลังเริ่มป่วย จะให้ผลการรักษาดี
ได้รับข้อมูลE-mail จากคนหนึ่งเขาบอกว่ามาการป้องกันไข้หวัด2009อย่างง่ายๆคือ ให้ใช้น้ำมันเหลือง หรือ พวกยาดมน้ำ วาเป๊กซ์ ยาหม่อง หรือ ยาหม่องน้ำ ที่มีคุณสมบัติเผ็ดร้อนเย็นนั้นทาบริเวณจมูกเพราะจะทำให้ไวรัสที่เข้าทางปาก จมูก หรือที่แพร่อยู่ในอากาศตายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วดังนั้นถ้าเราใช้หน้ากากป้องกันโรคแล้วทายาดมน้ำที่หน้ากากบริเวณจมูกจะทำให้ไว้รัสที่มาเกาะอ่อนแอลง หรือถ้าเราไม่ใส่หน้ากากแล้วทายาดมนี้บริเวณจมูกบ่อยๆจะทำให้ไว้รัสที่หลุดเข้ามาอ่อนแอลงและทำแบบนี้สัก2-3อาทิตย์ไวรัสนี้ก็เริ่มหมดไปและไม่มีพาหะนำโรค สิ่งที่นำมาเสนอนี้อาจมีคนบางส่วนทราบบ้างแล้ว แต่ข้อมูลนี้ยืนยันได้เพราะมาจากเภสัชกรท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีนและ ข้อมูลนี้จริงหรือไม่นั้นยังคงต้องได้รับการพิสูจน์ต่อไปงั้นลองทำ ดูเผื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันไวรัส 2009 ในแบบง่ายๆค่ะ