»
S
I
D
E
B
A
R
«
รัฐบาลโอบามาเปิดเผยแผนด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy Blueprint) และการลงทุนการวิจัยและพัฒนาใหม่
Jun 29th, 2012 by ratana 35 views

แผนเศรษฐกิจชีวภาพ จะเป็นแนวทางให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสร้างความร่วมมือและเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างแรงงาน ปรับปรุงสุขภาพของชาวอเมริกา และขับเคลื่อนอนาคตด้านพลังงานสะอาดโดยการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้แผนด้านเศรษฐกิจชีวภาพได้กำหนดวัตถุประสงค์ยุทธศาสตร์ไว้ทั้งด้านการสนับสนุนการลงทุนด้าน R&D ที่จะเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจชีวภาพของสหรัฐฯ ในอนาคต เนื่องจากสาขา R&D เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ด้านอำนวยความสะดวกแก่การส่งผ่านงานด้านชีวภาพจากห้องปฏิบัติการวิจัยไปสู่ตลาด รวมถึงเน้นในงานวิจัยจากห้องทดลองและประยุกต์ใช้กับคนไข้ และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครื่องมือใหม่

คณะรัฐบาลฯ มุ่งเน้นให้นำผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ ด้านการพัฒนาและปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรค เพิ่มความเร็วและคาดการณ์กระบวนการใช้อำนาจรัฐ และลดค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองดูแลสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ด้านทำโปรแกรมการฝึกอบรมให้ทันสมัยและสัมพันธ์กับสิ่งจูงใจของสถานบันวิชาการ ด้านการค้นหาและสนับสนุนโอกาสเพื่อพัฒนาพันธมิตรระหว่างรัฐ-เอกชน และการสร้างความร่วมมือก่อนช่วงการแข่งขัน แผนฯยังกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำสิ่งจูงใจใหม่ๆซึ่งไม่ใช่แต่เพียงสร้างพันธมิตรระหว่างรัฐ-เอกชน ยังรวมไปถึงการสร้างความมือก่อนการแข่งขันในกลุ่มเอกชนเพื่อได้ประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพร่วมกัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555

Share
แผนปฏิรูปภาษีก่อให้เกิดความเคลือบแคลง
Jun 28th, 2012 by ratana 1 views

จากแผนการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในการปฏิรูปภาษีธุรกิจโดยลดอัตราภาษีต่างๆ และการยกเลิกการลดหย่อนภาษีและเงินสนับสนุนหลายสิบรายการก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากอุตสาหกรรมเคมีและธุรกิจอื่นๆ เนื่องเกรงว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับโลก แต่กลุ่มธุรกิจต่างๆกลับไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้

แผนปฏิรูปภาษีไม่สามารถตอบโจทย์ได้ และอีกหลายองค์กรวิจารณ์ว่าแผนดังกล่าวไม่สามารถสร้างรายได้จากภาษีได้มากกว่านี้ ในทางกลับกันพบว่าบริษัทใหญ่ในสหรัฐฯไม่จ่าย Federal Tax ให้แก่สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และหลายๆ บริษัทยังได้รับเงินช่วยเหลือต่างๆจากรัฐบาลแม้ว่าบริษัทเหล่านั้นจะทำกำไรได้จำนวนมากและค่าเฉลี่ยของภาษีที่แท้จริง ในรัฐสภาพรรครีพับลีกันมีปฏิกิริยาในเชิงลบอย่างมากและประณามโอบามาที่เพิกเฉยต่อคำแนะนำของพรรครีพับลีกันในการลดอัตราภาษีเงินได้ให้อยู่ที่ร้อยละ 25

แผนดังกล่าวจะก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีและจะไม่สิ้นสุดจนกว่าหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน นี้ “ธุรกิจต่างต้องการความมั่นคง ความไม่ซับซ้อนและความยุติธรรม และการนำเอาระบบภาษีสมัยใหม่มาใช้ทดแทนระบบที่เราใช้กันอยู่ขณะนี้ จะถือเป็น จะถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญหนึ่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555

Share
การลดอาการไอ
Jun 27th, 2012 by ratana 56 views

อาการไอมักเป็นควบคู่กับไข้หวัด หรือแม้แต่การกระตุ้นด้วยควัน หรือละอองเกสรต่างๆ ที่มีอยู่ในอากาศ ที่ผ่านเข้าไปในระบบทางเดินหายใจของเรา ซึ่งเรามักจะไม่ทราบว่าจะมีอะไรบ้างผ่านเขาไปในระบบทางเดินหายใจของเรา

ปัจจุบันแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ต่างๆยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ การศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ได้แนะนำว่าเซลล์ประสาทในระบบทางเดินหายใจอาจเป็นจุดสนใจจุดใหม่ เพื่อใช้เป็นทางเลือกใหม่ในการบำบัดอาการไอ เซลล์ประสาททำหน้าที่เป็นส่งข่าว โดยการส่งข้อมูลจากส่วนต่างๆของร่างกายไปยังสมองของคนเรา และสมองก็จะสั่งการกลับมายังส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยผ่านทางเซลล์ประสาทตัวรับรู้ (receptor) เมื่อ receptorได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าไม่ว่าจะเป็นควันหรือละอองเกสรดอกไม้ที่ผ่านเข้าไปในระบบทางเดินหายใจผ่านทางปากและจมูก receptor ก็จะส่งข้อมูลไปยังสมองว่ามีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย ส่วนสมองก็จะสั่งการกลับด้วยอาการไอเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นออกไป

นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามค้นหา receptor ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า TRPV1 มีบทบาทในส่วนของอาการไอและความรู้สึกเจ็บปวด TRPV1 ยังสามารถตรวจหาส่วนประกอบที่มีอยู่ในวาซาบิและมัสตาร์ดได้ ซึ่ง receptor ตัวนี้สามารถตอบสนองต่อความหลากหลายของการระคายเคืองที่เกิดขึ้นจากการหายใจ รวมทั้งกระเทียมและควันบุหรี่   TRPA1 อาจจนำไปสู่ยาที่ใช้รักษาอาการไอชนิดใหม่ รวมทั้งวิธีการใหม่ที่ใช้รักษาอาการไอด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ื้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555
Share
อาการเบื่อสังคมทำให้อ้วน
Jun 26th, 2012 by ratana 141 views

ผุ้ที่มีสภาวะเบื่อสังคม (Social Jetlag) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานไม่สัมพันธ์ระหว่างนาฬิกาภายในร่างกาย (body’s internal clock) กับการใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นจริงของคนเรา ส่งผลทำให้เกิดอาการง่วงนอน และยังทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วย

เนื่องมาจากความคลาดเคลื่อนระหว่างเวลาของนาฬิกาทางกายภาพและนาฬิกาทางสังคมที่มีมากขึ้น มีสาเหตุมากจากอาการเรื้อรังของการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่ และดื่มแอลกฮอล์และคาแฟอีนมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วย เราไม่สามารถตั้งค่านาฬิกาชีวิต (biological clock) ได้ตามความต้องการเหมือนกับนาฬิกาทั่วไป แต่มันสามารถปรับเปลี่ยนได้เองด้วยแสงสว่างในเวลากลางวันและความมืดในเวลาลางคืน เพื่อเหมาะสมที่สุดสำหรับการนอนหลับและการตื่น แต่ในสังคมใหม่เกิดความแตกต่างระหว่างนาฬิกาในร่างกายกับความต้องการของร่างกายที่มีแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น เพื่อตรวจสอบความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทีมวิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากที่มีต่อพฤติกรรมการนอนหลับและการตื่นของมนุษย์ จากนั้นทางคณะนักวิจัยจะใช้ข้อมูลที่ได้นี้มาสร้าง Word sleep mapได้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ ที่รวบรวมส่วนสูง น้ำหนัก และรูปแบบการนอนหลับของผู้ถูกวิจัยด้วย จากการวิเคราะห์ผู้ที่มีอาการ Social jetlag ที่รุนแรง มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นด้วยหรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าผู้ที่ใช้ชีวิตที่สวนทางกับนาฬิกาชีวิตอาจเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการลามไปถึงการเป็นโรคอ้วนได้อีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555

Share
เรือดำน้ำไมโครลำแรกที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยทำความสะอาดน้ำมันที่รั่วไหล
Jun 20th, 2012 by ratana 37 views

Joseph Wang และคณะได้อธิบายถึงความแตกต่างของเครื่องจักรกลขนาดไมโครในแต่ละรุ่น ซึ่งเรือดำน้ำมีขนาดความกว้างน้อยกว่าเส้นผมประมาณ 10 เท่า และสามารถช่วยทำความสะอาดน้ำมันที่รั่วไหลได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยน้ำที่มีการปนเปื้อนน้ำมันออกไปยังสิ่งแวดล้อม เป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการแยกน้ำมันออกจากน้ำในมหาสมุทรและภายในโรงงานต่างๆ ทีมงานของ Wang ได้พัฒนาเรือดำน้ำไมโครที่ต้องการเชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อยและเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว

จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าเรือดำน้ำไมโครรูปกรวยสามารถเก็บรวบรวมหยดน้ำมันมะกอกและน้ำมันเครื่องในน้ำ และทำการลำเลียงผ่านน้ำได้ เรือดำน้ำขนาดไมโครนี้มีการเคลือบผิวด้วยสารชนิดพิเศษ ทำให้พวกมันกลายเป็น super hydrophobic ที่สามารถป้องกันน้ำและสามารถดูดซับน้ำมันได้เป็นอย่างดี จากผลการทดสอบเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเรือดำน้ำไมโครสามารถเก็บรวบรวมน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในตัวอย่างน้ำที่มีน้ำมันปนเปื้อน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-doc-archives/doc_download/1132—-62555

Share
สกู๊ปจากหน้าปก: USA Science & Engineering Festival
Jun 1st, 2012 by waree 56 views

สกู๊ปจากหน้าปกฉบับนี้จะพาไปเที่ยวงาน USA Science & Engineering Festival
ซึ่งถือเป็นงานนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา จุดประสงค์ของงานนี้คือ เพื่อกระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ โดยนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ ให้ความสนุกสนานในขณะเดียวกันก็ให้สาระความรู้ไปด้วย งานนิทรรศการประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สร้างความบันเทิงและอัดแน่นด้วยสาระความรู้เชิงวิทยาศาสตร์หลายแขนง ซึ่งได้รับการตอบรับจากสาธารณะเป็นอย่างดี

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
บทสัมภาษณ์: ศ.ดร. รัตติกร บุณญวัฒน์(ฮิวเวท) Cloud computing
Jun 1st, 2012 by waree 71 views

บทสัมภาษณ์: ศ.ดร. รัตติกร บุณญวัฒน์(ฮิวเวท) Cloud computing Outsourcing Initiative Project for Thailand

บทสัมภาษณ์ของ ศ.ดร. รัตติกร บุณญวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่เป็นศาสตราจารย์ในอเมริกาด้วยปริญญาเอกทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ดร.รัตติกร มีแผน 5 ปีที่จะสร้างนักพัฒนาซอฟแวร์ชาวไทยให้มีความรู้เกี่ยวกับ Cloud computing เพื่อให้เป็นที่สนใจของอุตสาหกรรมซอฟแวร์อเมริกาซึ่งจะเป็นผลให้มีการกระจายงานพัฒนาซอฟแวร์ดังกล่าวมายังประเทศไทย โดยจะจัดให้มี workshop ตัวอย่างการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ใช้ Cloud computing เช่น Google App Engine เป็นต้น

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
เส้นใยนาโนพลาสติกจากการเหนี่ยวนำด้วยกระแสไฟฟ้า
Jun 1st, 2012 by waree 58 views

เส้นใยนาโนพลาสติกจากการเหนี่ยวนำด้วยกระแสไฟฟ้าความต่างศักย์สูงทำให้เกิดการจัดเรียงตัวเอง

คณะนักวิจัยจาก National Center for Scientific Research ประเทศฝรั่งเศส และคณะได้ประสบความสำเร็จในการสร้างเส้นใยพลาสติกจากการเหนี่ยวนำด้วยกระแสไฟฟ้าความต่างศักย์สูงที่มีความหนาไมกี่นาโนเมตร และได้ขอจดสิทธิบัตรไว้แล้ว การจัดเรียงตัวเองของเส้นใยเกิดจากการชักนำด้วยประกายไฟที่มีราคาไม่แพงและง่ายต่อการจัดการ สิ่งที่น่าทึ่งของเส้นใยนาโนดังกล่าว คือ มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าคล้ายโลหะ แต่มีน้ำหนักเบา และมีความยืดหยุ่นเหมือนกับพลาสติก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กลงสู่ระดับนาโน

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
NIST วิเคราะห์สื่อแม่เหล็กระดับนาโน
Jun 1st, 2012 by waree 55 views

NIST วิเคราะห์สื่อแม่เหล็กระดับนาโนโดยใช้ Rippling Spin Waves

หน่วยความจำที่ใช้พลังแม่เหล็ก นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีหลักในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และขณะนิ้วิศวกรกำลังพัฒนาหน่วยความจำแม่เหล็กรูปแบบใหม่ที่มีความสามารถที่รวดเร็วขึ้นมีขนาดเล็กลง และมีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น ซึ่งจะมีคุณสมบัติดีกว่า flash memory และ SDRAM ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้  ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ใช้เทคนิคใหม่ซึ่งพัฒนาโดยNational Institute of Standards and Technology (NIST)เพื่อใช้ค้นหาข้อบกพร่องในวัสดุแม่เหล็กที่มีขนาดเล็กมากๆ เทคนิคดังกล่าวมีการสาธิตโดย Center for Nanoscale Technology แนวคิดคือจะจับและแสดงภาพของแรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่สั่นไปมาในสนามแม่เหล็ก หรือที่เรียกว่า spin wave ที่อยู่ในฟิล์มบางๆ ซึ่ง spin waves ที่จับได้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาในการวัดระดับนาโนในวัสดุที่เป็นแม่เหล็ก และสามารถค้นหาข้อบกพร่องในระดับนาโนที่ทำให้หน่วยความจำล้มเหลว

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
NIST และ Umass วิจัยพบอนุภาคนาโน
Jun 1st, 2012 by waree 45 views

NIST และ Umass วิจัยพบอนุภาคนาโนสามารถทำลายดีเอ็นเอของพืช

นักวิจัยของ National Institute of Standards and Technology (NIST) และ University of Massachusetts Amherst (UMass) พบว่าอนุภาคนาโนที่ผ่านการทำวิศวกรรมแล้ว สามารถสะสมในพืชและทำลาย DNA ได้ ล่าสุดทีมวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ในสภาวะห้องปฏิบัติการ อนุภาคนาโน cupric oxide nanoparticles สามารถเข้าไปสู่เซลล์ของรากพืช และทำลายส่วนนอกของ DNA ซึ่งทำให้กลายพันธุ์ได้ จากความรู้ที่ได้รับนี้ จะเป็นหลักฐานเบื้องต้นที่บอกว่า ผลกระทบจากนาโนใน cupric oxide ในสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญต่อการแพร่พันธุ์ที่เพิ่มขึ้นและการสะสมอย่างมากของรอยโรคของเนื้อเยื่อในDNA ที่กลายพันธุ์ และในงานวิจัยนี้ได้มีการค้นหาผลกระทบของอนุภาคนาโนของ titanium dioxide อาทิ อนุภาคนาโนที่ใช้ป้องกันการไหม้เกรียมจากแสงอาทิตย์ในพืชตระกูลข้าว

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
10 อันดับสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญ
Jun 1st, 2012 by waree 81 views

มีการจัดอันดับ 10 สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของผู้ประดิษฐ์ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์และถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบันได้แก่ 1. ยาเพนิซิลลิน  เป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรก 2. เครื่องไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจ เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางการแพทย์ 3. สีสังเคราะห์สีม่วง เป็นสีย้อมสังเคราะห์สีแรกที่ค้นพบ  4. กัมมันตภาพรังสี 5. พลาสติก 6. ยางวัลคาไนซ์ เป็นยางรถยนต์ 7. เทฟลอน เป็นสารเคลือบภาชนะ ไม่ให้อาหารติด 8. เครื่องดื่มโค้ก สูตรเครื่องดื่มที่ยังเป็นความลับมาจนปัจจุบัน 9. Smart Dust 10. สารซัคการีน เป็นสารให้ความหวาน
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
การ ใช้นาโนเทคโนโลยีสำหรับการตามล่าหาเชื้อโรค
Jun 1st, 2012 by waree 82 views

การใช้นาโนเทคโนโลยีสำหรับการตามล่าหาเชื้อโรคที่ซ้อนอยู่ในร่างกาย

กลุ่มนักวิจัยที่ University of Central Florida ได้พัฒนาวิธีการหนังใหม่ที่ทำให้แพทย์สามารถตรวจหาเชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้อย่างรวดเร็วและว่องไวมากยิ่งขึ้น ศาสตราจารย์ Saleh Naser และทีมนักวิจัยได้พัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อโรคโดยการใช้อนุภาคนาโนเคลือบกับ DNA marker ที่มีความจำเพาะกับเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคที่หลบซ่อนอยู่ โดยวิธีการที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้มีประสิทธิภาพและความถูกต้องมากกว่าวิธีการตรวจหาเชื้อโรคอื่นๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแม้กระทั่งมีจำนวนเชื้อโรคอยู่น้อยก็ตาม ที่สำคัญกว่านั้นคือ วิธีนี้ใช้เวลาตรวจไม่กี่ชั่วโมง เพื่อนำผลที่ได้ส่งให้กับแพทย์เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วขึ้น

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ประเทศไทย
May 30th, 2012 by waree 34 views

กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ประเทศไทยของสมาชิกสมาคม ATPAC
ในเดือน พฤษภาคม
มีกิจกรรมดังนี้

  1. Workshop เพื่อสร้างความสามารถของนักพัฒนาซอฟท์แวร์การพัฒนาการให้บริการแบบ Cloud แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย หัวข้อคือ Google App Engine (GAE)
  2. การประชุมหารือเพื่อวางแผนกลยุทธ์การจัดทำต้นแบบ Pilot Outsourcing Project
  3. การประชุมหารือในการร่วมทำวิจัยและพัฒนาในหัวข้อ A Complex Hydrodynamic System for River Flow health Monitoring and Forecasting: A case study on the Cho Phraya River

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
โอบามาออกกฎหมายช่วยบริษัท start-ups
May 29th, 2012 by waree 41 views

ประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามในกฎหมายเพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบในการลงทุนและที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้บริษัทด้านไบโอเทคโนโลยีและบริษัทตั้งใหม่ มีความสะดวกในการลงทุน กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระดมทุนตามที่ต้องการเพื่อให้คนอเมริกันสามารถมีงานทำและสร้างเศรษฐกิจให้ยั่งยืน

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ที่เปล่งแสงได้
May 29th, 2012 by waree 55 views

การผลิตพลังงานจากเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ในปริมาณสูงที่สุดนั้น จำเป็นต้องมีการออกแบบให้มีการดูดซับแสงจากดวงอาทิตย์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คณะนักวิจัยจาก University of California Berkeley ได้แนะนำและแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่ค่อนข้างขัดกับความรู้สึก ที่กล่าวว่าควรมีการออกแบบเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ให้เหมือนกับหลอด LED ที่สามารถเปล่งแสงได้เช่นเดียวกับการดูดซับแสง Eli Yablonovith นักวิจัยและเป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ได้ก่อตั้งบริษัทที่ใช้แนวคิดใหม่นี้ในการสร้างเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพการเปลี่ยนโพตอนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระโดดข้ามจากร้อยละ 26 ไปเป็น 28.3 ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้คือ การออกแบบเซลล์ให้แสงสามารถหลุดลอดออกจากเซลล์ให้ได้ง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  รวมทั้งการใช้เทคนิคการเพิ่มการสะท้อนกลับของกระจกที่อยู่ด้านหลังเพื่อส่งโฟตอนให้กลับออกไปด้านหน้าของอุปกรณ์ นักวิจัยหวังว่าจะนำเทคนิคนี้ไปใช้เพื่อให้ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นใกล้เคียงร้อยละ 30 และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ประเภทอื่นๆได้

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8452-science-technology-news

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa