»
S
I
D
E
B
A
R
«
การเก็บเกี่ยวพลังงาน (ไฟฟ้า) จากการก้าวเท้า
Sep 11th, 2012 by pornpan 171 views

การเก็บเกี่ยวพลังงาน (ไฟฟ้า) จากการก้าวเท้าและการประยุกต์ใช้ในการทหารและการอุตสาหกรรมรองเท้าของไทย
การเก็บเกี่ยวพลังงาน (Energy Harvesting หรือ Energy Scavenging) เป็นกระบวนการนำหรือเปลี่ยนแปลงพลังงานซึ่งเป็นผลพลอยได้จากแหล่งพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การเก็บเกี่ยวพลังงานการไหลหรือการตกของน้ำด้วยกังหันน้ำ แล้วนำพลังงานการหมุนเวียนของกังหันมาขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น ถ้าเราไม่เก็บเกี่ยวพลังงานดังกล่าวซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ พลังงานเหล่านี้ก็อาจจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ร่างกายของคนเรานั้นก็จัดว่าเป็นแหล่งพลังงานซึ่งเราสามารถเก็บเกี่ยวพลังงานได้เช่นกัน การก้าวเท้าเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งใช้และให้พลังงานมาก เมื่อเทียบกับกิจกรรมในการใช้อวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย
Read the rest of this entry »

Share
โอบามา ประกาศแผนการกลุ่มต้นแบบการสอน STEM
Sep 11th, 2012 by pornpan 73 views

โอบามา ประกาศแผนการใหม่ในการสร้างกลุ่มต้นแบบการสอน STEM (STEM Master Teaching Corps)
รัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาประกาศแผนการสร้างกลุ่มครูต้นแบบในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (STEM) โดยเรียกว่า STEM Master Teaching Corps โดยนักการศึกษาเหล่านี้จะเป็นผู้นำในการศึกษาด้าน STEM จุดประกายความคิดให้นักเรียน และช่วยให้กลุ่มสังคมของพวกเขาเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น

Read the rest of this entry »

Share
FDA สั่งห้ามใช้ BPA ในขวดต่างๆ สำหรับทารก
Sep 11th, 2012 by pornpan 37 views

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 FDA หรือองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ประกาศห้ามใช้ polycarbonate resins ในขวดนมและแก้วหัดดื่ม (spill-proof cup) สำหรับทารกและเด็กที่กำลังหัดเดิน โรงงานต่าง ๆ ได้ยกเลิกการใช้ polycarbonate ในขวดนมและแก้วหัดดื่มสำหรับเด็กเป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่ง polycarbonate มีสารเคมีชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน (estogenic chemical) เรียกว่า biphenol A พรือ BPA สภาเคมีอเมริกัน (American Chemical Council) จึงได้ยื่นคำร้องต่อ FDA เพื่อให้ FDA สั่งห้ามใช้สาร polycarbonate ในภาชนะบรรจุนมและน้ำดื่มสำหรับทารก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8863—2555

Share
พลังงานแหล่งใหม่
Sep 10th, 2012 by pornpan 76 views

พลังงานแหล่งใหม่ : ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากน้ำเสีย

วิศวกรจาก Oregon State University (OSU) ได้พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิงจุลินทรีย์ (microbial fuel cells : MFCs) ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำเสียได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตสำหรับโรงงานบำบัดของเสีย ที่ไม่เพียงแต่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งานภายในโรงงานได้เท่านั้น แต่ยังสามารถจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่เหลือได้อีกด้วย

Read the rest of this entry »

Share
แหล่งกำเนิดก๊าซมีเทน
Sep 10th, 2012 by pornpan 480 views

แหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศจากต้นไม้ที่เป็นโรค

คณะนักวิจัยจาก Yale School of Foresty & Environmental Studies โดย Kristofer Covey ผู้นำการศึกษาและเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ Yale ได้ค้นพบว่าต้นไม้ที่ป่วยเป็นโรคในผืนป่าอาจเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่สำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ต้นไม้ที่ผลิตก๊าซมีเทนส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 80-100 ปี และป่วยเป็นโรคจากการติดเชื้อราที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ แม้ว่าลักษณะภายนอกของต้นไม้เหล่านี้ดูเหมือนว่าพวกมันมีสุขภาพที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันกำลังถูกบั่นทอนสุขภาพอย่างช้า ๆ จากเชื้อราโดยการกัดกินลำต้นของต้นไม้อย่างช้า ๆ ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้ออำนวยในการสร้างก๊าซมีเทนให้กับกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรียกว่า methanogens หรือจุลินทรีย์ที่ผลิตก๊าซมีเทน

Read the rest of this entry »

Share
น้ำแข็งในระบบสุริยะ
Sep 10th, 2012 by pornpan 78 views

น้ำแข็งในระบบสุริยะ : แหล่งที่มาของน้ำบนพื้นผิวโลก

นักวิทยาศาสตร์ต่างมีความเชื่อกันมานานแล้วว่าดาวหางหรือชนิดของอุกาบาตในยุคดึกดำบรรพ์ที่เรียกว่า carbonaceous chondrite นั้นเป็นแหล่งของแร่ธาตุที่ระเหยได้ได้โลกยุคต้นซึ่งรวมไปถึงธาตุไฮโดรเจน ไนโตรเจน และคาร์บอน และมีความเป็นไปได้ที่มันจะเป็นแหล่งของสารอินทรีย์อีกด้วย ความเข้าใจถึงแหล่งที่มาของแร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการค้นหาความจริงว่า อะไรคือแหล่งกำเนิดของน้ำและสิ่งชีวิตต่าง ๆ บนพื้นโลกของเรา

Read the rest of this entry »

Share
พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute
Aug 21st, 2012 by satapon 94 views

พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

ช่วง ฤดูร้อน เป็นช่วงที่มีคนมาเยี่ยมเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มากที่สุด เนื่องจากสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวและ เดินชมสถานที่ ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา จุดเด่นหนึ่งของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ควร พลาดคือการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ของ Smithsonian Institute พูดได้ว่า หากคุณไม่ได้แวะเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian แล้ว ก็เหมือนกับยังมาไม่ถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

Smithsonian Institute คือสถาบันวิจัยและให้การศึกษาที่บริหาร และได้รับการสนับสนุนด้านการเงินโดยรัฐบาลของสหรัฐฯ ประกอบ ด้วยพิพิธภัณฑ์จากหลากหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีการบินและอวกาศ (National Air and Space Museum) ศิลปะ (Smithsonian American Art Museum) ประวัติศาสตร์ (National Museum of Natural History) และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 19 พิพิธภัณฑ์ซึ่งถือเป็นองค์กรพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news
Share
นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง
Aug 20th, 2012 by satapon 50 views
นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง

นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง

หนังสือพิมพ์ the Washington Post ได้รายงานว่า  องค์การนาซ่าได้ประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศเดินทางไปลงยังดาวอังคาร มีระยะทาง 354 ล้านไมล์ ด้วยความเร็ว 13, 200 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง และเจ้าหน้าที่นาซ่าเรียกช่วงความเสี่ยงนี้ว่า “เจ็ดนาทีแห่งความน่ากลัวอย่าง ที่สุด”

อย่างไรก็ดี  ยานอวกาศได้นำยานแยกส่วนที่เรียกว่า Mars rover ไปลงตามเป้าหมาย  โดยบินผ่านส่วนที่เป็น eye of the needle และสามารถแตะพื้นภายในวงโคจร 5 ไมล์ (จาก 13 ไมล์) ซึ่งนาซ่าบอกว่า ภารกิจนี้มีการลงทุนถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ยานแยกส่วนดังกล่าวหรือ rover มีขนาดค่อนข้างใหญ่ สลับซับซ้อนมากกว่ายานซึ่งมีการพัฒนาช่วงแรกๆ  และต้องสามารถบินไปลงในสถานที่ที่อันตรายได้มากขึ้น  เนื่องจากไม่สามารถทำการทดสอบได้อย่างเต็มรูปแบบบนพื้นโลก  รวมทั้ง ต้องมีการใช้ sky crane เพื่อยกยานให้สามารถร่อนลงจอดบนพื้นด้วย  John Grunsfeld, Chief Scientist ของนาซ่ากล่าวว่าเนื่องจากการร่อนลงจอดเป็นไปค่อนข้างลำบาก ประกอบกับการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและไม่เคยมีมาก่อนซึ่งบังคับจากพื้นดิน  ภารกิจครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากที่สุดในรอบสิบปี  วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์จะต้องคอยรอฟังเสียงการสัมผัสพื้นซึ่งดัง “บิ๊บ” จากรหัสคอมพิวเตอร์ที่รายงานความปลอดภัยของการลงจอด  ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงจะได้รับสัญญาณได้เมื่อการโคจรของดาวอังคารอยู่ ในตำแหน่งที่ถูกต้อง  และหากไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากวงโคจรภายใน 18 ชั่วโมง  ก็หมายถึงภารกิจที่ล้มเหลว  ภารกิจครั้งนี้ได้รับความสนใจติดตามจากทั่วโลก  นับแต่ ทางใต้ของออสเตรเลียจนถึงโรม   อิสราเอลจนถึงเกาะ Crete ประเทศกรีซ  ประเทศสหรัฐฯ นับแต่ แอทแลนต้าจนถึงซีแอทเทิล และโฮโนลูลู นาซ่าเองยังเข้าไปสนับสนุนการติดตั้งจอขนาดใหญ่บนยอดตึกในไทม์สแควร์ นิวยอร์ค เพื่อให้คนติดตามชม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
สถิติโลก: วัสดุที่ผลิตขึ้นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก
Aug 19th, 2012 by satapon 103 views
โครงสร้างของ Aerographite

โครงสร้างของ Aerographite

คณะนักวิทยาศาสตร์จาก Kiel University (KU) และ Hamburg University of Technology (TUHH) ได้ตั้งชื่อสิ่งที่พวกเขาร่วมกันคิดค้นว่า “Aerographite”  ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาสุดที่ในโลกที่เกิดจากโครงข่ายท่อคาร์บอนนาโนและ   ไมโครที่มีรูพรุนที่ทักทอกันเป็นโครงสร้างสามมิติ  ทำให้วัสดุที่ได้นี้มีน้ำหนักเพียงแค่ 0.2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าโฟม (Styrofoam) ถึง 75 เท่า  ถึงแม้ว่า Aerographite จะมีน้ำหนักที่เบา   แต่มันยังเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงมากอีกด้วย
ผลงานทางวิทยาศาสตร์นี้ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร Advance Materials เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555

คุณสมบัติของ Aerographite
Aerographite เป็นวัสดุทึบสีดำสนิท มีความเสถียร สามารถนำไฟฟ้าได้ สามารถหลอมขึ้นรูปได้ และความหนาแน่น ต่ำมาก และนี่คือคุณสมบัติเฉพาะตัวของ Aerographite  เป็น ผลให้ Aerographite ที่คิดค้นมาได้นี้มีคุณสมบัติดีกว่าวัสดุอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน  Matthias Mecklenburg ผู้ร่วมวิจัย และเป็น นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ TUHH กล่าวว่า Aerographite มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุที่ได้รับการจดบันทึกว่ามีน้ำหนักเบาที่สุด ในโลกถึง 4 เท่า นั่นก็คือ Hitherto ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากจากนิเกิล  ซึ่งได้มีการนำเสนอ Hitherto ต่อสาธารณะชนเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว  Hitherto มีลักษณะโครงสร้างเป็นท่อขนาดเล็ก เช่นเดียวกับ Aerographite แต่เนื่องจากตัวนิเกิลเองมีมวล อะตอมมากกว่าคาร์บอนทำให้ Hitherto มีน้ำหนักที่มากกว่า Aerographite   นอกจากนี้ Arnim Schuchard ผู้ร่วมวิจัยและ นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ KU ยังกล่าวเสริมว่า นอกจาก คาร์บอนจะมีมวลอะตอมที่น้อยแล้ว พวกเขายังสามารถผลิต aerographite ให้มีผนังที่เป็นรูพรุน ที่ทำให้พวกมันมีน้ำหนัก เบามาก  ศาสตราจารย์ Lorenz Kienle และดร. Andriy Lotnyk สามารถถอดรหัสโครงสร้างอะตอมของวัสดุโดยใช้ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) เป็นเครื่องช่วยได้ Read the rest of this entry »
Share
ความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
Aug 18th, 2012 by satapon 74 views

รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา

รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา

เมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งที่ผู้หญิงทั่วโลกเป็นและเป็นสาเหตุการตายมากที่สุดนั่นก็คือ โรคมะเร็งเต้านม  การพัฒนาวิธีการตรวจหาและรักษาโรคมะเร็งเต้านมในช่วงกว่า 50 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ผู้หญิงมีอายุที่ยืนยาวขึ้น  แต่ตัวเลขผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ได้รับการเปิดเผยนั้นถือเป็นความท้าทายที่ยากลำบาก

เมื่อทำการเปรียบเทียบอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตามฐานอายุของผู้หญิงทั่วโลก  พบว่า มีอัตราแตกต่างกันมากกว่า 13 เท่า   เนื่องจาก การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมในประเทศอุตสาหกรรมและประเทศตะวันตกนั้นทำกันเป็นเรื่องปกติ  แต่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาในหลายๆ ประเทศมีอัตรา การป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมต่ำมาก  เนื่องมาจากประชากรในประเทศมีอัตราการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมต่ำ  ส่งผลให้รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนานั้นต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของรายงานขึ้น

  • ในทวีปยุโรป ผู้หญิงมีอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมค่อนข้างสูง (100 คน ต่อประชากร 100,000คน) โดยเฉพาะในประเทศเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอแลนด์ และ อิสราเอล
  • การคัดกรองโรค  เนื่องจากอัตราการตรวจวินิจฉัยผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมีความแตกต่าง กันมากในแต่ละประเทศ จากร้อยละ 12 ในประเทศตุรกี ร้อยละ 17 ในประเทศแม็กซิโก ไปจนถึงมากกว่าร้อยละ 80 ในประเทศฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐฯ
  • ในประเทศกำลังพัฒนาแถบแอฟริกา และเอเชีย ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น  ทำให้อัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้น อาจมีผลเนื่องมาจากอัตราการเป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการให้กำเนิดบุตร ช้าลง
  • ในทวีปเอเชียตะวันออก ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มีอัตรการตายจากสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมค่อนข้างต่ำ (6.1 และ 10.8 คน ต่อประชากร 100,000 คน ตามลำดับ)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
การค้นพบอนุภาคฮิกส์ของ CERN
Aug 17th, 2012 by satapon 64 views
Higgs particle หรือ Higgs boson

Higgs particle หรือ Higgs boson

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับอนุภาคฮิกส์ (Higgs particle หรือ Higgs boson) และสนามพลังฮิกส์ (Higgs field) เกิดขึ้น ในช่วงปี ค.ศ. 1970s  โดยนักฟิสิกส์กลุ่มหนึ่งประกอบด้วย Peter Higgs, Robert Brout และ François Englert ได้เสนอทฤษฎีที่ว่าอนุภาคต่างๆ ไม่มีมวล  แต่มวลของอนุภาคต่างๆ นั้น เกิดขึ้นหลังจากการมีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคฮิกส์  ซึ่งสนามพลังฮิกส์ (Higgs field) เกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์บิ๊กแบง  ทำให้จักรวาลมีอุณหภูมิลดลงจนมีค่าต่ำกว่าค่าวิกฤต  และเกิดเป็นสนามพลังที่ไม่สามารถมองเห็นได้เรียกว่า “สนามพลังฮิกส์ (Higgs field)” ขึ้น   โดยอนุภาคฮิกส์ที่อยู่ในสนามพลังฮิกส์นั้น ทำหน้าที่ถ่ายทอดมวลให้กับอนุภาคอื่นๆ ที่ไม่มีมวล  โดยอนุภาคไหนที่มีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคฮิกส์มากก็จะมีมวลมาก  เป็นผลให้อนุภาคที่มีมวลมากเคลื่อนที่ได้ช้าลง  แต่ในขณะที่อนุภาคที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับสนามพลังฮิกส์เลยก็จะไม่มีมวล และสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วเทียบเท่ากับความเร็วแสง (3 x 108 เมตรต่อวินาที)

จากทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้น  จึงได้มีนักวิทยาศาสตร์ หลายท่านพยายามค้นหาอนุภาคฮิกส์มานานกว่า 40-50 ปี  แต่ในอดีตเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองยังไม่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการค้นหาอนุภาคดังกล่าว เนื่องจากอนุภาคฮิกส์นั้นมีมวลมากและจะสลายตัวทันทีที่มันก่อตัวขึ้นมา  ซึ่งต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาคที่มีพลังงานสูงมากในการตรวจจับและบันทึกข้อมูล  เมื่อเร็วๆ นี้องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (European Organization for Nuclear Research หรือ CERN) ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ความมีตัวตนของอนุภาคฮิกส์ จากการคำนวณตาม แบบจำลองมาตรฐาน เครื่องเร่งอนุภาคจะต้องใช้พลังงานสูงถึง 1.4 TeV (1.4×1012 eV) ในการผลิตอนุภาคมูลฐานให้ มากพอที่สามารถตรวจวัดได้โดยทาง CERN จึงได้เริ่มการทดลองมาตั้งแต่ ค.ศ. 2010 โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider หรือ LHC)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
การแตกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้สร้างเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน
Aug 15th, 2012 by satapon 35 views
 เกาะน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน แตกออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ทางตอนเหนือ ของกรีนแลนด์  (เครดิต: Courtesy of Prof. Andreas Muenchow, University of Delaware)

เกาะน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน แตกออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ทางตอนเหนือ ของกรีนแลนด์ (เครดิต: Courtesy of Prof. Andreas Muenchow, University of Delaware)

ตามรายงานของนักวิจัยจาก University of Delaware และ Canadian Ice Service  การแตกออกจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ของกรีนแลนด์ทำให้เกิดเกาะน้ำแข็งที่มีขนาดเป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน ขึ้น   แผ่นน้ำเข็ง Petermann เป็นหนึ่งในสองของแผ่นน้ำแข็งที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่ในกรีนแลนด์ที่ เชื่อมต่อแผ่นน้ำแข็งเกรทกรีนแลนด์ (great Greenland ice sheet) กับมหาสมุทรด้วยวิธีการ floating ice shelf (แผ่นน้ำแข็งที่มีต้นกำเนิดจากพื้นดิน จากนั้นเพิ่มขนาดของ แผ่นน้ำแข็งลงไปในทะเล

Andreas Muenchow ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน physical ocean science and engineering ที่ UD’s College of Earth, Ocean, and Environment  ได้รายงานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 ในบล็อกของเขาชื่อ “Ice Seas” (http://icyseas.org/)  Muenchow ได้ให้เครดิตกับ Trudy Wohleben ของ Canadian Ice Service ที่ได้สังเกตุเห็นถึง รอยแตกของแผ่นน้ำแข็งนี้เป็นครั้งแรก

การค้นพบนี้ได้รับการยืนยันอีก ครั้งโดยข้อมูลที่ได้จาก การตรวจสอบโดย MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Terra and Aqua ของ NASA ซึ่งเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่พบล่าสุดมีขนาด 46 ตารางไมล์ หรือประมาณ 120 ตารางกิโลเมตร  ซึ่งมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของ mega-calving ที่เกิดขึ้นจากแผ่นน้ำแข็งแผ่นเดียวกันเมื่อ สองปีก่อน  ซึ่ง mega-calving นี้มีขนาดใหญ่กว่าเกาะ แมนฮัตตันถึง 4 เท่า  Muenchow กล่าวเสริมว่า แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ทั้งแผ่นกำลังมีขนาดเล็กลงจากการละลาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสภาพอากาศและมหาสมุทรทั่วโลก  เป็นผลทำให้รูปแบบของการไหลเวียนของอากาศในชั้นบรรยากาศและน้ำในมหาสมุทร เปลี่ยนแปลงไป

Muenchow กล่าวว่าอากาศบริเวณตอนเหนือของเกาะกรีนแลนด์และ Ellesmere มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นประมาณ 0.11 + 0.025 องศาเซลเซียสต่อปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์ และทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของแคนนาดามีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ของโลกถึง 5 เท่า  แต่อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุให้แผ่นน้ำแข็งที่ยื่นในทะเลมีขนาดเล็กลง เนื่องจากอุณหภูมิในบรรยากาศมีผลเพียงเล็กน้อยต่อแผ่นน้ำแข็งนี้เท่านั้น  แต่อุณหภูมิของมหาสมุทรอาจส่งผลกระทบโดยตรง ต่อขนาดของแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้มากกว่า  มีการเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของมหาสมุทรเพียง 5-8 ปีเท่านั้น  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไปที่จะทำการยืนยันว่ามันเกิดจากสัญญาณของสภาวะโลกร้อน Read the rest of this entry »

Share
รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555
Aug 14th, 2012 by satapon 123 views
รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

  • ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี และคณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ
  • การแตกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้สร้างเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน
  • การค้นพบอนุภาคฮิกส์ของ CERN
  • ความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
  • สถิติโลก: วัสดุที่ผลิตขึ้นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก
  • นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง
  • พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

ข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news
Read the rest of this entry »

Share
ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี และคณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ
Aug 14th, 2012 by satapon 43 views

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (รมว.วท.) พร้อมคณะผู้บริหารของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดินทางมาเยือนประเทศ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 25-31 กรกฎาคม 2555 เพื่อศึกษาดูงานและประสานความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ ดังต่อไปนี้

  • ท่าน รมว.วท. และคณะหารือกับผู้บริหารขององค์กร บริหารอวกาศและการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซ่า   ในการสร้างความร่วมมือในการวิจัยโครงการศึกษาชั้นบรรยากาศบริเวณภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนาซ่า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ซึ่งทางผู้บริหารของนาซ่ายังคงยืนยันกับทางท่าน รมว.วท. ว่านาซ่าพร้อมที่จะดำเนินโครงการนี้ร่วมกับประเทศ ไทยต่อทันทีภายในปีนี้  หลังจากที่โครงการผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภาของไทย
  • ท่าน รมว.วท. และคณะหารือกับผู้บริหารสถาบัน Smithsonian ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและสถาบันพัฒนาความรู้ของ ประชาชนโดยผ่านทางพิพิธภัณฑ์ของสหรัฐฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการวิจัย และการปรับปรุงการจัดแสดงต่างๆ กับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติ (อพวช.) ของไทย เพื่อใช้เป็นแหล่งพัฒนาความรู้ที่สามารถจับต้องได้ และเพื่อดึงดูดให้คนไทยเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้สถาบัน Smithsonian ยังยินดี ที่จะให้การสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ของไทยเข้ามาทำงานวิจัย ร่วมกับสถาบัน Smithsonian เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศและของโลก  โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย  ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี และคณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ Read the rest of this entry »

Share
รัฐบาลโอบามาประกาศลงทุนงบประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ริเริ่มแผนการวิจับ Big Data
Jun 29th, 2012 by ratana 94 views

เพื่อสร้างจำนวนข้อมูลดิจิทัล (digital data) ให้เพิ่มขั้นได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาได้ประกาศแผนงานยุทธศาสตร์ Big Data Research and Development Initiative เพื่อปรับปรุงความสามารถในการสกัดความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากฐานข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่และซับซ้อน แผนงานยุทธศาสตร์นี้มุ่งที่จะแก้ปัญหาข้อท้าทายที่รุนแรงที่สุดของประเทศสหรัฐฯ

Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa