เมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็ง ผู้ป่วยควรหันมาปรับเปลี่ยนอาหาร เพื่อจำกัดการเติบโตของมะเร็ง ทั้งยังทำให้มะเร็งตายเร็วขึ้นด้วยการจำกัดอาหารที่เซลล์มะเร็งชอบ คือ โปรตีน ไขมัน แล้วหันมาทานอาหารที่เซลล์มะเร็งไม่ชอบ ได้แก่ ผักผลไม้ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน เกลือแร่
ตัวอย่างเมนูอาหารตามหลักการบำบัดด้วยธรรมชาติ คือ ใช้อาหารจากธรรมชาติไม่ผ่านการแปรรูป เพราะอาจมีสารเคมีที่ไม่ต้องการปนเปื้อน ช่วงที่ต้องสยบมะเร็งคือ 2-3 เดือน จะไม่ทานเนื้อสัตว์ ไขมัน นม เนย โปรตีนจากเมล็ดถั่ว
ห้ามใช้เกลือและเครื่องปรุงรสเค็ม ยกเว้นซีอิ๊วขาวอย่างดีใช้ได้ในปริมาณน้อย ๆ คือ 1 ช้อนชาต่ออาหาร 1 จาน
งดอาหารทุกอย่างที่หวานจัด เช่น ผลไม้หวานจัด ขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม ไอศกรีม น้ำตาลทราย ยกเว้นแต่จะมีความหวาน ๆ ได้บางจากอาหารธรรมชาติ เช่น ลูกเกด แครอท ฟักทอง น้ำอ้อย ข้าวโพด น้ำส้มคั้น น้ำแตงโม
ห้ามใช้ผงชูรส น้ำปลา ปลาร้า กะปิ กุ้งจ่อม เนื้อสัตว์ อาหารกระป๋อง ไขมัน น้ำมัน กะทิ ไข่ น้ำนมวัว น้ำนมแพะ เมล็ดถั่ว
อาหารหลัก คือข้าวกล้องโรยรำข้าว 1 ช้อน หรือข้าวโพดต้ม หรือขนมปังโฮลวีทเป็นแหล่งพลังงาน มีผัก ผลไม้ และสาหร่ายทะเลเป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ โดยในผักผลไม้นั้นยังมีแป้ง โปรตีน ไขมันอยู่ด้วยในปริมาณที่พอให้ร่างกายใช้บำรุงเซลล์ดี ๆ ใช้สมุนไพรไทยและเครื่องเทศเป็นเครื่องปรุงรสและกลิ่นให้น่ารับประทานและยังเป็นแหล่งของพฤกษเคมีด้วย ได้แก่ พริก หอม กระทียม ยี่หร่า อบเชย และอื่น ๆ
ผักที่ห้ามใช้ คือ แตงกวา แตงร้าน และบวบ เพราะมีเอมีนที่คล้ายโปรตีน
ผลไม้ที่ห้ามใช้ คือ ทุเรียน เพราะไขมันสูง น้ำตาลสูง
สับปะรดห้ามใช้ เพราะมีเอมีนที่คล้ายโปรตีน
แหล่งที่มา หนังสือรอบรู้เรื่องมะเร็ง และเมนูพิชิตโรค โดย ดร.ปณิธิ พุทธกรุณา