Moccaccino Cappuccino Americano… ชื่อเรียกของกาแฟที่แตกต่างไปตามวิธีการผสมระหว่าง กาแฟ นม และ ไซรัป กาแฟ นอกจากจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเป่า ช่วยคลายความอ่อนเพลียให้กับเราแล้ว รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟนั้นยังมีประโยชน์อีกมากทีเดียว ถ้าหากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน
แหล่งที่มา : “foodfacts : 10 ข่าวดี ที่บาริสต้าภูมิใจเสมอ”. SPICY. 10(415) : 89 ; 8 – 14 กันยายน 2555.
กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่นิยมติดอันดับในหมู่คนทำงาน ซึ่งปัจจุบันอัตราของผู้หญิงหันมาดื่มกาแฟนั้นมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ดังนั้นการดื่มการแฟในแต่ละวันนั้น ดื่มในปริมาณเท่าใดจึงจะถือว่าเหมาะสมหรือไม่มากเกินไป ซึ่งนักวิจัยเปิดเผยว่า ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจที่ดื่มกาแฟ 2-3 ถ้วยต่อวันมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่ากับคนที่หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ
Read the rest of this entry »
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเซาธ์ ฟลอริดาพบว่าสารตัวหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวไหนในส่วนประกอบของกาแฟที่มีคาเฟอีนนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้การบริโภคกาแฟทุกวันนั้นสามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้
กาแฟ เริ่มเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่กาแฟยังไม่เป็นที่นิยมหรือยอมรับกันมากนัก กระทั่งมาในสมัยรัตนโกสินทร์ กาแฟก็เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักและเริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาอย่างยิ่งในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 และ รัชกาลที่ 4 ในสมัยนั้นกาแฟเรียกกันว่า “ข้าวแฝ่”
ในปี พ.ศ.2447 นายดีหมุน ชาวมุสลิม ได้นำเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากประเทศซาอุดิอารเบียมาปลูกที่จังหวัดสงขลา ทำให้ชาวบ้านได้เริ่มทำสวนกันแฟกันและปลูกกันอย่างแพร่หลายมาก หลังจากมีการเริ่มเพาะปลูกกาแฟแล้วจึงได้เกิดร้านกาแฟร้านแรกขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2460 ซึ่งเป็นของชาวอเมริกัน มีชื่อว่าร้าน “Red Cross Tea Room” สำหรับร้านกาแฟร้านแรกของคนไทยมีชื่อว่าร้าน “นรสิงห์” ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2465 ภายใต้การดำเนินงานของ พลเรือเอกเจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) และในปี พ.ศ.2516 ได้มีการนำเมล็ดกาแฟโรอะราบิก้าเข้ามาปลูกทดแทนการปลูกฝิ่นที่จังหวัดเชียงใหม่
แหล่งที่มา: น้องโนเนะ. “แรกมีที่เมืองไทย: กาแฟ”. Update 26,285 (มิ.ย. 2554): 105.
ทราบหรือไม่ว่าพฤติกรรมการกินอาหารเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย การกินอาหารตามใจปาก จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว หากคุณไม่อยากให้สุขภาพร่างกายเสื่อมก่อนเวลา เรามีวิธีการกินให้สุขภาพดีและไม่ควรมองข้ามในชีวิตประจำวันมาฝากกัน
นาราซิมฮาเรา คอนดามูดิ (Narasimharao Kondamudi) ซูซานต้า โมฮาพาทรา (Susanta Mohapatra) และมาโนรานจาน มิสร่า (Manoranjan Misra) จากมหาวิทยาลัยเนวาด้า (University of Nevada) เมืองเรโน (Reno) พบว่ากากกาแฟสามารถใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง 10-15% นอกจากนี้น้ำมันชนิดนี้ไม่ปล่อยกลิ่นแรงหรือก่อความรำคาญในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน จะปล่อยเพียงกลิ่นกาแฟบางๆ และหลังจากกากกาแฟเหล่านั้นได้ผ่านกระบวนการย่อยสลายแล้วกากที่เหลือสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้ ดอกเตอร์มีร่ากล่าวว่าการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลหนึ่งลิตรต้องใช้กากกาแฟประมาณ 5-7 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของน้ำมันที่มีอยู่ในกาแฟ กระทรวงเกษตรกรรมของสหรัฐฯ รายงานว่ามีความต้องการกาแฟสูงถึง 7 ล้านตัน ซึ่งกลุ่มนักวิจัยเชื่อว่าจะผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง 340 แกลลอน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/262—-22552
Starbucks มักจะยึดติดกับความคิดว่า “จะต้องคิดนอกกรอบให้มาก” สำหรับด้านการตลาดของ Starbucks คิดเสมอว่า “กรอบนั้นคือสิ่งที่ต้องแก้ไข” Starbucks มักจะเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครเลือกเดิน แต่ดูเหมือนว่าวิสัยทัศน์ในแบบดังกล่าวขัดแย้งกับความจำเป็นในโลกของความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้