»
S
I
D
E
B
A
R
«
พฤติกรรมของบรรดาผู้ที่ใช้ E-book และ E-reader
Jun 1st, 2012 by wanutwira 192 views

Infographic ที่จะนำมาเสนอนี้ เป็นเรื่องพฤติกรรมของบรรดาผู้ที่ใช้ E-book และ E-reader ซึ่งเป็นผลสำรวจข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกา Infographic นี้จะแสดงถึงรายละเอียด ดังนี้

Read the rest of this entry »

Share
สิบกลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่าน ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
Aug 11th, 2010 by Valaiporn Changkid 279 views

จากพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอนที่ทรงเล่าถึงวิธีการซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใช้อบรมพระราชโอรสและพระราชธิดานั้น ได้สะท้อนถึงกลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเปี่ยมไปด้วยศาสตร์และศิลป์ โดยอาจสังเคราะห์ออกเป็น ๑๐ วิธีการ เพื่อที่พสกนิกรจักน้อมนำไปปรับใช้สร้างเสริมนิสัยรักการอ่านในครอบครัวของตนได้ ดังนี้

วิธีที่ ๑ ใช้เวลาสบาย ๆ ของครอบครัวเพื่อส่งเสริมการอ่าน
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”

“…พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรกท่านจะได้ดูว่ารับประทานที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะและประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือ…”
การน้อมนำไปปรับใช้
การสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านเริ่มต้นที่พ่อแม่ พ่อแม่อ่านลูกก็อ่าน พ่อแม่ควรจัดเวลาการอ่านหรือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับหนังสือที่ชัดเจน แทนที่จะดูทีวีกลับเปลี่ยนเป็นพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือในระหว่างมื้ออาหาร พาลูกไปร้านหนังสือหรือห้องสมุดทุกสัปดาห์ การสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านต้องไม่เคร่งเครียดควรเป็นเรื่องสบาย ๆ ที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขร่วมกันได้

วิธีที่ ๒ เลือกหนังสือดีที่เด็กสนุก
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…ท่านจะเลือกหนังสือดี ๆ สนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง…”
การน้อมนำไปปรับใช้
หนังสือดีมีคุณภาพที่สนุก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กผูกพันกับหนังสือและการอ่าน เมื่อใดที่รู้ว่าลูกชอบเรื่องแบบไหนการส่งเสริมให้เกิดการขวนขวายอ่านเองของลูก ก็จะง่ายขึ้น

วิธีที่ ๓ ให้เด็กได้รู้เรื่องราวหลากหลายจากพหุวัฒนธรรม
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…หนังสือที่ท่านเอามาเล่าบางทีก็เป็นนิทานธรรมดา ๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญและความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย…”
การน้อมนำไปปรับใช้
หนังสือหรือเรื่องราวบางแนวอาจไม่สนุกหรือน่าสนใจนักสำหรับเด็กๆ แต่การแนะนำที่มีเสน่ห์โดยพ่อแม่จะขยายขอบฟ้าแห่งการเรียนรู้ของลูกให้กว้างไกลและสร้างแรงบันดาลใจให้หลากหลาย ทำให้ลูกมีความรอบรู้ที่กว้างขวาง มีจิตใจที่เปิดรับความแตกต่าง รู้เหตุผลที่มาที่ไปของวัฒนธรรมต่างๆ ในโลกนี้

วิธีที่ ๔ มีกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…นานๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด ๑ บาท…”
การน้อมนำไปปรับใช้
การพัฒนาทักษะการคิดเป็นกิจกรรมสำคัญที่ควรทำควบคู่ไปกับการสร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน เพราะในท้ายที่สุดเราหวังว่าเด็กๆ จะใช้ประโยชน์จากการอ่านได้ เด็กๆ ไม่ได้อ่านเพื่อที่จะเชื่อ แต่อ่านเพื่อที่จะคิด ทั้งทักษะการคิดระดับต้น (จำ-เข้าใจ-ประยุกต์ใช้) และทักษะการคิดระดับสูง (วิเคราะห์-สังเคราะห์-ประเมิน) ดังนั้นการจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นการคิดและสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

วิธีที่ ๕ ใช้ทักษะนาฏการในการเล่า
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…เป็นที่ขบขันกันในครอบครัวว่า หนังสือธรรมดาๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่า มันสนุกตื่นเต้น มีรสมีชาติขึ้นมาทันที…”
การน้อมนำไปปรับใช้
วิธีการแบบนาฏการที่ง่ายที่สุดในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจสำหรับเด็กๆ คือ
๑. แยกเสียงบรรยายหรือการเล่าโดยทั่วไปออกจากเสียงบทสนทนาของตัวละคร
๒. เล่าอย่างมีชีวิตชีวาโดยเห็นภาพพจน์ของสิ่งที่เล่าและภาวะอารมณ์ของตัวละคร
๓. ออกเสียงชัดเจน ถูกอักขรวิธี แต่ในขณะเดียวกันก็มีลูกเล่นแปลกๆ บ้าง
๔. และที่สำคัญที่สุด มีความสุขในการเล่าไปพร้อมกับเด็กๆ

วิธีที่ ๖ ใช้กิจกรรมศิลปะเชื่อมโยงกับการอ่าน
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…ท่านจะเน้นระบายสี…”
การน้อมนำไปปรับใช้
กิจกรรมศิลปะที่เนื่องกับหนังสือและการอ่าน นอกจากช่วยพัฒนาสุนทรียภาพในเด็กแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในมิติอื่นๆ ของเรื่องราว เป็นเสมือนการวิจัยย่อมๆ ที่เด็กๆ กระทำได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย กิจกรรมศิลปะมีหลากหลาย อาทิ วาดรูประบายสี (ด้วยเทคนิคต่างๆ – สีเทียน – สีไม้ – สีน้ำ – สีน้ำมัน – สีโปสเตอร์ – สีดิน – สีดอกไม้ – สีพืชผัก) ทำประติมากรรม, ทำหุ่น, ทำละคร, ร้องเพลง

วิธีที่ ๗ สอนให้รู้จักสกัดความรู้และจับใจความสำคัญ
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…หยิบจับความที่น่าสนใจ ขึ้นมาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ที่เปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะก็อาศัยจำเอาจากที่สมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติมแล้วใช้ตอบข้อสอบหรือเขียนรายงานส่งครูสบายๆ …”
การน้อมนำไปปรับใช้
เมื่ออ่านแล้วต้องสามารถจับใจความสำคัญและสกัดความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้แรกเริ่มพ่อแม่อาจช่วยสรุปช่วยสกัดอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยสร้างความคุ้นเคยในระเบียบวิธีการแก่เด็กๆ เป็นปฐม ต่อมาอาจฝึกให้เด็กใช้แผนภูมิ แผนภาพ ต่างๆ เช่น แผนภาพใยแมลงมุม แผนภาพก้างปลา เพื่อหัดจับใจความสำคัญและสกัดความรู้ความเข้าใจด้วยตนเองได้ หลายคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก แต่ที่จริงแล้วไม่ยากเลยหากเด็กได้มีการฝึกฝนทักษะเหล่านี้อยู่เป็นประจำ

วิธีที่ ๘ ต่อยอดจากประสบการณ์เดิมของผู้เรียน
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…เรื่องนิทานของสมเด็จแม่ มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือเรื่องผี แต่ก่อนนี้พี่เลี้ยงไม่ยอมเล่าเรื่องผี พอไปโรงเรียนเพื่อน ๆ ก็มาหลอก สมเด็จแม่ท่านว่า ถ้ามานั่งอธิบายว่าผีไม่มีจ้างก็ไม่เชื่อ ท่านจึงสำทับโดยการเล่านเรื่องผีที่น่ากลัวกว่าให้เข็ด…”
การน้อมนำไปปรับใช้
พ่อแม่ต้องไวในเรื่องการรับรู้และความสนใจของลูก และเป็นฝ่ายช่วงชิงใช้ประโยชน์จากความสนใจที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ๆ เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้เสริมหรือนำมาใช้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง

วิธีที่ ๙ นำเด็กสู่โลกแห่งวรรณคดี
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…เมื่อตอนเล็ก ๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทย โดยการให้อ่านวรรณคดีเรื่องยีนโรงสามเรื่อง คือ พระอภัยมณี อิเหนาและรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะ ๆ เช่น ว่าพลางทางชมคณานกโผนผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาแต่เล็ก ๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน…”
การน้อมนำไปปรับใช้
การสร้างนิสัยรักการอ่านไม่ใช่การส่งเสริมให้เด็กอ่านอะไรก็ได้ การสร้างนิสัยรักการอ่านคือการสร้างนิสัยให้เด็กรู้จักอ่านงานที่มีคุณภาพ เช่นวรรณคดี สารคดี งานวิชาการ และรู้วิธีหรือมีการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องเพื่อนำสิ่งที่อ่านนั้นมาใช้ประโยชน์หรือสร้างแรงบันดาลใจ

วิธีที่ ๑๐ พัฒนาทักษะไพรัชภาษาพาสู่โลกกว้าง
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”
“…ตอนเด็ก ๆ ข้าพเจ้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างจะอ่อนและหนีเรียนอยู่เสมอ หลังจากฟังพระบรมราโชวาทของทูลกระหม่อนพ่อเรื่อง” ทำไมคนเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ” แล้ว สมเด็จแม่ก็ค่อย ๆ เริ่มสอนศัพท์อังกฤษให้ท่อง ให้อ่านหนังสือตามลำดับยากง่าย จนเดี๋ยวนี้พอจะส่งภาษาฝรั่งมังฆ้องมังค่าได้…”
การน้อมนำไปปรับใช้
การอ่านทำให้รู้จักตนเอง และรู้จักโลก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาทักษะการอ่านไพรัชภาษาในเด็กซึ่งกำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกทุกวันนี้ ตำราไทยที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศนั้นล่าช้ากว่าเวลาจริงของเอกสารนั้น ๆ อยู่หลายปี บางเล่มเป็นสิบปี การที่เด็กเข้าถึงหนังสือต่างประเทศได้ ทำให้ไทยรู้เขา รู้เรา สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีสากลมาประสมกับความรู้ไทย เพื่อสร้างสรรค์ประเทศของเราให้จำเริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

Share
การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ
Jul 3rd, 2009 by predee 2,696 views

รัฐบาลให้ความสำคัญในการรณรงค์ให้เด็กไทยรักการอ่าน โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ

รายงานจากสำนักสถิติแห่งชาติพบว่า การอ่านหนังสือของเด็กไทยจากเดิม 52 นาทีต่อวัน เหลือเพียง 39 นาที เนื่องจากเด็กและเยาวชน   ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการเล่นคอมพิวเตอร์และดูโทรทัศน์มากขึ้น

โดยจะต้องสร้างแรงจูงใจให้เด็กไทยรักการอ่านมากขึ้น เช่น การให้ความสำคัญกับการอ่านและการเขียนภาษาไทย ซึ่งนำไปสู่การให้คะแนนในการเรียนการสอน ในหลักสูตรใหม่ก็ได้กำหนดให้มีชั่วโมงส่งเสริมการอ่านและการเขียนไทย

นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดทำโครงการห้องสมุด 3 D ขึ้น ประกอบด้วย หนังสือดี บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ดี โดยจะเริ่มในโรงเรียนทุกระดับ และสถาบันอาชีวศึกษา

อีกทั้งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน และรู้หนังสือ ภายในปี 2555
โดยได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินการ ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95 รวมถึงให้ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มแหล่งการอ่านครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง และสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อปลูกฝังการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่าง ยั่งยืนทุกรูปแบบ

ที่มา: “เด็กไทยอ่านหนังสือน้อยลงแค่ 39 นาที.” ไทยรัฐ (18 มิถุนายน 2552): 15.

“รณรงค์รักการอ่าน.” ไทยรัฐ (20 มิถุนายน 2552): 12.

ทีมข่าวการศึกษา.  “มีมติให้ปี 52-61 เป็นทศวรรษการอ่านของประเทศ.” [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก:
http://www.thairath.co.th/content/edu/24503 2552.  สืบค้น 6 สิงหาคม 2552.

เรื่องน่ารู้

2 เมษายน 2552  วันรักการอ่าน
คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงมีคุณูปการต่อวงการหนังสือไทย เป็น “วันรักการอ่าน”

สมาคมการอ่านแห่งประเทศไทย
เป็นสมาชิกของสมาคมการอ่านนานาชาติ จัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

- เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการอ่านและส่งเสริมการอ่านทุกระดับ
- เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาการอ่านและการสร้างสรรค์
- เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในกลุ่มนักวิชาการ นักอ่าน นักเขียน และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน

เว็บไซต์สมาคมการอ่านแห่งประเทศไทย http://www.thailandreading.com/index.html

ศูนย์ให้คำปรึำกษาภาษาไทย http://thaiqa.swu.ac.th/index2.php

Share
ถ้าคุณต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียนสามเณร จะทำอย่างไรดี?
Dec 16th, 2008 by Valaiporn Changkid 1,047 views

นั่นสิ…ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ต้องทำอย่างไรกันดีหล่ะเนี่ย น้องๆ สามเณร อืมห์… เอาหน่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ไปกันถึงจังหวัดน่านแล้ว และก็ได้หารือกันไว้แล้ว่าจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับโรงเรียนวัดราษฎร์บำุรุง เพื่อเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในโครงการพระปริยัติธรรม ทีมงานก็ได้ร่วมกันเอาหัวชนกันโขกออกมาเป็นเกมส์ “แรลลี่ ส่งเสริมการอ่าน” สารพัดสารพันจะขนกันมาคำอ่านแต่ละคำ ไม่ว่าจะเป็นประโยคยอดฮิตสมัยเป็นลูกเสือ เนตรนารีกัน ต้องเจอกันทุกคนกับการเข้าฐาน “สื่อสาร” และประโยคที่ไม่พ้นก็คือ “กล้วยตานีปลายหวีเหี่ยว หิ้วหวีเหี่ยวไป หิ้วหวีเหี่ยวมา” อ่ะทุกท่านลองอ่านกันเร็วๆ สิ น๊านนนนนน สุดท้ายมันเป็นคำว่าอะไร เฮ้อออ แค่ประโยคแรกก็แย่แล้ว ไม่ควร ไม่ควร Read the rest of this entry »

Share
บันได 9 ขั้น อ่านให้เก่ง
Jul 28th, 2008 by titima 2,840 views

นั่งอ่านตั้งนานก็ยังไม่เข้าใจ จำก็ไม่ได้…จะทำอย่างไรดี? Read the rest of this entry »

Share
การอ่านสร้างชีวิตผม
Jul 25th, 2008 by watinee 845 views

พักหลังๆ มานี้ เมื่อเข้าประชุมในวิชาชีพตัวเองทีไร มักจะได้ยินพี่ๆ บรรณารักษ์หรือคณะกรรมการสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ พูดเสมอๆ ว่ากำลังพยายามผลักดันให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติเฉกเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เกาหลีใต้ เป็นต้นให้ได้ ไม่ว่าจะได้หรือไม่ก็ตามเชื่อว่าสมาคมห้องสมุดฯคงจะไม่หยุดความพยายามที่จะทำให้คนไทยรักการอ่านมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการสัมมนาที่จัดขึ้นในวันนี้ (25 ก.ค. 51) “การอ่านพัฒนาตนละพัฒนาชาติ” โดยมุ่งหวังที่จะให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการอ่าน ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต ไฮไลท์ของงานคงอยู่ที่วิทยากรรับเชิญที่จะมาบอกเล่าว่าการอ่านทำให้หรือมีผลต่อความสำเร็จในชีิวิตเขาอย่างไร อย่างเช่นเจ้าของประโยคที่ขึ้นเป็นชื่อเรื่องไว้ ที่บ่งบอกความสำคัญของการอ่านได้ชัดเจนที่สุดของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี
Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa