»
S
I
D
E
B
A
R
«
แนวคิดพัฒนาประเทศไทยจาก ATPAC โดย ดร.บงกช วรรธนะภูติ
Apr 6th, 2012 by wanutwira 81 views

แนวคิดพัฒนาประเทศไทยจาก ATPAC โดย ดร.บงกช วรรธนะภูติ

ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)หมายถึง การมีปริมาณอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ มีอาหารที่ปลอดภัยต่อร่างกายและการมีสารอาหารที่นำไปสู่สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพในรายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตันฉบับที่แล้ว ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับการใช้สารทดแทนเกลือในอาหารเพื่อรักษาโรคและลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ที่อาจจะตามมาจากการรับประทารเกลือโซเดียมในปริมาณมากๆ ฉบับนี้ ขอนำเสนอการพัฒนาอาหารไร้สารกลูเตน (Gluten-free food) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมีแนวดน้มว่าจะเป้นที่นิยมมากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ถือเป็นโอกาสหนึ่งของประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นแหล่งอาหารสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ในการพัฒนาและขยายตลาดอาหารส่งออกบทความนี้ นำเสนอโดย ดร. บงกช วรรธนะภูติ รองศาสตราจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การอาหาร แห่ง University of Missouri เมือง Columbia มลรัฐ Missouri ประเทศสหรัฐอเมริกา และหนึ่งในสมาชิกของสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada – ATPAC)

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8242-science-and-technology-news

Share
บทสัมภาษณ์ ดร.นิศรา ใน วารสาร Nature
Mar 4th, 2011 by titima 87 views

วารสาร “Nature” เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ดร. นิศรา การุณอุทัยศิริ หัวหน้าห้องปฎิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)  สวทช. และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของโลก (Global Young Academy) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์มากกว่า 150 คน จาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติคาดหวังงบประมาณเพื่อการวิจัยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้
Dec 26th, 2010 by wilailuck 22 views

นักวิทยาศาสตร์จากหลาย ๆ แห่งกำลังแข่งขันเสนอโครงการเพื่อรับเงินทุนวิจัยจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF–National Science Foundation) เช่น โครงการศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวติ้ง (supercomputing center) ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องลงทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสร้างระบบประมวลผลด้วยความเร็วสูงระดับ petascale ที่เป็นเครื่องมือรุ่นต่อไปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีประสิทธิภาพการคำนวณเหนือกว่าระดับ Terscale ขึ้นไปอีกหนึ่งพันเท่าตัว

การพิจารณางบประมาณเกิดความล่าช้าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพรรคทางการเมืองผู้นำในรัฐสภาจากพรรครีพลับบลิกันไปเป็นพรรคแดโมแครด ซึ่งทางวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครดได้สั่งระงับแผนงบประมาณที่พรรคการเมืองชุดก่อนเตรียมการไว้ โครงการศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวติ้งที่ต้องลงทุนมหาศาลจึงถูกยับยั้งร่วมไปกับโครงการอื่น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นทางหน่วยงาน NSF คาดหวังจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณปี 2549  5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ร่วมไปกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่ควรได้งบประมาณเพิ่ม เช่น กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และสถาบันมาตรฐานทางมาตรวัดแห่งสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology) ซึ่งมีหลักการดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบาย American Competitiveness Initiative (ACI) ของประธานาธิบดีบุชที่ได้ประกาศสนับสนุนและเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เป็นเท่าตัวภายใน 10 ปี ดังนั้นทาง NSF จึงได้วางโครงการมากมายตั้งแต่วิศวกรรมศาสตร์จนครอบคลุมถึงการสำรวจเขตอาร์ติก

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/388—-12550

Share
นายกฯ ย้ำเพิ่มงบวิจัยเป็น 0.5% ของ GDP พร้อมกระตุ้นภาคเอกชนทำวิจัยมากขึ้น
Oct 26th, 2010 by titima 167 views

นายกรัฐมนตรี ย้ำจะผลักดันงบประมาณด้านการวิจัยให้สูงขึ้นเป็น 0.5% ของ GDP พร้อมกระตุ้นภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการวิจัยและเข้าถึงฐานข้อมูลได้มากขึ้น

ในการเปิดการประชุม “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2553 (Thailand Research Expo 2010)” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเนื้อหาได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างด้านต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ กำลังปัญญา และความร่วมมือ เพื่อให้เกิดกลไกและวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างสมดุล ซึ่งต้องใช้ความรู้ในลักษณะการวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อนและส่งเสริมให้ประเทศก้าวสู่อนาคตด้วยปัญญา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งของประเทศ คือ ทำอย่างไรจึงจะส่งเสริมให้มีนักวิจัยเพิ่มมากขึ้น เพราะในปี 2550 ประเทศไทยมีนักวิจัยที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 21,392 คน หรือคิดเป็น 3.39 คน : ประชากร 10,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุดมศึกษาประมาณ 65% ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องพยายามสนับสนุน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนกับ GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ กลับลดลง คือ
- ปี 2546 เท่ากับ 0.26
- ปี 2548 เท่ากับ 0.24
- ปี 2550 เท่ากับ 0.21

อย่างไรก็ตามในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ได้ตั้งเป้าการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาของประเทศไว้ที่ 0.5% ของ GDP ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและความจำเป็นในด้านต่างๆ รวมถึงนโยบาย 1 จังหวัด 1 มหาวิทยาลัย และการกระตุ้นให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานวิจัยและเข้าถึงฐานข้อมูลได้มากขึ้น เพื่อสร้างบุคลากร ทั้งการสนับสนุนการศึกษา การจูงใจให้เกิดความสนใจในการวิจัยและการสร้างสรรค์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างผลงานวิจัยที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรียบเรียงจาก
นายกฯ ย้ำเพิ่มงบวิจัยเป็น 0.5 ของ GDP พร้อมกระตุ้นให้เอกชนทำวิจัยมากขึ้น . Engineering today. 8, 94 (ต.ค. 2553) : 20.

Share
สิทธิบัตรกับ สวทช.
Oct 23rd, 2009 by supaporn 324 views

สิทธิบัตรเป็นดัชนีชี้วัดถึงความสำเร็จของการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ในฐานะหน่วยงานวิจัยของประเทศ ก็เช่นเดียวกัน ได้มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรผลงานวิจัย ณ ขณะนี้ ได้รับสิทธิบัตรที่ได้รับการคุ้มครอง จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 60 เรื่อง สนใจติดตามนวัตกรรมจากสิทธิบัตรดังกล่าวได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/patents

Share
การทำ (เขียน) วิทยานิพนธ์
Jan 29th, 2009 by supaporn 1,005 views

เมื่อ defend หัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่าน ก็ต้องลุยกันใหม่ ตั้งแต่บทที่ 1,2,3,4,5 เพื่อให้จบเป็นรูปเล่ม แต่จะทำให้เป็นรูปเล่มได้นั้นก็ต้องบอกว่า หิน อีกนั่นแหละ ยากที่สุด ก็คงจะเป็นบทที่ 3 กระมัง เพราะบทที่ 3 คือ วิธีดำเนินการวิจัย เพราะต้องออกแบบวิธีการดำเินินการวิจัยให้ได้ซะก่อน ว่าจะใช้เครื่องมือใดเป็นตัวเก็บข้อมูล จะออกแบบสอบถามอย่างไร ถึงจะครอบคลุมประเด็นที่เราจะศึกษา และต้องโยงไปถึงการทำสถิติเวลาต้องประมวลอีกด้วย หรือถ้าเป็นการเขียนโปรแกรม ก็คงจะยากตอนที่ต้องเขียนโปรแกรมออกมาให้ได้น่ะ หรือต้องสร้างสื่อการสอนประกอบอะไรต่อมิอะไร โอย สารพัด สารเพ

Share
Defend หัวข้อ (วิทยานิพนธ์)
Jan 29th, 2009 by supaporn 2,341 views

การจะ defend หัวข้อวิทยานิพนธ์ ก็จะเป็นศึกหนัก ศึกแรก สำหรับนิสิต นักศึกษาเลยทีเดียวค่ะ เพราะต้องมีคณะกรรมการ มาซักถาม ตั้งแต่ 3-5 ท่าน มาตั้งคำถามเราเกี่ยวกับหัวข้อ หรือเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์ ตอนโดนอาจารย์ที่ปรึกษาซักถาม ก็เป็นด่านเล็กๆ ก็ถูกแก้ไขไปหลายรอบแล้ว แต่เมื่อต้องโดนอาจารย์อีก 3-5 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็จะมีมุมมองในหัวข้อที่สอบแตกต่างกันไป คิดดูเองแล้วกันว่าความตื่นเต้นจะมีมากแค่ไหน Read the rest of this entry »

Share
พบอาจารย์ที่ปรึกษา (วิทยานิพนธ์)
Jan 29th, 2009 by supaporn 1,000 views

วันสำคัญก็มาถึง เมื่อ (ว่าที่) อาจารย์ที่ปรึกษาอนุญาตให้เข้าพบ ข้อมูลพร้อม การเตรียมตัวก็ต้องพร้อม  อาจารย์จะซักถาม ตั้งแต่หัวข้อ ทำไมถึงศึกษาเรื่องนี้ ต้องอธิบายให้ได้อย่างชัดเจน และแจ่มแจ้งค่ะ เพราะถ้าอธิบายไม่ได้ อาจารย์ก็จะซักจนกว่าเราจะพูดให้ได้ว่า ทำไมถึงศึกษา แต่คำตอบที่อาจารย์ได้รับ อาจจะไม่เป็นพอใจก็ได้ค่ะ การตอบของเรา จะแสดงให้เห็นถึงว่า เราได้มีการศึกษาเอกสาร ทบทวนเอกสาร หรือ review literature มาอย่างหนักหรือเปล่า Read the rest of this entry »

Share
อาจารย์ที่ปรึกษา (วิทยานิพนธ์) อีกสักครั้ง
Jan 29th, 2009 by supaporn 1,305 views

ขอพูดเรื่องอาจารย์ที่ปรึกษา (วิทยานิพนธ์) อีกหน หรืออาจจะอีกหลายหน เพราะตัวเองเคยมีประสบการณ์ทั้งในสถานะการเป็นนิสิต ที่ขอไปเรียนเชิญอาจารย์เป็นที่ปรึกษา และในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม การจะเข้าไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา จะต้องมีข้อมูลมาพร้อม ประมาณว่า ได้ศึกษาเรื่องที่เราจะทำวิทยานิพนธ์มาละเอียดพอสมควร คงจะไม่ทะลุปรุโปร่งหรอกค่ะ เพราะความคิดของเรายังไม่กว้างไกล ต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของท่านอาจารย์มาคอยชี้แนะให้กับเรา Read the rest of this entry »

Share
อาจารย์ที่ปรึกษา (วิทยานิพนธ์)
Jan 29th, 2009 by supaporn 906 views

ได้หัวข้อวิทยานิพนธ์ (ว่าจะศึกษาเรื่องนี้) ก็ต้องเริ่มมองหาอาจารย์ที่ปรึกษา หรือในระหว่างหาหัวข้อ ก็ควรจะมีการปรึกษาพูดคุยกับอาจารย์หลายๆ ท่านเพื่อจะขอคำแนะนำ หรือถ้าเราสนใจเรื่องใด ที่ทราบว่า อาจารย์ท่านใดถนัดเรื่องนั้น หรือสาขานั้นอยู่ ก็น่าที่จะมีการเรียนปรึกษากับอาจารย์ไปพร้อมๆ กับเรียนเชิญให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งจะทำให้ไม่เสียเวลา จะเป็นวิธีการที่ดีกว่า จะไปหาหัวข้อจนเป็นที่พอใจ (เรา) แล้วค่อยไปเข้าพบอาจารย์เพื่อเรียนเชิญเป็นที่ปรึกษา Read the rest of this entry »

Share
เกือบได้หัวข้อวิทยานิพนธ์ (อีกแล้ว)
Jan 29th, 2009 by supaporn 807 views

ช่วงสืบเสาะ หาหัวข้อจะเป็นช่วงที่ใช้เวลามากทีเดียว พอจะหาได้ก็ต้องมีวิธีการตั้งชื่อ เพราะมักจะขึ้นด้วยคำว่า การศึกษา …. การสำรวจ… ทำนองนี้  หาหัวข้อได้ ก็ต้องทราบว่าพอจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ในเรื่องที่เราจะทำวิทยานิพนธ์หรือไม่ เพราะไม่งั้น ไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาให้นะคะ ความคิดของเราอาจจะล้ำหน้าไปหรือเปล่า แต่บางทีอาจารย์ที่ปรึกษาก็รับ แต่มาปรับโน่น นี่ บางทีก็จนไม่เหลือหัวข้อเก่าเลย แต่บางทีก็ปรับขอบเขตให้แคบเข้ามาหน่อย (ตัดให้แคบเข้ายังดี ดีกว่า ศึกษาขอบเขตน้อยเกินไป ต้องขยายเรื่องออกไปจะยุ่งกว่าค่ะ) เอาเป็นว่า ตอนนี้ได้หัวข้อแล้ว จะไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษา

Share
เกือบได้หัวข้อวิทยานิพนธ์
Jan 29th, 2009 by supaporn 1,024 views

การจะหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ คงต้องเริ่มจากว่า เราสนใจเรื่องไหนเป็นประการสำคัญ เพราะถ้าหาเรื่องที่ไม่ชอบหรือถูกยัดเยีียดให้ทำ ก็ใจมันไม่อยากทำ ใจไม่ชอบ มันก็ไม่ไปถึงไหน เพราะทุกสิ่งอย่างอยู่ที่ใจเป็นที่ตั้ง เมื่อรู้ว่าตัวเองสนใจเรื่องใดแล้ว ก็ต้องศึกษาและตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า สนใจเรื่องใด ศึกษาไปทำไม ได้ประโยชน์อะไร ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็เริ่มต้นสืบเสาะได้เลย ว่ามีใครทำเรื่องแบบนี้บ้าง Read the rest of this entry »

Share
เริ่มหาหัวข้อวิทยานิพนธ์
Jan 29th, 2009 by supaporn 2,835 views

พยายามหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ เพื่อจะได้เสนอโครงการ (Proposal) ให้ทันภาคปลาย และปัจจัยจำเป็นอีกอย่างนึงก็คือ ประหยัดเงินค่าลงทะเบียนด้วย เพราะยังไม่ทำงาน ยังต้องแบมือขอเงินบุพการี ก็เลยต้องขยัน จะได้จบโดยเร็ว แต่โชคชะตาก็ไม่ค่อยจะเป็นใจ กว่าจะผ่านด่านหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ได้ ก็สาหัสเอาการ Read the rest of this entry »

Share
หัวข้อวิทยานิพนธ์
Jan 29th, 2009 by supaporn 1,858 views

คราวที่แล้ว เริ่มหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ เพราะ้ต้องเขียน proposal เสนอว่า เรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์นั้น มีความเหมาะสมกับการศึกษา วิจัยหรือไม่ คำว่า Proposal, adviser, thesis, defend เริ่มคุ้นหูมากขึ้น และมีความวิตกกังวลสอดแทรกขึ้นมาเป็นระยะๆ Read the rest of this entry »

Share
วพ. ก็ (ก้อ) วิทยานิพนธ์
Jan 29th, 2009 by supaporn 951 views

เมื่อตอนที่ยังศึกษาปริญญาโท อย่าให้บอกเลยค่ะ ว่าปีไหน เดี๋ยวจะทราบอายุคนเขียน เอาเป็นว่า ตอนที่เริ่มเข้าไปเรียนน่ะ ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะต้องทำวิทยานิพนธ์่น่ะ เพราะตอนนั้นยังละอ่อนอยู่แล้ว เรียนปริญญาตรี จบปุ๊ปก็เรียนต่อโทปั๊ป แต่จะหลีกเลี่ยงไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในระดับมหาบัณฑิต ก็ปริญญาโทนั่นแหละ แม้ว่า จะมีแผน ข (ในสมัยนั้น ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังเรียกแบบนี้อยู่หรือเปล่า) ที่ไม่ต้องทำวิทยาินิพนธ์ก็ได้ แต่ได้ฟังตำนานมารู้สึกจะโหดเกินไปสำหรับเด็กน้อยอย่างเรา ก็เลยเลือกลงวิทยาินิพนธ์ Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa