WordPress เป็นซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพนซอร์สและบริการออนไลน์ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์ในกลุ่ม Blog แต่ก็สามารถนำมาต่อยอดเป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บในกลุ่มต่างๆ ได้ตามต้องการ ทั้งเว็บส่วนตัว เว็บหน่วยงาน เว็บคลังภาพ คลังความรู้ เว็บจัดการความรู้ และเว็บ e-Learning เนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งง่าย และ/หรือสมัครสมาชิกออนไลน์ได้ฟรี เป็นมิตรที่ดีกับ Google ทำให้เนื้อหาติดอันดับการสืบค้นที่เร็วมาก หลากหลายโปรแกรมเสริม หากท่านใดสนใจพัฒนาเว็บไซต์ลองพิจารณาเลือก WordPress ดูบ้างก็ได้นะครับ รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ STKS-Wiki
Read the rest of this entry »
STKS ได้จัดเนื้อหาบทเรียนออนไลน์เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ด้วย CMS เด่นอย่าง Joomla ไว้ที่ http://stks.or.th/wiki โดยท่านที่สนใจสามารถเข้าชมและศึกษาได้ตามเหมาะสม นับเป็นบทเรียนออนไลน์ที่ STKS บริการสำหรับทุกท่านบทเรียนหนึ่งครับ
10 ปีกว่าของการอบรมหลักสูตร “พัฒนาเว็บไซต์” คงเป็นที่ตระหนักได้ว่า “ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ” เพราะองค์ประกอบของการพัฒนาเว็บไซต์มีมากเกินกว่าที่หน่วยงาน หรือบุคคลที่เข้ารับการอบรมจะสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะประเด็น “พื้นที่เว็บ – Web Hosting” และ “เทคนิคการพัฒนา” ที่ให้ถูกใจ ถูกตา
แต่ด้วยนวัตกรรมใหม่ของการพัฒนาเว็บไซต์ในรูปแบบเครื่องมือจัดการเนื้อหา เว็บ (CMS: Content Management System) ที่พัฒนาออกมาในลักษณะเว็บไซต์สำเร็จรูป ทั้งที่เป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และ/หรือ ซอฟต์แวร์บริการผ่านพื้นที่ฟรี (Free hosting & application) ทำให้การพัฒนาเว็บไซต์เกิดผลเป็นจริงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่กี่คลิกของการเข้าเว็บไซต์ที่ให้บริการก็สามารถเปิดเว็บไซต์ได้ภายในเวลา ไม่เกิน 30 นาที ไม่เชื่อลองเริ่มจากเว็บไซต์ http://wordpress.com ดูสิครับ
CMS อย่าง WordPress จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการพัฒนาเว็บไซต์ อย่างไรก็ดีหากท่านไม่สนใจ WordPress ก็สามารถเลือกเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์ในกลุ่ม CMS ได้ผ่าน http://cmsmatrix.org
ผศ. ดิชิตชัย เมตตาริกานนท์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้บรรยายถึง หลักสูตรการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2552 ศวท. ถึงแนวคิดในการจัดทำหลักสูตร 4 ระดับ ซึ่งทำให้เห็นว่า การเรียนการสอนของ ม. วลัยลักษณ์มีเป้าหมายที่ชัดเจน
การพัฒนาเว็บไซต์แม้นว่าจะมีพัฒนาการมานานแล้ว แต่ก็ยังมีจุดบอดหรือจุดบกพร่องหลายประการจากผู้พัฒนาเว็บหลายๆ ท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บ ขอนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์ หรือหลักสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาเว็บออกมาได้ตรงกับความต้องการ และรองรับการเข้าถึง สร้างความประทับให้กับทุกกลุ่มผู้ชม หรือกลุ่มส่วนใญ่
หนังสือ People to People Fundraising ได้ให้คำแนะนำไว้น่าสนใจมากเกี่ยวกับเกณฑ์หรือหลักการสำคัญประกอบการออกแบบ พัฒนาเว็บไซต์ ขอสรุปดังนี้
สำหรับการพัฒนาเว็บภาษาไทย ยังต้องคำนึงถึงการตั้งชื่อแฟ้มเอกสารประกอบต่างๆ แบบอักษร (Font) การเข้ารหัสภาษาไทย (Thai Encoding) และขนาดพื้นที่จอภาพของผู้ชมเว็บส่วนใหญ่ด้วยครับ และหากให้ดี ควรจะให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบที่ใช้พัฒนาเว็บ เช่น ขนาดของ Banner หรือปุ่มต่างๆ ที่ควรมีขนาดเดียวกันทั้งเว็บไซต์ หรือจัดกลุ่มของขนาดผลงานกราฟิกนี้ห้ชัดเจน รวมทั้งการเลือกใช้สี
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเห็นความสำคัญในเรื่องสิทธิและความเสมอภาคที่จะเกิดผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการช่วยลดช่องว่างทางสังคม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT ขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ รวมทั้งเพิ่มจำนวนเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ สามารถรองรับการใช้งานของกลุ่มคนพิการ และผู้สูงอายุ โดยการออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นสากลที่เรียกว่า Universal Design คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถใช้ได้กับทุกคนทั้งคนปกติ คนพิการ และผู้สูงอายุ
โดยจัดทำแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ หรือ Thai Web Content Accessibility Guidelines 2008 (TWCAG 2008) รวมทั้งการปรับปรุงให้เป็น Thai Web Content Accessibility Guidelines 2009 (TWCAG 2009)
ที่มา: กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. “ก.ไอซีที ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อทุกคนเข้าถึงได้เวอร์ชั่นใหม่ TWCAG2009.”
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=2134&filename=index 2552.
สืบค้น 7 กรกฎาคม 2552.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TWCAG
TWCAG 2008 www.equitable-society.com/download/TWCAG2008.pdf
TWCAG 2009 http://pitc.police.go.th/admin/download/file/Advanced.Web.Accessibility.doc
เว็บไซต์ใหม่ที่พัฒนาด้วย CMS เช่น Joomla, Mambo, Drupal, WordPress จะถูกควบคุมการแสดงผลด้วย CSS ซึ่งมี CSS Class ที่ต้องเกี่ยวข้องเยอะมาก วิธีการตรวจสอบ CSS Class อย่างง่าย รวดเร็วเพื่อสะดวกต่อการแก้ไข CSS Files คือ การตรวจสอบได้จากเว็บเบราว์เซอร์ที่แสดงผลหน้าจอ และโปรแกรมบอกให้ทราบทันทีเลยว่าส่วนประกอบบนเว็บนั้นถูกควบคุมด้วย CSS Class ใด มี Attribute ใดบ้าง
การตรวจสอบ CSS Class ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เป็นไปได้ง่ายๆ โดยใช้ FireFox เป็นเว็บเบราว์เซอร์แทน IE และติดตั้งโปรแกรมเสริม (Add-on) Firebug ซึ่งจะปรากฏผลการใช้งาน ดังนี้
แล้วแบบนี้ไม่เลือกมาใช้ Firefox อีกหรือครับ
คุณเคยลองลับตาแล้วใช้งานคอมพิวเตอร์ เปิดอินเตอร์เน็ต เข้าไปใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเสาะหาข้อมูลความรู้ หรือไม่? ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นเช่นไร สะดวกสบายไม่มีปัญหา หรือต้องยอมลืมตาตัวเองในที่สุด… Read the rest of this entry »