»
S
I
D
E
B
A
R
«
วัสดุปิดรักษาแผล Antibacterial Wound Gel
Sep 25th, 2012 by wanutwira 44 views

วัสดุปิดรักษาแผล Antibacterial Wound Gel มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย มีส่วนผสมหลักที่มาจากสารชีวภาพ ได้แก่ เกลือไคโตซาน ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื่อแบคทีเรียและเจลของเหลวที่มาจากแผล เพื่อให้แผลมีสภาพความชื้นที่เหมาะสมต่อการหายของแผล แผลไม่แห้งแข็ง จากผลการทดสอบในระดับสัตว์ทดลองเพื่อดูระยะเวลาในการหายของบาดแผลของหนู โดยได้ทำการเปรียบเทียบกับวัสดุทงการค้าชนิด  Intrasite ซึ่งมีลักษณะเป็นเจลเหมือนกัน พบว่า antibacterial wound gel ช่วยกระตุ้นให้แผลหายได้ไวกว่าวัสดุทางการค้า Intrasite โดยแผลจะหายภายในเวลา 14 วัน ในขณะที่ intrasite ต้องใช้เวลาในการหายของแผล 20 วัน  สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Share
พลาสมิดมีการพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษเหมาะกับงานพันธุวิศวกรรม
Sep 25th, 2012 by tipparat 44 views

พลาสมิดตามธรรมชาติที่แยกได้จากแบคทีเรียไม่เหมาะสมในการใช้เป็นดีเอ็นเอพาหะเนื่องจากมีตำแหน่งของการตัดด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะมากกว่า 1 ตำแหน่งหรือไม่เหมาะสม ไม่มีลักษณะที่ใช้บอกว่าเซลล์ไหนมีพลาสมิดและไม่มีพลาสมิด มีขนาดใหญ่จนแยกออกจากเซลล์ได้ยาก ดังนั้นได้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมาใหม่ โดยทำการตัดต่อพลาสมิดที่แยกได้จากแบคทีเรีย ในระยะแรกได้มีการพัฒนาพลาสมิด pSC101 ต่อมาพัฒนาพลาสมิด pBR322 เพื่อแก้ข้อเสียของพลาสมิด pSC101 นอกจากพลาสมิด 2 ชนิดนี้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมามากมายเช่น พลาสมิด pUC ต่อมามีการพัฒนาพลาสมิด pUC ให้ผลิตดีเอ็นเอสายเดี่ยว นอกจากนี้มีการเติมส่วนของ promoter ไปข้างๆ บริเวณที่สอดใส่ดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการเพื่อให้สังเคราะห์อาร์เอ็นเอและโปรตีนจากดีเอ็นเอดังกล่าวได้ในหลอดทดลอง ตัวอย่างพลาสมิดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวคือ pGEM-3Zf(-) ปัจจุบันมีพลาสมิดมากมายในทางการค้า

ที่มา: สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
พลาสมิด pUC ดีเอ็นเอพาหะที่นิยมใช้ในงานพันธุวิศวกรรม
Sep 25th, 2012 by tipparat 262 views

พลาสมิด pUC มีส่วนประกอบคือ ยีน B-galactosidase (lac Z) ยีนต้านทานต่อยาปฏิชีวนะแอมพิซิลิน ลำดับเบสที่จำเพาะของเอนไซม์ตัดจำเพาะหลายชนิดเรียงตัวซ้อนกันอยู่ในบริเวณยีน lac Z โดยมีลำดับเบสที่จำเพาะของเอนไซม์เพียง 1 ตำแหน่งต่อ 1 เอนไซม์ ดังนั้นบริเวณนี้จึงใช้เป็นที่เชื่อมต่อกับดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการเรียกบริเวณนี้ว่า multiple cloning site เพื่อคัดเลือกเซลล์ผู้รับที่มีพลาสมิด pUC เชื่อมต่อกับดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการ นำเซลล์ผู้รับมาเลี้ยงในอาหารที่ประกอบด้วยยาแอมพิซิลิน สาร IPTG (isopropyl-B-D-thiogalactoside เป็นสารที่ชักนำให้เกิดการสร้างเอนไซม์ B-galactosidase) และสาร X-gal (substract ของเอนไซม์ B-galactosidase) เซลล์ผู้รับดังกล่าวจะขึ้นได้ในอาหารแต่ให้โคโลนีไม่มีสี เนื่องจากเอนไซม์ B-galactosidase จะไม่ถูกสร้างออกมาทำให้สาร X-gal ไม่ถูกย่อย

ที่มา:  สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
เครื่องตรวจเบาหวานจากลมหายใจ นวัตกรรมไทยโดดเด่นในอินเดีย
Sep 25th, 2012 by Valaiporn Changkid 259 views

ดร.สรวง สมานหมู่ และทีม กับรางวัลจากการแข่งขันในงาน Intel-DST Asia Pacific Challenge 2012

“เครื่องตรวจเบาหวานจากลมหายใจ” ผลงานวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ส่งผลงานเข้าแข่งขัน ในงาน Intel-DST Asia Pacific Challenge 2012 ณ เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้รับ “รางวัล Audience Choice Winner Award” จากการลงคะแนนของผู้ร่วมงาน งานดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและนักธุรกิจหน้าใหม่ด้านเทคโนโลยีใน 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมี 15,000 โครงการที่เข้าร่วมแข่งขัน

ดร.สรวง สมานหมู่ นักวิจัยห้องปฏิบัติการวิจัยทรัพยากรชีวภาพ หน่วยวิจัยเทคโนโลยีทรัพยากรชีวภาพ ไบโอเทค ผู้วิจัยและพัฒนาเครื่องตรวจดังกล่าว เผยว่า ได้ค้นคว้าและวิจัยหาวิธีในการตรวจวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บตัว สะดวกในการใช้ และไม่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานรู้สึกถึงความเป็นผู้ป่วยของตัวเอง

Read the rest of this entry »

Share
การหาลำดับเบสของดีเอ็นเอ (DNA sequencing)
Sep 25th, 2012 by tipparat 889 views

วิธีหนึ่งพัฒนาโดย Sanger และคณะในปี 1977 คือ ในขั้นตอนแรกต้องเตรียมดีเอ็นเอที่ต้องการหาลำดับเบสเป็นดีเอ็นเอสายเดี่ยว หลังจากนั้นแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใส่ในหลอดทดลอง แล้วให้เกิดปฏกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่และให้หยุดสังเคราะห์ที่ตำแหน่งเบสที่จำเพาะต่างกันใหลอดทั้งสี่คือ หลอดที่ 1, 2, 3 และ 4 อาจหยุดสังเคราะห์ที่เบส A (adenine), C (cytosine), T (thymine) และ G (guanine) ตามลำดับ ดังนั้นแต่ละหลอดทดลองต้องใส่ primer, DNA polymerase, dATP, dCTP, dTTP, dGTP และใส่ ddATP หรือ ddCTP หรือ ddTTP หรือ ddGTP ถ้าต้องการให้ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่หยุดที่เบสใด แล้วนำปฏิกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่ทั้ง 4 หลอดที่ได้มาแยกโดยวิธี electrophoresis บนช่องแยก 4 ช่อง แถบสีดำที่เกิดขึ้นที่ตำแหน่งล่างสุดของการทำ electrophoresis จะเป็นเบสตัวแรกของดีเอ็นเอที่ต้องการหาลำดับเบส อ่านลำดับเบสขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงบนสุดจะเป็นลำดับเบสของดีเอ็นเอที่สนใจ

ที่มา: สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “การวิเคราะห์และตรวจสอบดีเอ็นเอที่โคลนได้” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 145-161. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
การค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโรคมาลาเรีย
Sep 25th, 2012 by tipparat 22 views

โรคมาลาเรียเป็นโรคที่สำคัญโรคหนึ่งในประเทศเขตร้อนหลายประเทศ เมื่อช่วงปีที่แล้วได้มีการค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโรคมาลาเรีย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
การทำให้เกิดการกลายพันธุ์เฉพาะที่ (Site-directed mutagenesis) ในงานวิศวกรรมโปรตีน
Sep 25th, 2012 by tipparat 828 views

วิศวกรรมโปรตีนเป็นการศึกษาโปรตีนที่สนใจโดยการเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอเพื่อให้ได้โปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่ตำแหน่งที่ต้องการศึกษาเปลี่ยนแปลงไป เพื่อศึกษาหน้าที่และความสำคัญของกรดอะมิโน ดังนั้นการทำให้เกิดการกลายพันธุ์เฉพาะที่จึงมีความสำคัญต่องานวิศวกรรมโปรตีน โดยเริ่มจากดีเอ็นเอสายเดี่ยวซึ่งเป็นดีเอ็นเอต้นแบบ แล้วสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่โดยการคัดลอกจากดีเอ็นเอต้นแบบโดยใช้ primer ที่มีเบสผิดไป 1 ตำแหน่ง ผลก็คือจะได้ดีเอ็นเอที่มีเบสผิดไป 1 ตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้เมื่อมีการแปลรหัสของดีเอ็นเอจะได้โปรตีนที่มีกรดอะมิโนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในตำแหน่งที่ต้องการ และเมื่อนำโปรตีนกลายพันธุ์ไปศึกษาหน้าที่จะทำให้รู้ว่ากรดอะมิโนในตำแหน่งนั้นมีความสำคัญต่อหน้าที่ของโปรตีนอย่างไร

ที่มา :  สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
DNA cloning (การโคลนดีเอ็นเอ)
Sep 24th, 2012 by tipparat 724 views

DNA cloning เป็นการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอที่สนใจให้มากขึ้น โดยการส่งถ่ายดีเอ็นเอที่สนใจเข้าไปในเซลล์ผู้รับ เซลล์ผู้รับที่นิยมใช้คือ เซลล์แบคทีเรีย E. coli เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เพิ่มจำนวนได้มากมายในเวลาอันสั้น จึงได้ดีเอ็นเอที่สนใจเพิ่มขึ้นมากมาย การโคลนดีเอ็นเอเริ่มด้วยการแยกดีเอ็นเอที่สนใจออกจากดีเอ็นเอทั้งหมดโดยใช้เอนไซม์ตัดจำเพาะ แล้วเชื่อมต่อเข้ากับดีเอ็นเอพาหะที่ถูกตัดด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะ ดีเอ็นเอพาหะที่นิยมใช้คือ พลาสมิด ซึ่งช่วยให้ดีเอ็นเอที่สนใจสามารถเพิ่มจำนวนและแสดงออกได้ในเซลล์ผู้รับ แล้วส่งดีเอ็นเอพาหะที่ถูกเชื่อมต่อเข้าสู่เซลล์ผู้รับโดยขั้นตอนที่เรียกว่า transformation หลังจากนั้นเมื่อเอาเซลล์ผู้รับมาเลี้ยง เซลล์ผู้รับจะเพิ่มมากขึ้นในขณะเดียวกันชิ้นดีเอ็นเอที่สนใจเพิ่มขึ้นด้วย

ที่มา : สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “การโคลนยีน” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 106-125. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
“สบู่ดำ” พร้อมลุย
Sep 24th, 2012 by pensiri 100 views

นอกจากปาล์มน้ำมันจะให้พลังงานทดแทนชั้นเลิศแล้ว พืชที่ปลูกกันตามหัวไร่ปลายนา อย่าง “สบู่ดำ” ก็เสนอตัวเป็นทางเลือกเช่นกัน

วิกฤติพลังงานทำให้คนหันมาสนใจพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่กำลังมองหาเชื้อเพลิงทดแทนจากพืชธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่เติมให้กับน้ำมันปิโตรเลียม ที่ถึงแม้จะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยแต่ก็แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ดีในอนาคต
Read the rest of this entry »

Share
ผ้าหนูสะอาด
Sep 24th, 2012 by wanutwira 59 views

หนูสะอาด คือ ผ้าขนหนูที่ใช้ทำความสะอาดยับยั้งและฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และ แบคทีเรียต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง  เป็นผ้าขนหนูที่ชุบด้วยสารออกฤทธิ์ที่สังกัดจากธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางนาโนเทคโนโลยี ให้อยู่ในรูปของนาโนอิมัลชั่น เพื่อเพิ่มพื้นที่สารสัมผัสกับเชื้อโรคให้ดียิ่งขึ้น พกพาสะดวก และใช้งานง่ายในทุกสถานที่ สามารถนำไปประยุกต์ให้เป็นแบบสเปรย์เพื่อใช้กับทหาร หรืออยู่ในสภาวะที่อยู่ในที่ที่หาน้ำยากได้อีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ และ หนูสะอาด

 

Share
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิว
Sep 24th, 2012 by wanutwira 47 views

จุดเด่นของเทคโนโลยี (Innovation Statement)
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวประเภทเจลที่มีประสิธิภาพในการทำความสะอาดได้ 100% ไม่มีฝุ่นละออง หรือสารเคมีตกค้างอยุ่บนผิวในระดับไมโครหลังทำความสะอาด ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง (ไม่น้อยกว่า 95%) และลดปริมาณน้ำประปาที่ใช้
การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
อุตสาหกรรม consumer product และอุตสาหกรรม HDD
สถานภาพทรัพย์สินทางปัญญา
ยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว

รายการอ้างอิง : การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิว. NSTDA for Commercialization 2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

Share
ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชัน ที่บรรจุสารที่มีฤทธิ์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพร
Sep 24th, 2012 by wanutwira 104 views

ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชันที่บรรจุที่มีฤทธิ์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพร ซึ่งบรรจุน้ำมันจากสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ไล่ยุง 3 ชนิด คือ น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันแมงลัก และน้ำมันหญ้าแฝก จุดเด่น ใช้สารที่มีฤทธิ์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพรแทนการใช้สารเคมี มีฤทธิ์ป้องกันยุงได้นานสูงถึง 4.7 ชั่วโมง ซึ่งมีระยะเวลาออกฤทธิ์นานกว่าผลิตภัณฑ์กันยุงชนิดอิมัลชัน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอิมัลชันได้ กล่าวคือ มีความเสถียรและความคงตัวของสูตรผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมการปลดปล่อยน้ำมันจากสารสกัดสมุนไพรได้อีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

Share
เทคโนโลยีฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนด้วยเลเซอร์ (Micro-perforated films) สำหรับบรรจุภัณฑ์ยืดอายุผักและผลไม้สด
Sep 24th, 2012 by wanutwira 54 views

ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนด้วยเลเซอร์ (Micro-perforated films) มีสมบัติยอมให้ก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านได้สูงกว่าฟิล์มปกติทั่วไป ซึ่งได้พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดบางประการของฟิล์มชนิดที่มีสมบัติการสกัดการแพร่ของก๊าซ โดยฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนจะมีช่องว่างหรือรูเจาะ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเจาะเพียง 40-50 ไมครอน และมีสมบัติยอมให้ก๊าซออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำของฟิล์มจะขึ้นอยู่กับจำนวนและขนาดของรูเจาะที่ออกแบบ หรือกำหนด ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนจึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนำมาใช้ร่วมกับการผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่สามารถดัดแปลงสภาวะบรรยากาศแบบสมดุลภายในภาชนะบรรจุของผลิตผลสุดระหว่างการเก็บรักษา ณ อุณหภูมิต่ำเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงชีวภาพของผลิตผลสด และป้องกันการเกิดการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ทำให้ผลิตผลยังคงความสดและมีคุณภาพทางโภชนาการ ฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนด้วยเลเซอร์ที่พัฒนาสำหรับผลิตผลสดมีสมบัติการผ่านของก๊าซออกซิเจนสูง อยู่ในช่วง 3,000 -25,000 cc/m2.day โดยอัตราการแพร่ผ่านของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่อก๊าซออกซิเจน (O2) (Permeability ratio, PCO2/PO2,) นั้น สามารถทำได้โดยการออกแบบจำนวนและขนาดของรูเจาะบนฟิล์ม เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตผลแต่ละชนิด

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่

 

Share
ฟิล์มกำจัดก๊าซเอทิลีนเพื่อชะลอการสุกและการเสื่อมสภาพของผลิตผลสด
Sep 24th, 2012 by wanutwira 37 views

ฟิล์มกำจัดก๊าซเอทิลีน พัฒนาจาก mixed matrix membrane concept โดยทำการเพิ่มประสิทธิภาพการเลือกซึมผ่าน (selective permeation) ของก๊าซเอทิลีนด้วยการผสมสารดูดซับชนิดพิเศษลงในฟิล์มพลาสติกที่มีโครงสร้างที่เสริมประสิทธิภาพของสารดูดซับ ฟิล์มต้นแบบที่พัฒนาขึ้นนั้นมีค่าอัตราการผ่านของก๊าซเอทิลีนสูงถึง 63,000-74,000 cm3/m2.day.atm ซึ่งสูงกว่าฟิล์มประเภทเดียวกันที่มีจำหน่ายในต่างประเทศถึง 2-10 เท่า และพบว่าสามารถลดปริมาณก๊าซเอทิลีนภายในบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังชะลออาการใบเหลืองของผักสมุนไพรและการสุกของผลไม้ อาทิเช่น กล้วย และมะม่วงได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สารดูดซับก๊าซเอทิลีนในรูปของซองบรรจุแล้ว การบรรจุผลิตผลสดในฟิล์มนี้จะช่วยลดจุดช้ำบนผลิตผลสดที่มักเกิดขึ้นเมื่อกระทบกับซองบรรจุสารดูดซับและการละลายปนเปื้อนของสารในบรรยากาศที่มีความชื้นสูง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Share
ชุดตรวจสอบกรดบอริกและสารบอแรกซ์
Sep 24th, 2012 by wanutwira 167 views

การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี
ชุดตรวจสอบกรดบอริกและสารบอแรกซ์ ใช้สำหรับตรวจ/วิเคราะห์ปริมาณกรดบอริกและสารบอกแรกซ์ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร

จุดเด่นของเทคโนโลยี (Innovation Statement)
มีขั้นตอนการใช้งานสะดวก ไม่ซับซ้อน ให้ผลการทดสอบภายในเวลารวดเร็ว (ไม่เกิน 5 นาที) และได้ค่าการทดสอบที่แม่นยำ อีกทั้งชุดตรวจสอบนี้ได้พัฒนาวิธีการสังเคราะห์สารสะลายกรดให้อยู่ในรูปของแข็ง จึงปลอดภัยต่อการใช้งานและเก็บรักษายิ่งขึ้น

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ผู้ที่ต้องการตรวจวัดปริมาณการปนเปื้่อนของกรดบอริกและสารบอแรกซ์ในอาหาร เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพอาหาร หรือประชาชนที่สนใจ

กลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย
บริษัทจำหน่ายชุดทดสอบ

รายการอ้างอิง : ชุดตรวจสอบกรดบอริกและสารบอแรกซ์. NSTDA for Commercialization 2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa