»
S
I
D
E
B
A
R
«
ศาสตร์แห่งความสำเร็จ พิชิตอุปสรรคด้วยพลังคิดบวก
September 9th, 2010 by rosdee 677 views

เมื่อพูดถึงความสำเร็จใครก็อยากได้ เมื่อพูดถึงความรวยใครๆก็อยากรวย ศาสตร์แห่งความสำเร็จ ของ ดร.ดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง ประธานกรรมการบริหาร เครือเรสเตอร์ กรุ๊ป (บริษัท วงษ์ อินเวนชั่น จำกัด) ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครๆ ต่อหลายคนที่คิดสิ้นหวัง คิดท้อแท้ หรือใช้ชีวิตมีแต่ปัญหาเรื่อง มีแต่ปัญหา ลองหันมาเปลี่ยนแนวความคิดแบบ นักธุรกิจเจ้าของเก้าอี้นวด RESTER คนแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทยคนนี้ดูนะครับ ว่าน่าสนใจแค่ไหน

คุณเชื่อหรือไม่ว่านักธุรกิจคนนี้สร้างธุรกิจโดยใช้วิธีการคิดบวก คิดดี จนประสบความสำเร็จได้ และได้ตั้งสโลแกนประจำตัวเองว่า ความสำเร็จออกแบบได้ จากประสบการณ์ที่ได้ค้นหาชีวิตตัวเอง จนมีความสำเร็จในธุรกิจด้วยเงินลงทุนแค่ 300,000 บาท เมื่อช่วงตอนอายุ 26 ปี จนได้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเก้าอี้นวดคนแรก สามารถทำยอดขายได้กำไรปีละ 100 ล้านบาท แค่ระยะเวลา 4 ปี และเขายังเป็นนักเขียนหนังสือ เรื่องเกาโลก เกาเวลา เกามนุษย์ เกาสมอง เพียงจุดแค่ประสงค์เพื่ออยากให้ทุกคน มีความสุขกับการเป็นมนุษย์เท่านั้นเอง

ทำให้เกิดความสงสัยกับตัวเองว่า ความสำเร็จของมนุษย์เราอยู่ที่ไหน คนจบปริญญาตรีมีรายได้มากกว่าท่านก็มี น้อยกว่าท่านก็มี คนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ต้องมาเป็นลูกน้องคนจบ ป.4 ได้อย่างไร หรือว่าความสำเร็จอยู่ที่วิชาการใช่หรือไม่ แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะมีความสำเร็จได้

สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดข้อสงสัยกับตัว ดร.ดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง ท่านจึงได้หาแหล่งศึกษาเรื่องนี้ ตามสถาบันการศึกษา เข้าสัมมนาสถานที่ต่างๆ ในเมืองไทยจนหมดคอร์ส และได้ไปศึกษาต่อที่สิงค์โปร์เพื่อหาคำตอบ แค่คำว่า “ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จได้” ครั้งแรกที่เรียนนั้น คือเรื่องความคิด พลังสมอง Positive thinking การคิดดี คิดบวก เรียนแค่ 2 สัปดาห์หมดไป 200,000 กว่าบาท ก็ยังไม่หายข้อข้องใจ เลยตัดสินใจไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ  แค่ 3 สัปดาห์หมดไปกว่า 500,000 บาท จนสามารถอธิบายข้อข้องใจตัวเองได้ว่า

คนเราจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น ขึ้นอยู่กับสมองของเราเอง ขึ้นอยู่กับความคิดเราเอง อย่ามั่วแต่ไปโทษคนอื่น

ฝรั่งได้สอนท่านว่า สมองคือทาสผู้ซื่อสัตย์ของเรา สมองเราจะทำทุกอย่างตามที่เราคิด ถ้าสมองทำตามที่เราคิดได้แสดงว่าเราจะมีความสำเร็จ แต่ทุกวันนี้เราไม่ได้สั่งสมอง แต่ให้สมองสั่งตัวเรา เช่นหลายคนที่คิดว่า เศษรฐกิจไม่ดี ฉันจะทำงานได้หรอ ฉันทำไม่ได้แน่ๆ เพราะนั้นเพราะนี้ ไอ้นู้นก็ไม่ดี ไอ้นี้ก็ไม่ได้ ชีวิตมันน่าเบื่อ เชื่อเถิดว่าตัวเราจะเป็นไปอย่างที่คุณคิด ทำอะไรมันก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

ดังนั้นการคิดบวก Positive Thinking มันจะช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงแนวคิดพวกนี้ได้แน่นอน เพราะความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น จะมาจากพฤติกรรมและความคิด การที่จะคิดดีนั้นต้องมีการฝึกบ่อยๆ วัน 20 ชั่วโมง เพื่อที่จะเปลี่ยนความคิดในแง่ลบของเราที่ได้สะสมมานานแสนนาน บางคน 10 ปี 20 ปี หรือ 40 ปี

จากการศึกษาพบว่าการที่จะคิดดี คิดบวกได้นั้น ต้องได้มาจากปัญญา คนเราถ้ามีปัญญาชีวิตก็มีความสุขได้ มีความสำเร็จได้ แล้วทำไมเราจึงต้องมีปัญญา เพราะปัญญานั้นทำให้เรามีความสุข คนที่ใช้ปัญญาในการบริหารงาน ใช้ปัญญาในการใช้ชีวิต คนแบบนี้แหละที่จะประสบความสำเร็จได้ ปัญญาต้องเกิดจากศีล มีศีลแล้วต้องมีสมาธิ มีสมาธิแล้วจะเกิดปัญญา มีปัญญาแล้วเราจะเกิดความสุข

  • หนทางรูปแบบการเกิดปัญญาของฝรั่งในหลักวิชาการนั้นมี 5 ขั้นตอน
  1. Data หรือข้อมูลได้มาจากการพูดคุยกัน ศึกษาสนใจ หาความรู้ อ่าน ดู จับ แตะ ดม ชิม กิน ดื่ม พูดคุย ทักทาย สังเกต รวบรวมข้อมูลเหล่านี้จนเกิดข้อมูลเยอะๆ ทำให้เกิด information
  2. information หรือว่าข้อมูลข่าวสาร เป็นข้อมูลที่เราคัดกรอง เราพิสูจน์มาแล้ว เช่น ทำอย่างนี้ใช่หรือไม่ พูดจริงหรือเปล่า เราได้วิจัยมาแล้ว หรือ ทำไมคนนี้ทำอย่างนี้ คนนั้นทำอย่างนั้นศึกษากันมากๆ จนทำใหเกิด idea
  3. idea ก็คือความฉลาด ความคิด มีสิ่งนี้ทำให้เราเกิดความรู้ knowledge
  4. knowledge ความรู้ทำให้เรามีเรื่องราวได้ดี เข้าใจขึ้น พอเรารวมทั้ง 4 ข้อจะเกิด wisdom
  5. wisdom หรือที่เรียกว่าปัญญาทำให้เกิดสติ มีปัญญา มีสติ รู้จักใช้ชีวิตก็มีความสุข ความสำเร็จก็จะได้มาโดยไม่รู้ตัว
  • หนทางรูปแบบการเกิดปัญญาของชาวอินเดียในหลักวิชาการนั้นมี 3 ขั้นตอน
  1. สัญชาติญาณ มนุษย์เราล้วนมีสัญชาติญาณ เช่นเมื่อหิวเราก็ต้องกิน ต้องดื่ม เมื่อหนาวเราก็หาเสื้อผ้ามาห่มมาใส่ นี้คือสัญชาติญาณของมนุษย์ มีความอยาก มีความต้องการกับตัวเองอย่างไม่สุดสิ้น อยากเป็นอย่างนั้น อย่างทำอย่างนี้ อยากทำธุรกิจ อยากมีความสำเร็จ อยากรวย อยากดัง พื้นฐานปัจจัย 4 ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็นต้น
  2. ปรีชาญาณ คือสิ่งที่เป็นความสามารถ เราสามารถเพิ่ม เสริม เติม แต่ง ความสามารถของตัวเราได้ เช่นอ่านหนังสือมากๆ ฝึกฝนอยู่บ่อยๆ อ่าน เขียน พูด ฟัง ปฏิบัติ ให้เราทำบ่อยๆ ทำกันจนเข้าใจ รู้ปัญหา รู้วิธีการแก้ไข รู้วิธีการเลือกนำไปใคร ตลอดจนทำให้เกิดการคิด คิดดี คิดได้ สมาธิสติปัญญาก็จะเกิด
  3. ปัญญาญาณ เป็นความคิดชั่วขณะที่เกิดขึ้น เกิดจากความเข้าใจ รู้ทัน มีเหตุมีผลบนหลักพื้นฐานของการคิดดี คิดบวก สร้างสรรค์ สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เมื่อ สัญชาติญาณ กับ ปรีชาญาณ ต้องเกิดขึ้นก่อน

สูตรของความสำเร็จนั้นจะต้องมีแรงดึงดูด เช่นถ้าเราอยากเป็นนักธุรกิจ เราจะทำอะไรให้เราจินตนาการว่าเรามีความสำเร็จอยู่แล้วครับ หรือไม่ก็หาต้นแบบ เช่นคุณอยากเป็นแบบใครที่มีความสำเร็จ คุณต้องทำอย่างเขา เราต้องเห็นภาพนั้นชัดเจนก่อน เราก็ต้องทำอย่างนั้นเหมือนกัน และเราต้องคงภาพความสำเร็จนั้นด้วย

คำพูดนั้นสำคัญยิ่ง ถ้าคุณไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูด คุณก็ไม่มีทางทำในสิ่งที่คุณพูดนั้นได้เช่นกัน ทุกคำพูดที่ออกจากปากเรานั้นจะต้องเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ทุกคำพูดที่ออกจากตัวเราต้องมีความหมาย เช่น คนที่พูดว่า “ฉันอยากรวย ฉันอยากสวย ฉันอยากผอม คุณจะไม่มีวันรวย จะไม่มีวันสวย จะไม่มีวันผอม สิ่งที่จะทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณพูดนั้นได้ คุณต้องทำ ทำ และทำ ต้องคิดบวก คิดดีเสมอ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะมาเอง และคุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่นผมต้องการทำธุรกิจทำยอดให้ได้ปีละ 100 ล้านต่อปี ผมก็ทำได้แล้ว ” ความสำเร็จสามารถออกแบบได้ด้วยการคิดดี แล้วก็ลงมือทำ

เรียบเรียงจาก :
ดร.ดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง.“ศาสตร์แห่งความสำเร็จ พิชิตอุปสรรคในงานห้องสมุด
” การประชุมวิชาการประจำปี ๒๕๕๓ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง กระบวนทัศน์การพัฒนาห้องสมุดสู่ความสำเร็จ (Paradigm of Library Development for Success) วันที่ ๒-๓ ก.ย. ๒๕๕๓ ณ ห้องราชา โรงแรมปรินซ์พาเลซ
Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa