»
S
I
D
E
B
A
R
«
Applied ICT for Executive Librarians
August 14th, 2010 by supaporn 235 views

เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้จัด STKS สัญจร ร่วมกับ ศูนย์สนเทศและหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในหัวข้อเรื่อง Applied ICT for Executive Librarians เพื่อแนะนำเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศ พร้อมทั้งรับทราบทิศทาง แนวโน้ม สำหรับบทบาทและหน้าที่ของห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศในอนาคต เพราะฉะนั้น จึงได้เชิญผู้บริหารห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศเป็นกลุ่มเป้าหมายในการรับฟัง

หลักๆ ของงาน คือ การเชิญผู้บริหารจากห้องสมุดหลายแห่ง ได้แก่ ดร.อารีย์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผอ. ศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผู้อำนวยการ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผอ.สุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์สนเทศและหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเสวนาในฐานะผู้บริหาร ที่จะต้องมีการวางแผน มีมุมมอง มีทัศนคติ มีวิสัยทัศน์อย่างไร

ในช่วงของการเสวนาดังกล่าว ด้วยผู้บริหารแต่ละท่านมีประสบการณ์ในการบริหารงานห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศ รวมกันแล้ว ร่วม ๑๐๐ ปี จึงมีผู้ร่วมฟัง กล่าวว่า เป็นการเรื่องเล่าร้อยปี ตอนแรกนึกว่า อายุของผู้ร่วมเสวนา กลับกลายเป็นว่า ถ้ารวมอายุ น่าจะเกิน ๑๐๐ ปี (เป็นงั้นไป) ผู้บริหารแต่ละท่านได้ร่วมเสวนา ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บางท่านก็ทำการบ้านและได้จากแหล่งเดียวกันอีกด้วย เช่น จาก 2010 top ten trends in academic libraries : a review of the current literature โดยเฉพาะ ผอ. สุวคนธ์ ได้ทำสไลด์สรุปเนื้อหาของบทความดังกล่าว ทำให้ผู้ฟังเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จะขอสรุปจากบทความ สไลด์ และเก็บตกจากการเสวนา รวมๆ ได้ดังนี้

แนวโน้มของห้องสมุด

๑. ทรัพยากรสารสนเทศ เนื่องจากงบประมาณที่ลดลง เนื้อที่ถูกจำกัด จึงทำให้ห้องสมุดต้องตระหนักถึงทรัพยากรสารสนเทศ ๔ ประเด็น ดังนี้

๑.๑  ต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “Just in Case” (เก็บไว้เผื่อจะมีการใช้) ไปเป็น “Just in Time” (เก็บเฉพาะที่ใช้ในปัจจุบัน) และเนื่องจากผู้ใช้ห้องสมุดเป็นตัวกำหนดความต้องการและเป็นตัวผลักดันให้ห้องสมุดจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ

๑.๒  ศูนย์กลางการเก็บหนังสือที่มีการใช้น้อย หรือไม่มีการใช้ เป็น Repository Library เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ ทำให้มีเสียงของการผลักดันที่จะให้ประเทศไทยมีแหล่งเก็บหนังสือ โดยเฉพาะหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งไม่สามารถรองรับได้ แต่ถ้าสามารถรองรับ ก็น่าจะเป็นช่องทางที่จะเก็บหนังสือที่ผลิตในประเทศไทยได้ครบถ้วนสมบูรณ์ (ซะที) รัฐบาลน่าจะได้รับเรื่อง National Repository ไว้ดำเนินการต่อไป

๑.๓  ระบบการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Sharing Resource System)

๑.๔ รวบรวมผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย รวมผลงานที่มีคุณค่าของอาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และเอกสารจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัย และแปลงเป็นรูปดิจิทัลฉบับเต็ม  ในเรื่องของการแปลงเป็นรูปดิจิทัล นั้น ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้แสดงความคิดเห็นในการวางแนวทางการทำ e-Book ในองคการไว้ใน http://thaiview.wordpress.com/ โดยมีการเตรียมการเรื่องการทำ e-Book ๓ แนวทาง ได้แก่

๑. หนังสือที่อยู่ระหว่างการผลิต กำหนดให้โรงพิมพ์ทำเป็น pdf file กลับมาให้กับหน่วยงานที่ว่าจ้างผลิต เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำในอนาคต และสามารถใช้ file ดังกล่าวเข้าคลังเอกสารดิจิทัลได้โดยไม่ต้องมาสแกนเอกสารเหล่านั้นอีก
๒. หนังสือที่มีอายุไม่เกิน ๑๐ ปี พยายามหาไฟล์ต้นฉบับ
๓. หนังสือที่เก่าเกิน ๑๐ ปี อาจะต้องใช้วิธีการสแกนหรือถ่ายเป็นภาพ

๒. งบประมาณ

๒.๑ แนวโน้มลดลง จากรายงานของ Chronicle of Higher Education งบประมาณสำหรับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ในปี ๒๐๐๘ ลดลงร้อยละ ๑๘.๗

๒.๒ การหาทุน (Fund Raising) บรรณารักษ์ในห้องสมุดอุดมศึกษา ร่วมหาหาทุนสนับสนุนกิจกรรม/โครงการพิเศษในสหรัฐอเมริกา

๓. เทคโนโลยี

๓.๑ เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ย่อมมีผลกระทบต่อการบริการของห้องสมุด โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ (Smart Phones), e-Book Readers, IPods, IPad ซึ่งเป็นตัวเร่งจากผู้ใช้ให้มีความต้องการให้ห้องสมุดบริการหรือรองรับการใช้อุปกรณ์สื่อสารดังกล่าวที่ผู้ใช้ใช้ เป็นสิ่งที่ห้องสมุดต้องเรียนรู้จากผู้ใช้ (User experience service)

๓.๒ บุคลากรห้องสมุดต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันเทคโนโลยี  บุคลากรต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง  เน้นการอบรมแบบ cross-training ที่ต้องเรียนรู้ข้ามสายงานหรือสิ่งที่บุคลากรเคยถนัดได้ เพื่อจะได้สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่และสามารถปฏิบัติงานได้ทันที

๓.๓ การเรียนการสอนในสาขาบรรณารักษศาสตร์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับหลักสูตร มีวิชาใหม่ๆ และเกี่ยวข้องกับวิชาชีพและเทคโนโลยี

๔. โครงการ Digitization เพื่อให้สามารถนำหนังสือที่มีอยู่ (ซ่อนอยู่หรือไม่มีผู้ใช้) ถูกนำมาอยู่บนระบบเครือข่าย ที่สามารถเข้าถึงและมีโอการใช้ได้อย่างทั่วถึง หรือทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีโครงการ Digitization ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากขึ้น

๕.ความร่วมมือระหว่างห้องสมุด

๕.๑ ความร่วมมือกับหลักสูตรการเรียนการสอน

๕.๒ ความร่วมมือกับหน่วยบริการนักศึกษา

๕.๓ ความร่วมมือกับบรรณารักษ์หน่วยงานอื่นๆ เพื่อร่วมกันหารือ ร่วมกันใช้ทรัพยากรร่วมกัน ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นต้น

๖. บทบาทของห้องสมุดกับกฎหมายลิขสิทธิ์

๖.๑ ความพยายามของห้องสมุดที่จะให้ความรู้แก่อาจารย์และนักศึกษาให้รักษาสิทธิของงานเขียนหรืองานสร้างสรรค์อื่นๆ และขณะเดียวกันก็ต้องเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย

๖.๒ การคัดเลือกงานเขียนและงานสร้างสรรค์เพื่อเข้าโครงการดิจิทัล บรรณารักษ์ต้องทำความเข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อการสื่อสาร และเจรจากับผู้เป็นเจ้าของ จึงจำเป็นต้องมีบรรณารักษ์ชำนาญด้านการสื่อสาร หรือพนักงานลิขสิทธิ์ (Copyright Officer)

๗. ห้องสมุดจะกลายเป็น “Hub” สำหรับการบริการพิเศษเหล่านี้

๗.๑ ศูนย์การติว (Tutoring Center)

๗.๒ ศูนย์การฝึกการเขียน (Writing Centers)

๗.๓  ห้องศึกษาเป็นกลุ่ม (Group Studty Room) มีให้เห็นอยู่พอสมควร

๗.๔  ห้องการศึกษาทางไกล (Distance Learning Room with Access to Video Conferencing Software)

๗.๕  ห้องบริการกาแฟและอาหารว่าง (Cafe and Light Dining Venue) ข้อนี้มีให้เห็นกันค่อนข้างแพร่หลายในห้องสมุดของประเทศไทย

๗.๖  ห้องพักผ่อนอาจารย์และนักศึกษา (Student and Faculty Lounges)

๗.๗  แกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะ (Art Galleries)

๘. Commons จะกลายเป็น “หัวใจและวิญญาณ” ของห้องสมุดอุดมศึกษา

๘.๑  Information Commons, Intellectual Commons, an Electronic Commons หรือ an e-Commons

๘.๒ Commons model เป็นการผสมผสานของการบริการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการบริการข้อมูลห้องสมุดแบบเก่า รวมทั้งเป็นแหล่งค้นคว้าวิจัยแบบเก่า

๘.๓ Commons ให้บริการเหมือน “Hub” ที่นักศึกษามาพบกัน ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดกัน ร่วมมือกัน และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ที่จัดไว้ให้บริการ

๘.๔ ปัจจุบัน Commons ได้ละลาย กฎ ระเบียบต่างๆ ของห้องสมุด ใน Commons area ใครจะพูดก็ได้ไม่มีการห้าม สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานและดื่มได้ สนับสนุนให้ร่วมมือจัดทำกิจกรรมต่างๆ บางห้องสมุดในพื้นที่นี้จะมีตู้เครื่องดื่มและขนมไว้บริการ

๙. การออกแบบห้องสมุด

การออกแบบจะต้องคำนึงถึงพื้นที่สำหรับสื่อดิจิทัล พื้นที่สำหรับการบริการพิเศษในข้อ ๗

๑๐. คำจำกัดความคำว่า “ห้องสมุด” เปลี่ยนไป เพราะ

๑๐.๑  มีการจัดเตรียมสำหรับการให้บริการดิจิทัลมากขึ้น

๑๐.๒  มีการให้บริการถึงแหล่งข้อมูลทางออนไลน์มากขึ้น

๑๐.๓ จำนวนหนังสือในห้องสมุดลดน้อยลง ลดจำนวนวารสาร เพราะมี e-Journal

๑๐.๔  หนังสือที่มีการใช้น้อยถูกนำไปเก็บไว้ที่ storage หรือจำหน่ายออก

๑๐.๕ มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้มากขึ้น

๑๐.๖  แต่แนวความคิด “Library as Place” ยังคงมีความสำคัญสำหรับ นักศึกษา นักวิจัย คณาจารย์ และผู้ใช้บริการทั่วไป

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa