มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นอีกสถาบันการศึกษาที่เลืิอกใช้ OSS & Freeware ในการเรียนการสอน โดย อาจารย์ยุทธนา เจริญรื่น สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรร่วมเสวนาในงานประชุมวิชาการของ STKS อาจารย์ได้ให้ข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เลือกใช้ OSS & Freeware ใน 3 ลักษณะคือ งานเครือข่าย การเรียนการสอน และการจัดการงานภายในหน่วยงาน โดยมหาวิทยาลัยเลือกใช้ระบบปฏิบัติการในกลุ่ม OSS เป็นหลักสำหรับ Web Server และเครื่องแม่ข่ายต่างๆ เช่น Linux, Ubunto, Apache, MySQL, Fedora รวมทั้งเลือกใช้ CMS ในกลุ่ม OSS ได้แก่ Nuke, Mambo และ Drupal
สำหรับการเรียนการสอนทั้งมหาวิทยาลัยได้เลือกใช้ Moodle เป็นซอฟต์แวร์หลักสำหรับการจัดการระบบ e-Learning โดยรณรงค์ให้ครู อาจารย์ใช้ Moodle ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเต็มระบบมากกว่าเป็นแหล่งเก็บสื่อของครูอาจารย์อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยมีการจัดทำหน่วยงานเฉพาะที่่ช่วยเหลือครูอาจารย์พัฒนาบทเรียนสำหรับ e-Learning ที่น่าสนใจ เรียกว่า หน่วย CLM (The Center for Library Resources and Educational Media)
นอกจากนี้ยังมีการใช้ OSS ในการจัดการเรียนการสอนสาขา Information Management เพื่อแ้ก้ไขปัญหางบประมาณการจัดการซื้อจัดหาซอฟต์แวร์และการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ของนักศึกษา ทั้งนี้ซอฟต์แวร์ตัวอย่างได้แก่
- TableEditor สำหรับการสอนการเขียนโปรแกรมบนเว็บที่ติดต่อกับฐานข้อมูล
- Greenstone สำหรับการเรียนหลักสูตร Digital Library
- OpenBiblio สำหรับวิชาพื้นฐานห้องสมุด
- PhpMyLibrary สำหรับการลงรายการแบบ MARC
- EverGreen & VuFind สำหรับการเรียน Library 2.0 & OPAC 2.0
อาจารย์ยุทธนา ได้ให้ข้อมูลว่าการจัดการเรียนการสอนด้วย OSS & Freeware ส่งผลต่อสถาบันดังนี้
- ประหยัดงบประมาณอย่างน้อยปีละ 1 ล้านบาท
- สถาบันและนักศึกษามีความรู้ด้านระบบและการพัฒนาซอฟต์แวร์
- สถาบันสามารถพัฒนา LMS ของตนเอง สร้างงานให้บัณฑิต ได้แก่การพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WalaiAutoLib และนักศึกษาของสถาบันก็มาร่วมทำงานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา
- บริการวิชาการเพื่อสังคมและส่วนรวม โดยมีการจัดกิจกรรมสร้างระบบห้องสมุดอัตโนมัติด้วย OpenBiblio ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ัจังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง
สำหรับการใช้ OSS & Freeware เพื่อการจัดการภายในหน่วยงาน ประกอบด้วย
- การใช้ SAMBA สำหรับใช้งานทรัพยากรร่วมกันภายในเครือข่าย
- สนับสนุนให้ใช้ OpenLDAP สำหรับการจัดการด้านระบบฐานข้อมูลผู้ใช้
- สนับสนุนให้ใช Browser และ Multimedia player, การใช้ codec ที่เป็น OSS
- สนับสนุนการใช OpenOffice แทน MS Office ซึ่งไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร
บทสรุปจากการส่งเสริม OSS & Freeware ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คงไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่อื่นๆ คือ
- OSS และ Freeware สามารถใช้งานได้จริงในองค์ โดยผลของงานจัดอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม
- อุปสรรคของการปรับเปลี่ยนอยู่ที่ผู้ใช้ พฤติกรรม และความเคยชินมากกว่าประเด็นด้านเทคนิค
- ผู้ใช้ยังขาดความตระหนักเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์
- ต้องการการขับเคลื่อนและผลักดันอย่างจริงจังในระดับผู้บริหาร
ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางของ STKS และหวังว่าคงจะเป็นอีกบทเรียนสำหรับหน่วยงาน สถาบันและผู้สนใจได้ครับ