»
S
I
D
E
B
A
R
«
ต้นแบบห้องสมุดโรงเรียนในศตวรรษที่ 21 (กับบทบาทของบรรณารักษ์)
September 8th, 2009 by watinee 1,338 views

จากบ้านมาเกือบเกือบสามเดือน (เร็วเหมือนกันเนอะ) ทำตัวอยู่ในกะลาประมาณอาทิตย์กว่าๆ ต้องรีบกระโดดออกมาไม่งั้นคงไม่ได้เรียนรู้โลก และทำให้ได้คิดว่าในโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่รู้แม้ยังไม่ได้เห็นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เลยคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดี หากฉันไปพบหรือเจออะไรที่น่าสนใจที่ฝั่งนี้ (บอสตัน) จะพยายามย่อยแล้วเอาเล่าสู่กันฟังนะจ้ะ

ช่วงนี้ที่บอสตันเพิ่งจะเสร็จสิ้นพิธีศพของวุฒิสมาชิก Edward M. Kennedy (Ted Kennedy) แต่กลิ่นไอความเศร้า ความอาลัยและเสียดายบุคคลที่มีความสามารถยังคงตลบอบอวลทั่วเมืองบอสตัน เพราะงั้นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นบอสตันจึงมีข่าวของวุฒิสมาชิก Teddy ที่หน้าแรกเกือบทุกวัน แต่วันนี้ไม่เหมือนกับวันอื่นๆ the Boston Globe vol.276 no. 66 กลับพาดหัวข่าวการปรับโฉมห้องสมุดโรงเรียนครั้งใหญ่แทน คำสำคัญๆ ที่เห็นในพาดหัวข่าวคือ library, goodbye, และ books คงพอจะเดากันออกใช่ไหมว่าประเด็นหลักๆ ของข่าวนี้น่าจะเกี่ยวกับอะไร…

Cushing Academy เมือง Ashburnham รัฐ Massachusetts โดย James Tracy headmaster ของสถาบันแห่งนี้มีความตั้งใจที่จะรื้อห้องสมุดคู่บุญของโรงเรียนมากว่าหนึ่งร้อยปีให้เป็นห้องสมุดไร้หนังสือ (เล่ม) แม้แต่เล่มเดียวก็ไม่มี ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเห็นความล้าสมัยหรือไม่ทันสมัยผ่านหนังสือเหล่านั้น นอกจากนี้หนังสือที่เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้พื้นที่ใช้สอยลดลงตามไปด้วย ความตั้งใจที่จะผนวกเทรดและเทคโนโลยีโรงเรียนนี้จึงมีนโยบายที่จะเปลี่ยนห้องสมุด (Library) ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Learning center) ด้วยงบ $500,000 หรือประมาณ 17,500,000 บาท นอกจากค่าตกแต่งภายในใหม่แล้ว งบส่วนใหญ่ทุ่มให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอแบน แล็พท็อป และเครื่องอ่านหนังสือดิจิทัลรวมไปถึงหนังสือดิจิทัลกว่าล้านเล่ม โปรเจคนี้สร้างความกังวลให้กับหลายๆ คนที่ยังคงรักกลิ่น รูปเล่มและความรู้สึกที่ได้สัมผัสตัวเล่มของหนังสือ และอาจทำให้นักเรียนเสียสมาธิในการอ่านหนังสือดิจิทัลเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยอีเมลและIM นอกจากนี้หนังสือดิจิทัลที่ต้องใช้เครื่องอ่านอย่าง Kindle ไม่ฟรี และเครื่องอ่านก็ไม่ฟรี หลายคนกังวลว่านักเรียนจะมีเงินพอแลกกับความทันสมัยและความล้ำหน้าของเทคโนโลยีที่โรงเรียนนี้ต้องการให้เป็นหรือไม่ และกังวลว่านักเรียนจะขาดสัมผัสโหมดที่ได้จากหนังสือเล่มเท่านั้นคือ ช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้และคิดไปกับไอเดียของผู้เขียน เพราะการอ่านหนังสือดิจิทัลไม่สามารถจะใช้เวลานานได้ขนาดนั้นเพราะนอกจากจะเสียสายตาแล้ว นักเรียนอาจไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือผ่านหน้าจอนานเท่ากับอ่านหนังสือเล่ม ในขณะที่บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียนนี้มองว่าเธอเองก็จินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่าห้องสมุดที่ไม่มีหนังสือเลยสักเล่มจะเป็นอย่างไร บางคนให้ความเห็นได้น่าสนใจคือ ทำไมเราถึงไม่สามารถเพิ่มแหล่งสารสนเทศดิจิทัลไปพร้อมๆ กับรักษาหนังสือเล่มไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม นักเรียนหลายคนตั้งตาคอยกับปรากฎการณ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียนของตนเองแม้จะมองว่าเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกที่ห้องสมุดจะแทนที่หนังสือเล่มด้วยแหล่งสารสนเทศดิจิทัลทั้งหมดแต่พวกเขาก็มองว่า “นี่แหละคืออนาคต”

ไม่ว่าผลสุดท้ายแล้วโรงเรียนแห่งนี้จะได้ปรับห้องสมุดเป็นศูนย์การเรียนแบบไร้หนังสือเล่มได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ แต่การที่การเริ่มต้นที่จะทำโปรเจคในลักษณะนี้บ้างอาจทำให้เราตื่นจากอดีต และคงต้องนั่งคิดกันอย่างจริงจังแล้วล่ะว่าหากเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นจริงๆ เราในฐานะบรรณารักษ์จะเป็นอย่างไรต่อไป…

Resource:

Abel, David. “Welcome to the library. Say goodbye to the books.” The Boston Globe 276, 66 (Sep. 4, 2009).

Share

3 Responses  
ทวีศักดิ์ writes:
September 8th, 2009 at 20:32

ดีใจ ที่มีข่าวมาจากบอสตัน…

ทวีศักดิ์ writes:
March 28th, 2010 at 02:51

วาครับ

ผมได้นำส่วนหนึ่งของบทความนี้ ไปเล่าต่อใน thaiview.wordpress.com อยากเชิญไปอ่านครับ

ทวีศักดิ์

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa