»
S
I
D
E
B
A
R
«
ปรับตัวเองเปลี่ยนการทำงาน ให้สอดประสานอย่างลงตัว(กับการทำงานคนเดียว) ตึง!
July 17th, 2009 by songpol 1,090 views

เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ครับ พอได้เปิดๆอ่านดู ก็พบว่ามีแต่เรื่องมีสาระทั้งนั้นเลย … แล้วไร้สาระนุชนเยี่ยงตัวผมนี้ไซร้ จะบอกเล่าอะไรดี

จนแล้วจนรอดก็เปิดไปเจอเรื่องเก่า (15 เมษายน 2552)เกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้เข้ากับการทำงาน และด้วยตัวผมเองนั้นก็ได้รับมอบหมายงานที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับคนท่วๆไป ผมจึงอยากจะเสนอในมุมของคนที่ทำงานคนเดียวให้โลกได้รับรู้บ้าง!!! (เว่อร์ตลอด)  ดังนั้นวันนี้จึงได้ออกมาเป็น 5 วิธี(มั้ง) สำหรับผู้มีชีวิตรันทดในการทำงานที่ไม่มีทั้งหัวหน้างานและลูกน้องเช่นผมครับ

นั้นหมายความว่า คุณจะต้องดูแลและจัดการงานทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว (ทั้งสิ้น) ได้หน้าก็รับคนเดียว ถ้าซวยก็รับไปคนเดียวเต็มๆเช่นกัน ฮ่าๆๆ

อย่างแรกเลยครับในเมื่อเราไม่มีโอกาสมีลูกน้อง ดังนั้น จงคิดซะว่า ตัวเองนั้นแหละคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุด จงอย่าโหมงานจนเกินกำลัง แต่ก็จงระวังอย่าให้งานขาดตกบกพร่อง มิเช่นนั้น ต่อให้ไม่มีหัวหน้างานมากำกับ ก็อาจจะเด้งได้เช่นกัน ในบางครั้งอาจต้องแกล้งโง่บ้างต่อหน้าผู้อื่น เพื่อให้ตนเองได้รับรู้ถึงเรื่องราวของคนอื่นบ้าง (รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่เคยชนะซักครั้ง… ถ้าไม่ยอมฟังคนอื่นเลย) และต้องอวดฉลาดในบางครั้งเช่นกัน เพื่อไม่ให้ใครดูถูกเราได้ว่าเราทำงานแบบขอไปที ไม่มีความรู้ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีพันธกิจ ฉอด ฉอด ฉอด (หลังๆนี้เริ่มนอกเรื่อง)

ประเด็นต่อมาครับ คือการปรับตัวให้เข้ากับงาน คงต้องบอกว่า มันคงเป็นการยากถ้าเราต้องทำงานคนเดียว และยังต้องพยายามเริ่มต้นกับการปรับการทำงานให้เข้ากับตัวเอง มันจะง่ายกว่ามาก ถ้าเราพยายามเข้าใจในงาน แล้วเริ่มต้นจากการเอาการใช้ชีวิตของตัวเองไปปรับให้ลงรอยกับงานที่มันมีอยู่ให้ได้ เพราะเราไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร เรามีภาระแค่ “ตัวเอง” และ “หน้าที่ที่รับผิดชอบ” เท่านั้น ดังนั้นหากแค่ภาระเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถจะจัดการมันได้ ก็อย่าคาดหวังเลยครับ ว่าตัวเองนั้นจะไปสามารถทำอะไรอย่างอื่นที่หนักว่านี้ในระดับต่อๆไปได้ (เขาว่ากันว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” แต่สำหรับผม “ยิ่งสูงยิ่งหนัก” เพราะมันไม่มีใครมาช่วยเรารับภาระของเราได้ดีกว่าตัวเราเองแน่นอน) และเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว ไม่ว่าจะปรับการทำงานให้เข้ากับการใช้ชีวิต หรือทำชีวิตให้เหมาะกับการงาน มันก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่หรอกครับ (ป.ล. แต่ในกรณีของคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่น อันนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน เอิ๊กๆๆ)

ต่อมา … ถูกต้องครับ!! ไม่ว่าจะทำงานเป็นทีม หรือทำงานคนเดียว สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการบริหารเวลา แม้เราจะบอกว่าคนทุกคนมี 24 ชม เท่าๆกัน แต่ทำไมนะ? คนบางคนถึงสร้างงานสร้างรายได้ ได้มากกว่าคนอื่น คำตอบส่วนหนึ่งก็มาจากการบริหารเวลาเช่นกันครับ ^^ ทำงานให้เต็มที่ในเวลา และรู้จักพักผ่อนกายาให้เต็มที่ เมื่อต้องเริ่มงานใหม่เราก็จะสามารถจัดการได้อย่างเต็มที่เรื่อยไปเป็นวัฏจักรที่ดีนั้นเอง

จงใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ทั้งในการทำงานและเรื่องส่วนตัว เนื่องจากว่า เมื่อทำงานคนเดียว อะไรๆ เราก็ต้องดูแลคนเดียว มันคงจะยาก ถ้าเราจะหาเวลาชิ่งออกไปไหน เพราะไม่มีใครทำงานแทนเรา… ดังนั้นจงใช้เทคโนโลยีครับ MSN facebook Hi5 Exteenblog Hotmail Gmail etc. เหล่านี้ล้วนสามารถนำมาประยุกร์ใช้ได้ทั้งในการทำงานและเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะในการติดต่อสื่อสารในเรื่องงาน หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น การอัพเดทข้อมูลข่าวสาร การใช้เพื่อค้นคว้าหาความรุ้เพื่อตนเองและการทำงาน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้การใช้เทคโนโลยีจะจำเป็น แต่จงอย่าหลงลืมว่า การทำงานคนเดียวก็ไม่ใช่การต้องอยู่คนเดียว อย่าหลงลืมทักษะในการพูด หรือการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยปาก มิใช้ว่าเน้นเทคโนโลยีซะพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง(อันนี้ก็เว่อร์ไป) หุหุหุ

ข้อที่ห้าไปคิดต่อเองครับ ว่ามันยังขาดอะไร เพราะถ้าจะให้เทียบกับเรื่อง “5 วิธี จัดการงานกับชีวิตได้ลงตัว” ผมว่าผมละลายมันเข้าไปรวมกะขออื่นๆแล้ว

และสุดท้ายนี้ จากการทำงานจริงทำให้ผมเข้าใจว่า สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานใดก็ตาม คนเรานั้นก็ทำงานเพื่อตัวเองทั้งนั้นแหละครับ จะยาก จะง่าย จะดี หรือร้าย ทั้งหมดก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น แต่เพื่อการนี้ก็ควรรำลึกไว้เสมอว่า การทำเพื่อตนเองนั้นไม่ควรจะไปเบียดเบียนผู้อื่น และไม่นำความเดือนร้อนมาสู่คนรอบข้าง เช่นนี้แล้วก็จักไม่มีผู้ใดสามารถกล่าวว่าตัวเราที่ทำเพื่อตนเองได้ …เอย

Share

4 Responses  
B writes:
July 17th, 2009 at 20:16

สาระครบถ้วน
เอาไป ห้ากะโหลก

predee writes:
July 17th, 2009 at 20:18

เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลยครับ

ได้ความรู้จากประสบการโดยตรงของณ์ผู้เขียน

อ่านสนุกและได้สาระด้วย

courseware2u writes:
July 18th, 2009 at 23:07

อ่านแล้วใช่เลย เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ยังไงก็ลองเล่าได้เยอะๆ เลยครับ รอติดตามอ่านอยู่ครับ

supaporn writes:
July 26th, 2009 at 08:43

เข้าใจหัวอกคนทำงานที่เป็นทั้งหัวหน้าและลูกน้องเลย

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa