»
S
I
D
E
B
A
R
«
ฝนตกบนดาวอังคาร
September 18th, 2012 by wanutwira 484 views

หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานสำรวจไปสำรวจภาคพื้นดินของดาวอังคารไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว จากยานอวกาศตรวจการณ์ดาวอังคาร ที่อยู่ในวงโคจรรอบๆ ได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พบว่า ฝนที่ตกบนดาวอังคารนั้น ตกลงมาเป็นน้ำแข็งแห้ง ซึ่งมีแห่งเดียวในสุริยจักรวาลของเรา

นักวิทยาศาสตร์ได้หลักฐานชัดแจ้งที่สุดว่า ฝนบนดาวอังคารตกลงมาเป็นน้ำแข็งแห้ง และเกือบจะพบเป็นแห่งเดียว ภายในสุริยจักรวาลของเรา ซึ่งได้ทราบข้อมูลจากยานอวกาศตรวจการณ์ดาวอังคาร ที่อยู่ในวงโคจรรอบๆ อธิบายให้ฟังว่า การที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะกลายเป็นน้ำแข็งแห้งนั้น จะต้องอยู่ใต้ความเย็นระดับใต้ ศูนย์ 125 องศาเซลเซียส ศาสตราจารย์ปอล เฮย์น ของห้องปฏิบัติการการขับเคลื่อนไอพ่น องค์การอวกาศสหรัฐฯ ชี้ว่า การที่มีฝนหรือหิมะคาร์บอนไดออกไซด์ตกอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้นั้น ทำให้ทราบว่า แม้ดาวอังคารอาจจะคล้ายกับโลกหลายส่วน แต่ความจริงนั้นแตกต่างกัน

ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นนั้น มีความเชื่อมโยงกับการค้นพบเมื่อปี 2551 ว่า ยานฟีนิกซ์ ยานสำรวจดาวอังคารของนาซา พบหลักฐานว่าที่นั่นอาจเคยมีฝนตก และมีหิมะตกที่กำลังตกอยู่เหนือจุดลงจอดของยาน ณ ขนะนั้น แต่สาเหตุที่ทำให้ดาวอังคารไม่มีหิมะหนาปกคลุมขาวโพลน เพราะหิมะที่ตรวจพบนี้ระเหยหายไปหมดก่อนตกถึงพื้น

นอกจากนี้ ยานฟีนิกซ์ยังพบแคลเซียมคาร์บอเนตและเม็ดฝุ่นละเอียดที่อาจเป็นโคลนด้วย ซึ่งทั้งแคลเซียมคาร์บอเนตและโคลนก็มักเกิดขึ้นในน้ำที่เป็นของเหลวทั้งสิ้น ซึ่งก็ย่อมเป็นหลักฐานว่าดาวอังคารในอดีตจะต้องมีน้ำอยู่อย่างแน่นอน และยังพบว่าชั้นดินใกล้ขั้วเหนือที่ยานลงจอดมีน้ำแข็งปะปนอยู่ด้วย

และข้อมูลจากยานอวกาศที่สำรวจดาวอังคารแสดงว่า ถึงแม้ดาวเคราะห์แดงดวงนี้เป็นโลกที่เย็นยะเยือกและแห้งแล้ง แต่การพบร่องรอยของทางน้ำโบราณอยู่ทั่วไปบนพื้นผิวดาวอังคาร ทำให้นักดาราศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่าในอดีตดาวอังคารอาจเคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแม่น้ำลำธาร ทะเล และมหาสมุทรใกล้เคียงกับโลก

จากรายงานการวิจัยฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร ไซนซ์ ฉบับ 6 ธันวาคม คณะนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดได้เสนอทฤษฎีใหม่ว่า ดาวอังคารมีสภาพแห้งแล้งและหนาวเย็นมาตลอดตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแล้ว แต่เคยเกิดยุคชุ่มฉ่ำสั้นๆ มาหลายครั้งจากการกระตุ้นโดยการชนของดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง ซึ่งแนวความคิดนี้แสดงให้เห็นว่า การชนครั้งใหญ่แต่ละครั้งอาจเป็นการเพิ่มน้ำให้กับชั้นบรรยากาศ น้ำอาจจะมาจากไอน้ำจากหัวดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย ขั้วของดาวอังคาร ใต้ดิน หรือจากน้ำที่ระเหยออกมาจากเศษดินที่กระเด็นออกมาจากแรงชน เมื่อดาวอังคารเริ่มเย็นลงอีกครั้ง ไอน้ำในบรรยากาศจะกลั่นเป็นน้ำฝนตกลงมา ทำให้เกิดยุคฉ่ำฝนบนดาวอังคาร ปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นในยุคนี้อาจมากถึงเกือบสองเมตร หรือเท่ากับปริมาณน้ำฝนบนโลกที่เกิดขึ้นใน 1 ปี น้ำจำนวนนี้เป็นตัวการทำให้เกิดร่องธารและหุบเหวต่างๆ บนดาวอังคารดังที่ค้นพบมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ปอล เฮย์น ยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นอีกว่า “เมฆของดาวอังคารเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และจับกันอยู่จนตกลงมาเป็นหิมะบนพื้น หิมะเหล่านี้จะตกแถบรอบๆ ขั้วใต้ในช่วงฤดูหนาว”

 

รายการอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์. ฝนดาวอังคารตกลงเป็นน้ำแข็งแห้ง มีแห่งเดียวในสุริยจักรวาลของเรา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/edu/291499. (วันที่ค้นข้อมูล 18 กันยายน 2555).

 วิมุติ วสะหลาย. ยุคฉ่ำฝนบนดาวอังคาร.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://thaiastro.nectec.or.th/news/2002/news2002dec05.html. (วันที่ค้นข้อมูล 18 กันยายน 2555).

 วิมุติ วสะหลาย. หิมะตกบนดาวอังคาร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://thaiastro.nectec.or.th/news/2008/news20081001.html. (วันที่ค้นข้อมูล 18 กันยายน 2555).

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa