การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่หากการนอนหลับกลาย เป็นกิจกรรมที่ไม่ช่วยให้มนุษย์ได้พักผ่อนเต็มที่อย่าง “การนอนกรน” ซึ่งการนอนกรนนั้นมีอันตรายต่อสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ก่อความรำคาญให้คนใกล้ชิดเท่านั้น แต่อาจจะส่งผลให้หยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้
ภาวะการนอนกรนนอกจากจะส่งเสียงรบกวน ผู้ร่วมห้องนอนแล้ว ยังเป็นสัญญาณอันตรายของโรคภาวะหยุดหายใจจากทางเดินหายใจอุดตันขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมีด้วยกันหลายสาเหตุจากเพดานอ่อนยาวเกินไป หรือลิ้นใหญ่ทำให้ช่องทางเดินหายใจตีบมากจนเกิดภาวะอุดตัน ขณะที่ร่างกายหลับอยู่นั้นจึงไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะส่งผลให้รู้สึกว่าไม่หลับลึก กรนแล้วหยุดสักพัก แล้วจึงกรนใหม่ จังหวะที่หยุดพักหรือมีเสียงเงียบสักพัก มักจะมีการหยุดหายใจชั่วขณะเกิดขึ้น ผู้ป่วยจึงไม่สามารถหายใจได้ ถนัด อากาศที่สูดเข้าไปจึงน้อยลง ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ร่างกายจึงได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจึงทำให้อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง ง่วงนอนในตอนกลางวัน เป็นอันตรายต่อผู้ที่ขับขี่ยวดยานเป็นอย่างมาก
ทันตแพทย์จึงเริ่มมีบทบาทในการรักษาอาการเหล่านี้ โดยหลังจากที่ผู้ป่วยได้ตรวจพบว่า เป็นโรค OSA แล้ว ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่เครื่องมือในช่องปาก ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยทันตแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อทำเครื่องมือในช่องปากเครื่องมือชนิดนี้มีหลายแบบหลายรูปร่าง แต่หลักการทำงานเหมือนกันคือ ยึดขากรรไกรล่างให้เคลื่อนมาข้างหน้าโคนลิ้นจะถูกดันออกมาด้วย ทำให้ช่องคอเปิดออก และทำให้อากาศผ่านเข้าได้ง่ายขึ้น
แต่ข้อเสีย คือ จะต้องนอนคาบเครื่องมือกันกรนทั้งคืน แต่เมื่อชินแล้วก็จะช่วยให้หลับสบายมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้นอนเต็มอิ่มแบบไม่ต้องหยุดหายใจชั่วขณะอีกต่อไป
การรักษาด้วยวิธีนี้จะเหมาะกับผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของอาการตั้งแต่น้อยถึงปานกลาง หากอาการรุนแรงมากความสำเร็จในการรักษาจะต่ำ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยการผ่าตัดจะมีความปลอดภัยกว่าทำง่ายกว่า และที่สำคัญราคาถูกกว่า จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น
สาเหตุที่ส่งผลถึงการเกิดอาการ “นอนกรน” ได้แก่
- อายุ ในคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดความตึงตัว กล้ามเนื้อหย่อนยาน รวมทั้งช่องทางเดินหายใจบริเวณคอแคบลง ลิ้นไก่และลิ้นตกไปบังทางเดินหายใจได้ง่าย
- เพศ เพศชายมีอุบัติการณ์การนอนกรนและภาวการณ์หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดตันทางเดินหายใจส่วนบนมากกว่าเพศหญิง เชื่อว่าฮอร์โมนของเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจ มีความตึงตัวที่ดีกว่า
- ลักษณะโครงสร้างของกระดูกใบหน้า คนที่มีคางสั้นมาก กระดูกใบหน้าแบน จะมีผลทำให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนแคบกว่าปกติ
- ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักมากจะมีการสะสมของไขมันมากบริเวณลำคอและทรวงอก ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง การเคลื่อนไหวของหน้าอกแย่ลง
- การดื่มสุรา ยาคลายเครียด และยานอนหลับ ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง รวมถึงกล้ามเนื้อในลำคอ เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย นอกจากนี้แอลกอฮอล์และยายิ่งมีผลกดการทำงานของสมองให้ช้ากว่าปกติ
- การสูบบุหรี่ ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพแย่ลง
- กรรมพันธุ์
นอนกรนมี 2 ชนิด ดังนี้
- ชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อความรำคาญให้คนใกล้ชิดเท่านั้น
ในขณะที่คนเรานอนหงายและหลับสนิท เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนจะตกไปทางด้านหลัง ในคนที่ช่องคอแคบกว่าปกติ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศจึงเกิดเสียงกรนขึ้น เสียงกรนเหล่านี้จะรบกวนคนที่นอนด้วยทำให้เกิดความรำคาญ หรือในรายที่อาการกรนตั้งแต่เริ่มหลับอาจรบกวนกระบวนการการนอนของผู้ป่วยเอง ทำให้นอนสะดุ้งบ่อยจากเสียงกรนของตนเอง
- ชนิดอันตราย นั่นคือ หยุดหายใจขณะหลับ อันเนื่องมาจากมีการอุดตันของทางเดินหายใจขณะหลับ ภาวะอุดตันทางเดินหายใจส่วนบน และระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ
ในภาวะที่ผู้ป่วยมีช่องลำคอตีบมากจากอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เพดานอ่อนหย่อนยานมากมีการขวางทางเดินหายใจจนถึงขนาดอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกรนไม่สม่ำเสมอ กรนเสียงดังมาก อาจมีอาการสำลักน้ำลาย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือมีอาการหายใจหอบเหมือนอาการขาดอากาศ การขาดอากาศบ่อยครั้งทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อสุขภาพ ร่างกายหลายอย่าง
แนวทางการรักษา
สำหรับแนวทางการรักษา นายแพทย์ปกป้องชี้แจงว่า การรักษาอาการ OSA นี้มีมากมายหลายวิธีขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค การวินิจฉัยต่าง ๆ แพทย์จะจัดอันดับความรุนแรงของโรคและเลือกการรักษาได้หลายวิธี เช่น การฝังเข็ม บริเวณเพดานอ่อน การใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ในการช่วยหายใจ รวมทั้งใส่เครื่องมือในช่องปากก็ยังเป็นทางเลือกในการรักษาอาการเหล่านี้ด้วย
อ้างอิงจาก :
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. (2555). อุปกรณ์กำจัด “เสียงกรน” ช่วยให้หลับลึกยิ่งขึ้น. ค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2555, จาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1344505815&grpid=03&catid=05.
วีระชัย คีรีกาญจนะรงค์. (2548). นอนกรนรักษาได้. ค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2555, จาก http://doctor.or.th/article/detail/1410.