»
S
I
D
E
B
A
R
«
นักสำรวจทรงเครื่อง
July 6th, 2012 by pensiri 91 views

การขุดลอกคลองสาย หลักและสายย่อยรอบเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ณ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวใกล้แล้วเสร็จ ด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์นักสำรวจ

ความพยายามขุดลอกคูคลองในกรุงเทพฯ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เป็นหนึ่งในโครงการแก้ปัญหาและรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากในเขตเมือง และปิดโอกาสประวัติศาสตร์น้ำท่วมกรุง แต่การขุดลอกคลองสายหลักและสายย่อย ซึ่งมีความยาวรวมกว่า 3 พันกิโลเมตรคดเคี้ยวรอบเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ณ ปัจจุบันโครงการสำรวจคูคลองดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ และคาดว่าจะใช้เวลาอีกเพียง 3 เดือน ด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์นักสำรวจ
เทคโนโลยีหุ่นยนต์นักสำรวจที่อยู่ในรูปแบบเรือแคนูนี้ เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์บริการกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) พร้อมด้วยหน่วยสนับสนุนคือ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

หุ่นยนต์สำรวจ-ลาดตระเวน

เรือแคนูหุ่นยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงคลองที่แคบและคดเคี้ยวได้อย่างคล่องตัว ด้วยขนาดความยาวเพียง 3.8 เมตร กว้าง 70 เซนติเมตร น้ำหนักบรรทุก 90 กิโลกรัม ภายในติดตั้งอุปกรณ์เพื่อภารกิจการสำรวจ-ลาดตระเวน เช่น จีพีเอสระบุพิกัด เซ็นเซอร์ควบคุมการทรงตัวหรือรักษาสมดุลไม่ให้ล่ม เซ็นเซอร์ตัววัดความเร็วและเครื่องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์

ปาษาณ กุลวานิช นักวิจัยกลุ่มงานสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ความละเอียดสูง กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อธิบายว่า ภารกิจหลักของเรือหุ่นยนต์ลำนี้คือ เก็บข้อมูลความลึกของคลอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในงานป้องกันอุทกภัยและการระบายน้ำ โดยข้อมูลความลึกที่ได้สามารถนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้เป้าการขุดลอกคูคลองหรือการวางจุดเรือดันน้ำ เพื่อประโยชน์ในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้เร็วที่สุด

ระบบยังสามารถเก็บข้อมูลความลึกอ้างอิงตำแหน่งจากอุปกรณ์จีพีเอสและระบบโซนาร์ ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำกว่าวิธีการวัดแบบเดิมคือ ใช้อุปกรณ์หยั่งระดับความลึกและจดข้อมูลโดยแรงงานคน

เรือแคนูหุ่นยนต์นี้เคลื่อนที่ไปได้โดยไม่ต้องอาศัยพลขับ โดยเลือกที่จะควบคุมด้วยระบบไร้สาย (Joystick) หรือเคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ (Autonomous navigation) ส่วนข้อมูลเป้าหมายที่ต้องการจะถูกบันทึกลงบนฮาร์ดดิสก์ เพื่อนำมาใช้ในภารกิจด้านการวิเคราะห์เพื่อจัดการขุดลอก ซ่อมแซมและปรับปรุงเส้นทางน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการประเมินศักยภาพลำน้ำ และเป็นข้อมูลประกอบการประเมินวางแผนรับมือภัยพิบัติต่อไป

โจทย์สุดหินมีคำตอบ

กรมวิทยาศาสตร์บริการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ภาคสนาม สำหรับใช้ในงานสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2553 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบหุ่นยนต์ปฏิบัติการผิวน้ำและระบบหุ่นยนต์ปฏิบัติการใต้น้ำ ที่มีความแม่นยำและทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายเพื่อสร้างผู้ช่วยหุ่นยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ของอุตสาหกรรมในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การเก็บตัวอย่างของเหลวหรือก๊าซ รวมถึงระบบตรวจติดตามดูแลสิ่งแวดล้อมในสภาวะไม่พึงประสงค์ เช่น พื้นที่ใต้น้ำ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่มีสารพิษหรือกัมมันตรังสีเจือปนในแม่น้ำ หรือพื้นที่ชายฝั่งทะเล เป็นต้น

“ข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งช่วยลดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลงสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน รวมทั้งลดความเสี่ยงอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติงานภาคสนามได้เป็นอย่างดี” นักวิจัยกล่าว

ทั้งนี้ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภารกิจแก้ปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น เรือสำรวจอัตโนมัติ อากาศยานไร้นักบินหรือเครื่องบินยูเอวี ที่ช่วยเก็บภาพถ่ายทางอากาศเสริมภาพถ่ายดาวเทียม หุ่นยนต์เปิด-ปิดประตูระบายน้ำที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล และหุ่นยนต์ไต่เสาที่ระดับความสูงกว่า 140 เมตร เพื่อเก็บข้อมูลจากประตูน้ำมาวิเคราะห์แทนมนุษย์ จากความสำเร็จของสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้)

เรือหุ่นยนต์ถือเป็นภารกิจนำทางที่บ่งชี้ถึงอนาคตว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยงานมนุษย์ได้ในหลายภารกิจด้วยต้นทุนต่ำ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย อีกทั้งสามารถดัดแปลงเพื่อติดตั้งในพาหนะหลายรูปแบบ

รายการอ้างอิง :

จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา. นักสำรวจทรงเครื่อง. กรุงเทพธุรกิจ (ไอที-นวัตกรรม : วิทยาศาสตร์). วันที่ 28 มิถุนายน 2555.

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa