»
S
I
D
E
B
A
R
«
ตัวหนังสือห่างๆ ช่วยเด็กบกพร่องด้านการอ่านได้
June 12th, 2012 by wanutwira 95 views

โรคดิสเล็กเซีย คือโรคที่มีความบกพร่องทางทักษะและบ่อยครั้งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้  การอ่านและทักษะการคำนวณ อย่างไรก็ตามในหลายงานวิจัยพบว่า เด็กที่เป็นโรคนี้อาจเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เพียงแต่ต้องการการดูแลเอาใจใส่หรือกระบวนการการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ บ่อยครั้งอาจนำไปสู่ความล่าช้าของพัฒนาการทำให้ส่งผลกระทบต่อเรื่องการเรียนของเด็ก เช่น เรียนไม่ทันเพื่อน ซึ่งจากการค้นคว้าและวิจัยถึงพฤติกรรมของเด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียแล้ว นักวิจัยยุโรปพบว่า หากให้เด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียอ่านหนังสือแบบที่มีช่องว่างระหว่างอักษรมากขึ้น จะช่วยให้เด็กที่มีปัญหาด้านการเขียนเช่นนี้อ่านได้เร็วขึ้นและเก่งขึ้นได้

ในกลุ่มตัวอย่างของเด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียอายุระหว่าง 8-14 ปีนั้น หากให้เด็กอ่านหนังสือที่พิมพ์ออกมามีช่องว่างระหว่างตัวอักษรมากเป็นพิเศษจะทำให้อ่านได้ถูกต้องเพิ่มขึ้นสองเท่า และเพิ่มความเร็วในการอ่านขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์ โดยการค้นพบนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences แล้ว

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า วิธีการนี้ได้ผลเพราะปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘ตัวหนังสืออัดแน่น’ มีผลกระทบต่อคนที่เป็นโรคดิสเล็กเซียมากกว่าคนที่อ่านปกติ โดยปรากฏการณ์ตัวหนังสืออัดแน่นคือกรณีที่ตัวหนังสือมีช่องห่างระหว่างตัวอักษรน้อย ซึ่งจะทำให้อ่านยากมากขึ้น

จากงานวิจัยที่ให้เด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียอ่านข้อความเป็นประโยคสั้นๆ 24 ประโยค ทั้งแบบที่มีการเว้นช่องห่างแบบปกติและแบบขยายแล้วนั้น ผลการทดลองสรุปได้ว่า การเว้นช่องห่างของตัวอักษรแลการจัดช่วงห่างระหว่างบรรทัดก็ยังเพิ่มขึ้นด้วยในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับหน้ากระดาษนั้น ช่วยให้เด็กที่เป็นดิสเล็กเซียอ่านได้เร็วขึ้น อ่านได้ถูกต้องมากขึ้น และแม้แต่กับเด็กที่มีปัญหาด้านการแยกตัวอักษรมากที่สุดก็ตาม ส่วนเด็กที่ไม่มีปัญหาด้านการอ่านก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วในการอ่านดีขึ้นแต่อย่างใดเมื่อได้อ่านข้อความที่มีช่วงห่างมากขึ้น ซึ่งก็หมายความว่า วิธีการนี้ได้ผลเเฉพาะกับคนที่เป็นโรคดิสเล็กเซียเท่านั้น

นอกจากนี้ มาร์โก้ ซอร์ซี่ แห่งภาควิชาจิตวิทยาทั่วไป มหาวิทยาลัยปาโดว่า ในอิตาลี หัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า “การค้นพบของเราเป็นการเสนอทางออกให้กับคนที่เป็นโรคดิสเล็กเซียอ่านดีขึ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยการฝึกเพิ่มแต่อย่างใด”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :

http://www.vcharkarn.com/vnews/154384

http://www.abc.net.au/science/articles/2012/06/05/3518483.htm

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa