»
S
I
D
E
B
A
R
«
สถานการณ์น้ำท่วมและงานวิจัยเกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม
March 30th, 2012 by wanutwira 157 views

เหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินครอบคลุมกว่า 57 จังหวัด และสิ่งที่สูญเสียอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ที่ประสบภัยและผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประสบภัยคือ “เสียสุขภาพ” ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งเราจะมีการวางแผนดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือพิบัติภัยต่างๆ ในอนาคตเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างไร และมีแนวปฏิบัติเพื่อจะดูแลสุขภาพของตนเบื้องต้นได้อย่างไร

“สถานการณ์น้ำท่วมและงานวิจัยเกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม” โดย รศ.ดร.พรทิพย์ เพ็ชรมิตร คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในหัวข้อย่อยที่น่าสนใจจากการประชุมวิชาการเรื่อง “ผลของน้ำท่วมต่อสุขภาพและงานวิจัยรับมือ” ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 เวลา 13.30 – 16.10 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

จากการเข้าร่วมฟังการประชุมวิชาการในครั้งนี้ รศ.ดร.พรทิพย์ เพ็ชรมิตร ได้กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ที่ผ่านมา มีข้อมูลจากศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นฉุกเฉินเมื่อปลายปี 2554 รายงานสถิติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2554 – วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้เสียชีวิต 813 คน บริเวณภาคเหนือที่ประสบภัยเรื่อยลงมาถึงกรุงเทพฯ จนกระทั้งไหลออกสู่อ่าวไทย โดยสาเหตุที่เสียชีวิตมีหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. จมน้ำ (ร้อยละ 70.6)
  2. พลัดตกน้ำ (ร้อยละ 70)
  3. ไฟฟ้าดูด (ร้อยละ 6.8)
  4. ถูกกระแสน้ำพัด
  5. ดินโคลนถล่ม
  6. เรือคว่ำ
  7. ถูกสัตว์มีพิษกัด หรือต่อย เช่น งูกัด
  8. สูญหาย
  9. ไม่มีรายงานสาเหตุการเสียชีวิต เป็นต้น

โรคที่พบบ่อย มีดังนี้

  1. โรคที่มากับน้ำ ได้แก่ ฉี่หนู ตาแดง น้ำกัดเท้า เป็นต้น
  2. โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ บิด ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค ท้องร่วง เป็นต้น
  3. โรคทางเดินหายใจ ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เป็นต้น
  4. โรคติดต่อนำโดยแมลง ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ เป็นต้น
  5. อุบัติเหตุและภัยต่างๆ เช่น บาดเจ็บ ไฟฟ้าดูด เป็นต้น

จากการสำรวจและได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ข้างต้น คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเล็งเห็นความสำคัญ และจัดโครงการสำรวจผลกระทบด้านสุขภาพจากน้ำท่วม ณ ตำบลศาลายา ขึ้น ซึ่งผลการสำรวจผลกระทบด้านสุขภาพ มีรายละเอียดดังนี้
อาการเจ็บป่วยที่พบในช่วงน้ำท่วม มีดังนี้

  1. ปัญหาสุขภาพจิต / ความเครียด (ร้อยละ 31.2)
  2. น้ำกัดเท้า (ร้อยละ 26.7)
  3. ไข้ (ร้อยละ 5.4)
  4. บาดแผล (ร้อยละ 5.4)
  5. ท้องเสีย (ร้อยละ 2.6)

การตรวจเชื้อโรคในน้ำ
จากการเก็บตัวอย่างทั้งหมด 80 จุด บริเวณชุมชนใกล้กับมหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ผลจากการตรวจสอบพบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในระดับเสื่อมโทรม ซึ่งผลที่ได้จากการตรวจสอบ

พบเชื้อโรคที่สำคัญ ดังนี้

  • เชื้อโรคฉี่หนู (ร้อยละ 57.1)
  • เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (ร้อยละ 5.7)
  • เชื้อ E.coli (ร้อยละ 37.5)
  • ไข่พยาธิกลุ่มพยาธิปากขอ (ร้อยละ 37.5)
  • เชื้อ Cryptosporidium (ร้อยละ 7.5)

ดังนั้น เมื่อร่างกายสัมผัสกับน้ำจึงทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าบริเวณนั้นมีเชื้อโรคชนิดใดอยู่ และบริเวณที่ร่างกาย
สัมผัสกับน้ำ เช่น ถ้าเท้าสัมผัสกับน้ำบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดโรคน้ำกัดเท้า หรือน้ำกระเด็นเข้าตา ถ้าไม่รีบล้างออกโดยเร็ว
อาจทำให้ตาอักเสบและอาจรุนแรงถึงขั้นตาบอดในที่สุด
วางมาตรการการรับมือในอนาคต

การวางมาตรการการรับมือในอนาคตเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ ควรจัดแบ่งการเตรียมการสำหรับ 2 ช่วงคือ ช่วงน้ำท่วม และช่วงหลังน้ำท่วม วางมาตรการเพื่อลดการสูญเสียชีวิต และมาตรการเพื่อลดและป้องกันความเจ็บปวดทั้ง 2 ช่วง ซึ่งเป็นทุกภาคส่วนควรจะตระหนักและดำเนินการเพื่อรับมือต่อไป

ภัยพิบัติเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยง หรือป้องกันที่จะไม่สัมผัสกับสิ่งสกปรกโดยตรงได้ นอกจากนี้ควรมีการวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคต ควรมีการร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการประสานงาน การดำเนินงานและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa