»
S
I
D
E
B
A
R
«
ถอดบทเรียนการบริหารข้อมูลเพื่อรู้ทันภัยพิบัติ
March 27th, 2012 by waree 106 views

จากการสัมมนาในหัวข้อ ถอดบทเรียนการบริหารข้อมูลเพื่อรู้ทันภัยพิบัติ ในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2555 หรือ (NSTDA Annual Conference 2012 : NAC 2012) ภายใต้หัว ข้อ รู้ สู้ พิบัติภัย ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T Knowledge: Key to Effective Disaster Response) วันที่ 26 มีนาคม 2555 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง NT 106 (บุษกร) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

เนื่องจากจากการขาดองค์ความรู้ และข้อมูลด้านภัยพิบัติต่างๆ ทำให้ไม่สามารถรู้เท่าทันเหตุการณ์ การป้องกันหรือการรับมือ เพื่อแก้ไข สถานการณ์ต่างๆ บทเรียนที่ผ่านมาคงไม่มีใครปฎิเสธถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ข้อมูลสารสนเทศจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพื่อช่วยมนุษย์ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวาง แผนการรับมือ และตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเฝ้าระวังก่อนเกิด หรือรับมือกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น กับการเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติ ผู้ร่วมสัมมนา คือ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริงของ พื้นที่ภัยพิบัติ อันประกอบด้วย พลเรือตรีถาวร เจริญดี ผู้เชียวชาญพิเศษศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประสบการณ์จริงจากสึนามิ คุณวีรชัย  ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  จับตามองเขื่อนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต คุณคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ วีรบุรุษเมืองปาย เหตุการณ์ดินโคลนถล่มจังหวัดแม่ฮ่องสอน คุณธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการ ทีวี 360 องศาสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  เกาะกระแสคำทำนาย 2012 วันสิ้นโลกจากทีวี 360 องศา (ช่อง 3) คุณอนุสรณ์  รังสิพานิช หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการประยุกต์ภูมิศาสตร์สารสนเทศ สำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เบื้องหลังทีมทำงาน ศปภ. พลอากาศเอก ดร.นพพร จันทวานิช  ผู้ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม “นวนคร” รักษาจนวินาทีสุดท้าย และ คุณวิชัย วรธานีวงศ์ จากสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ผู้ดำเนินรายการ

ภัยพิบัติมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ จากสถิติที่ผ่านมา ภัยพิบัติจากทั่วโลก แบ่งเป็นภัยที่เกิดจาก

  • น้ำท่วม 37 % ลม (พายุ เฮอริเคน) 28%
  • แผ่นดินไหว สึนามิ 8%
  • ความแห้งแล้ง 9%
  • ภูเขาไฟ 2%
  • ไฟป่า 5%
  • ความร้อนต่างๆ 5%

ส่วนภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นประเภท

  • วาตภัย (Storm)
  • พายุหมุนเขตร้อน (Tropical storm)
  • พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunder storm)
  • คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm surge)
  • อุทกภัย (Flood)
  • แผ่นดินถล่ม (Land slide)
  • ภัยแล้ง &  ภัยหนาว (Drought &  Cold weather)
  • ไฟป่า (Forest fire)
  • แผ่นดินไหว (Earthquake)
  • สึนามิ (Tsunami)

จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 54 ที่ผ่านมาบทเรียนของการบริหารจัดการที่ล้มเหลว เนื่องจาก

  1. คน
  2. ระบบ
  3. ข้อมูล

ในทางปฏิบัติโดยทั่วไปหรือในต่างประเทศ ระบบเป็นตัวควบคุมคน แต่ในประเทศไทย คนเป็นผู้ควบคุมระบบ  จึงทำให้เกิดความเสียหายค่อนข้างมาก การมีข้อมูลเพื่อให้สามารถนำมาบริหารจัดการเพื่อภัยพิบัตินั้น ต้องประกอบด้วย 4 ข้อหลัก ดังนี้

  1. การจัดการ มีศูนย์รวมหรือศูนย์กลางของข้อมูล ที่ไม่ทำให้เกิดความสับสน
  2. การเข้าถึง สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่การเข้าถึงได้ง่าย ควรมีการวิเคราะห์ผลให้ทราบ ที่ ผ่านมาประชาชนต้องทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ผลเอง และควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
  3. การเผยแพร่  มีข้อมูลเผยแพร่ แต่ไม่บอกความหมาย ทำให้วิเคราะห์อะไรไม่ได้ มีข้อมูลเแล้ว แต่ไม่ก็ไม่ทราบว่า จะเกิดมหาอุทกภัย
  4. ความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลจากหลายหน่วยงาน และมีการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ต้องมีนักวิชาการจาก แห่งอื่นมาช่วย เพื่อฟันธง หรือก็ไม่มีท่านใดออกมาฟันธง ว่าข้อมูลใดน่าเชื่อถือ ควรมีการให้ข้อมูลที่ ตกผลึก เพื่อให้เห็นถึงความแม่นยำหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูล
Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa