»
S
I
D
E
B
A
R
«
บทเรียนจากภัยพิบัติ และผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมของภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร
March 27th, 2012 by suthiwan 71 views

ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2555 ของ สวทช. ( NAC2012) หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังร้อนเรื่องหนึ่งหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ประเทศไทยในปี 2554 คือ เรื่อง “จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาหารและภาคการเกษตรของไทย : บทเรียนจากภัยพิบัติ” ซึ่งมีการเสวนาในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555  เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม BT-122 อาคารไบโอเทค ร่วมเสวนาโดย วิทยากรที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบในด้านอุตสาหกรรมและการเกษตรโดยตรง ได้แก่

  • ผศ. ดร. ธนวรรธน์  พลวิชัย  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  • คุณวิชัย  ศรีประเสริฐ   สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
  • คุณไพบูลย์  พลสุวรรณา  สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
    ดำเนินรายการโดย
  • ผศ.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ  โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้

จากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน มีนาคม 2554และการเกิดน้ำท่วมใหญ่ทีประเทศไทย ล้วนส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องชลอตัวโดยเฉพาะในประเทศไทยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตมีถึง 9 % ในไตรมาส 3 ของปี 2554 แต่กลับต้องติดลบ 9 % ภายใน 2 เดือนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเท่ากับในปี 2554 การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่ากับศูนย์  ส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมมีความเสียหาย 400,000 ล้านบาท (คิดจากกำไรที่หายไป)
และในภาพรวมของประเทศเสียหาย 10 % หรือเท่ากับ 1.4 ล้านล้านบาท คาดหมายว่าหากเหตุการณ์ปกติทางด้าน อุตสาหกรรมที่ชะงักในช่วงน้ำท่วมได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะสามารถฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3 ของปี 2555

จากบทเรียนการเกิดภัยพิบัติดังกล่าว มีผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร
จึงต้องมีการเตรียมการรับมือรวมถึงการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วย สิ่งที่ควรทำคือการวางแผนและอยู่กับการเปลี่ยนแปลง
ของภูมิอากาศ (Climate Change) ให้ได้ โดยสรุป ต้องมีการวางแผน  เตรียมตัว  ค้นหาสาเหตุ ร่วมกันแก้ไขปัญหา
และบริหารจัดการอย่างถูกวิธี

  • หาสาเหตุให้พบ เช่น สถิติการเกิดเป็นอย่างไร ต้องบริหารจัดการอย่างไร
  • รัฐบาลมีการวางแผนการป้องกันน้ำท่วมของไทย ได้แก่ การสร้างคันกั้นน้ำและ Flood Way โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ ที่จะไม่ย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศอื่น
  • ปัจจัยอะไรที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ซึ่งภัยพิบัติเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่เราผลิต ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร ผู้บริโภคก็สามารถรอสินค้าจากเราได้
  • ในภาคการเกษตร เกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนสถานการณ์ให้สามารถดำรงอยู่ได้ เช่น ต้นไม้ชนิดไหนทนน้ำท่วมได้
  • การสื่อสารให้เข้าใจกัน ระหว่าง นักธุรกิจ เกษตรกร และนักวิทยาศาสตร์ เช่นกรณีอุตสาหกรรมการเกษตรด้านข้าวเกิดผลกระทบผู้ค้าข้าวส่งออกต้องการซื้อข้าวในราคาต่ำ เพื่อแข่งขันการส่งออกให้ได้ปริมาณมากถึงแม้กำไรจะน้อย  แต่เกษตรกรต้องการขายข้าวในราคาที่สูง นักวิทยาศาสตร์ต้องหาวิธีช่วยในการสร้างผลผลิตต่อไร่ให้ได้มากที่สุด ก็จะเกิดวงจรที่ตรงกัน ว่าเกษตรกรพอใจการขายในราคาต่ำได้โดยมีผลผลิตเพิ่มจากพื้นที่เท่าเดิม และนักธุรกิจก็สามารถซื้อสินค้าได้มากในราคาที่ต้องการ และเสนอขายการส่งออกได้ในราคาต่ำที่มีปริมาณการสั่งซื้อมากมีผลให้ GDP ของประเทศเพิ่มตามไปด้วย
Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa