»
S
I
D
E
B
A
R
«
มาลาเรียโรคเก่าแก่ของโลก
August 12th, 2011 by kusa 98 views

มาลาเรียเป็นโรคที่น่ากลัวโรคหนึ่งของโลกที่พล่าชีวิตของคนจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี ซึ่งในอดีตโรคนี้เคยแพร่ระบาดอย่างมาก แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข การแพร่ระบาดของโรคนี้ได้รับการกำจัดให้ลดลงได้ ทว่าในปัจจุบันโรคมาลาเรียกลับมาระบาดมากขึ้นในประเทศเขตรอ้นในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ มีประวัติการพบโรคมาลาเรียตั้งแต่เมื่อประมาณ 8,000 ปีมาแล้ว แต่เพิ่งมีการค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1880 ว่า โรคนี้เกิดจากโปรโตซัวที่เป็นปรสิตและเป็นสัตว์เซลล์เดียว และต่อมาราวปี ค.ศ.1898 มีการค้นพบว่ายุงตัวเมียเท่านั้นที่เป็นพาหะถ่ายเชื้อนี้เข้าสู่คน การค้นพบนี้นับเป็นการค้นพบที่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มีการควบคุมการระบาดของเชื้อมาลาเรียด้วยการปราบการแพรพันธุ์หรือการแพร่กระจายของยุงก้นปล่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยโรคมาลาเรียและวิธีการต้านเชื้อนี้ การติดเชื้อมาลาเรียเกิดขึ้นจากากรที่มียุงตัวเมียที่มีเชื้อมาลาเรียอยู่มากัดและดูดเลือดจากคน เชื้อมาลาเรียจะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้รับเชื้อและเข้าไปในเซลล์บางส่วนของตับ กินสารอาหารในเซลล์ เจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากนั้นเชื้อมาลาเรียมีการขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว จนทำให้เซลล์ที่เชื้อเข้าไปอยู่แตก และปล่อยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปในเม็ดเลือดแดง ซึ่งผู้มีเชื้อมาลาเรียเริ่มแสดงอาการของโรคมาลาเรีย และหารมียุงมาดูดเลือดผู้ป่วยในช่วงนี้ เชื้อก็จะเข้าสู่ยุงและมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ และมีการปฏิสนธิในกระเพาะอาหารของยุง จากนั้นจะเข้าไปสู่ส่วนต่อมน้ำลายของยุง ทำให้เกิการแพร่เชื้อเข้าสู่คนเมื่อยุงตัวเมียที่มีเชื้อมาลาเรียนี้กัดและดูดเลือดคน โปรโตซัวที่ทำให้เกิดโรคมาลาเรียในคนมี 4 ชนิด คือ พลาสโมเดียม ฟาลซิปารัม (Plasmodium falciparum) พลาสโมเดียม ไวแวกซ์(Plasmodium vivax) พลาสโมเดียม โอเวล (Plasmodium ovale) และพลาสโมเดียม มาลาริอี (Plasmodium malariae) ซึ่งเชื้อพลาสโมเดียม ฟาลซิปารัม เป็นเชื้อมาลาเรียที่รุนแรงที่สุดที่ทำอันตรายถึงชีวิตได้ เชื้อนี้พบมากในแอฟริกา จึงพบว่าผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรียมีอัตราการตายสูงมากในแอฟริกา
การป้องกันและควบคุมโรคมาลาเรีย
มาลาเรียเป็นโรคที่เป็นปัญหาในประเทศเขตร้อนรวมทั้งประเทศไทย การป้องกันการติดเชื้อ การป้องกันและควบคุมการระบาดสามารถทำได้ ซึ่งวิธีการที่ได้ผลต้องทำทั้งการจัดการกับยุงที่เป็นพาหะ และการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือกันยุง โดยการจัดการกับยุงที่เป็นพาหะทำได้ด้วยการหาหนทางลดการแพร่พันธุ์ของยุงที่เป็นพาหะ เช่น การจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การกลบหลุมหรือแอ่งน้ำ การปิดฝาภาชนะที่มีน้ำ การปล่อยปลาที่กินยุงเป็นอาหารลงในสระน้ำหรืออ่างเลี้ยงปลา การควบคุมทางชีวภาพเช่น การใส่แบคทีเรียที่ผลิตสารพิษต่อยุงลงไปในน้ำเพื่อทำลายตัวอ่อนยุง สำหรับอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ช่วยป้องกันการกัดหรือดูด

เลือดของยุง ได้แก่ การใช้มุ้งหรือตาข่ายกันยุง การทาสารไล่ยุง การสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวหากต้องอยู่นอกสถานที่ในช่วง

เวลาที่ยุงออกหากิน คือ ในช่วงเช้ามืด และตอนค่ำ
การเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้มาลาเรีย ผู้เดินทางควรรับประทานยาต้านมาลาเรีย โดยการรับประทานก่อนวันเดินทาง

ประมาณ 2 สัปดาห์ ในระหว่างพำนักอยู่ในบริเวณพื้นที่ และเมื่อ 4 สัปดาห์หลังจากการเดินทางกลับมาจากพื้นที่แล้ว
การรักษาโรคมาลาเรีย
เมื่อเชื้อมาลาเรียเข้าสู่เม็ดเลือดแดงของคน การเจริญเติบโตและขยายจำนวนของเชื้อ ทำให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลายได้รวดเร็วกว่าปกติ

ทำให้ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดน้อยลง เนื่องจากร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นใหม่ แทนการถูกทำลายได้ไม่ทัน ทำให้ผู้

ป่วยมีอาการไข้ ปวดหัว หนาวสั่น หรืออาจมีการอาเจียน หากเชื้อรุนแรงอาจทำให้มีอาการซีด และอาจมีอันตรายถึงชีวิตหรืออาจมีผล

ทำลายสมองได้
การรักษาโรคมาลาเรียในอดีตเคยใช้เปลือกของต้นพืช เช่น เปลือกต้นซินโคน่า (Cincona) โดยต่อมามีการสกัดสารจากเปลือกเพื่อใช้

เป็นสารต้านมาลาเรียที่รู้จักกันในชื่อว่า ควินิน
ต่อมาจึนถึงปัจจุบัน การรักษาใช้ยาต้านมาลาเรียแก่ผู้ป่วย โดยการให้ชนิดของยาและจำนวนวันรับประทานยา ขึ้นกับเชื้อมาลาเรียที่มี

ในร่างกายของผู้ป่วย อาการของโรค และอายุของผู้ป่วย
เชื้อมาลาเรียมีความสามารถในการปรับตัว ทำให้เชื้อสามารถต้านยาฆ่าแมลงที่ใช้กำจัดยุง และเชื้อมาลาเรียมีอาการดื้อยาต้านมาลาเรียที่

ใช้รักษาผู้ป่วย ทำให้วงการแพทย์และสาธารณสุข วงการยา และวงการวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญในการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนายาต้าน

มาลาเรียที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและการป้องกัน
บรรณานุกรม : Science in action  5,  4(เมษายน 2552) : 26-27

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa