»
S
I
D
E
B
A
R
«
ศาสนาเต๋า
July 3rd, 2011 by kusa 239 views

ศาสนาเต๋า
ซือหม่าเชียน (พ.ศ.398-456) นักบันทึกประวัติศาสตร์จีน คนสำคัญสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก บันทึกไว้ใน “สื่อจี้” (บันทึกประวัติศาสตร์) ถึงประวัติของ เหลาจื่อ (28 ปีก่อนพุทธศักราช-พ.ศ.72) ว่า “อันเหลาจื่อนั้นเป็นผู้บำเพ็ญพรต วิทยาการของเขาส่วนเฉพาะยังตนให้หลีกเร้น มิให้มายุ่งเกี่ยวกับโลก เขารับราชการในราชสำนักโจวเป็นเวลาช้านาน ต่อมาได้เห็นความเสื่อมโทรมของราชวงศ์โจว จึงลาออกจากราชการ จาริกไปถึงด่านหนึ่ง นายด่านกล่าวกับเขาว่า ไหนๆ ท่านจะหลีกเร้นไปจากสังคมแล้ว โปรดรจนาคัมภีร์ไว้ให้ข้าพเจ้าเป็นอนุสรณ์สักเล่มหนึ่งเถิด เหลาจื่อจึงได้แต่งคัมภีร์ขึ้นเล่มหนึ่ง แบ่งเป็นภาคต้นและภาคปลาย ว่าด้วยคุณธรรมประการต่างๆ รวมทั้งหมดเป็นอักษร 5,000 กว่าตัว เมื่อแต่งเสร็จแล้วก็ลาจากไป โดยไม่มีผู้ใดทราบว่า เขาหายไปแห่งหนตำบลใด…” คัมภีร์ที่ว่านี้ก็คือ เต้าเต๋อ จิง หรือเต๋าเต็กเก็ง ที่ยืนยงมาจนถึงปัจจุบันกว่า 2500 ปี อาจารย์เสถียร โพธินันทะ สรุปใจความปรัชญาของคัมภีร์เต๋าเต็กเก็งไว้เป็น 4 หัวข้อคือ
1. รู้จักตัวของตัวเองให้ถูกต้อง
2. ชนะตัวของตัวเองได้
3. มีความรู้จักพอด้วยตัวเอง ไม่ทะเยอทะยาน
4. มีเต๋าเป็นอุดมคติ
สำหรับศาสนาเต๋านั้น ถือกำเนิดขึ้นหลังเหลาจื่อกว่า 500 ปี โดย จางเต้าหลิง (พ.ศ.577-699) ในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ท่านเป็นผู้บำเพ็ญพรตอยู่ที่เทือกเขาเฮ่อหมิงซานในมณฑลซื่อชวน กล่าวขานกันว่าท่านสำเร็จทิพยภาวะและได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรงจากปรมาจารย์เหลาจื่อ ต่อมาได้ก่อตั้งลัทธิเทียนซือเต้าขึ้น จางเต้าหลิงจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเทียนซือ ผู้ให้กำเนิดศาสนาเต๋าขึ้นเป็นครั้งแรก โดยยกเหลาจื่อเป็นศาสดา และคัมภีร์เต๋าเต็กเก็งเป็นพระสูตร ท่านแต่งคัมภีร์สั่งสอนขึ้นอีกหลายเล่ม ซึ่งล้วนเน้นหนักไปทางอภินิหาร ฤทธิ์เดชเวทมนตร์ และพิธีกรรม โดยเฉพาะวิธีบำเพ็ญฌานถอดดวงวิญญาณไปรวมกับเต๋า และเรียกนักพรตในศาสนานี้ว่า “เต้าเหริน” หรือ “เต้าซือ” หมายถึง ผู้บำเพ็ญเต๋า
ด้วยเหตุนี้จึงมีนักศาสนวิทยาหลายท่านอธิบายว่า ศาสนาเต๋าของจางเต้าหลิง หมายถึงศาสนาที่มาจากเต้าเหรินหรือนักพรต หาใช่จากคัมภีร์เต๋าเต็กเก็งของเหลาจื่อไม่ เพราะได้ผสมผสานอภินิหารและพิธีกรรมเข้าไว้มากมาย ผิดเพี้ยนจากคำสอนอันเรียบง่ายเข้าหาธรรมชาติของเหลาจื่อ ต่อมาในสมัยสามก๊ก สภาพบ้านเมืองสับสนวุ่นวาย จางเจี่ยว (หรือเตียวก๊กในวรรณกรรม สามก๊ก) หลานของจางเต้าหลิง ก่อตั้งนิกายไท่ผิงเต้าขึ้น (ต่อมาเขาคือผู้นำโจรโพกผ้าเหลือง) โดยสาวกของนิกายนี้ใช้กระดาษยันต์หรือฮู้ (ในสำเนียงจีนแต้จิ๋ว) รักษาคนเจ็บป่วยทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว กระทั่งขยายตัวจากความเชื่อในท้องถิ่นเป็นศาสนาระดับชาติในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ ครั้นในรัชกาลจักรพรรดิถังไท่จงแห่งราชวงศ์ถัง ได้ส่งเสริมศาสนาเต๋าเป็นการใหญ่ บรรดาเหล่านักปราชญ์และข้าราชสำนักต่างหันมาสมาทานนับถือศาสนาเต๋า จนเป็นศาสนาของราชวงศ์ถังมานับแต่บัดนั้น ว่ากันว่านักพรตแต่โบราณมักแสวงหาสถานที่สงบวิเวกกลางป่าเขา เพื่อบำเพ็ญพรตให้บรรลุทิพยภาวะ สำเร็จเป็นเซียนขึ้นสู่สวรรค์อันเป็นเป้าหมายสูงสุดดังเช่นบรรดาศาสดาแห่งเต๋า ในประเทศจีนจึงมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีศาสนสถานสำคัญของเต๋าตั้งอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะห้าภูเขาแห่งเต๋า เรียกว่า “หวู่เยว่” ได้แก่ เป่ยเหิงชานในมณฑลซานซี ไท่ซานในมณฑลซานตง ซงซานในมณฑลหอหนานฮว่าซานในมณฑลส่านซี และหนานเหิงซานในมณฑลหูหนาน
ต่อมาในรัชกาลจักรพรรดิหย่งเล่อ เมื่อทรงสร้าง “ต้าเยว่ไท่ เหอกง” (หมายถึงหมู่ศาสนสถานบนเขาเทียนจู่เฟิง รวมทั้งตำหนักทอง) ขึ้นบนเขาเทียนจู่เฟิงแห่งภูบู๊ตึ๊งแล้ว ได้ทรงให้ประกาศว่าต้าเยว่ไท่เหอกงนั้น สำคัญเหนือกว่าหวู่เยว่และบรรดาภูเขาของเต๋าทั้งหมด
ความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาเต๋ามีขึ้นมีลงเป็นระยะๆ ตามความเชื่อถือของจักรพรรดิในแต่ละยุคสมัย แต่สำหรับประชาชนทั่วไปรวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนในบ้านเรา ประเพณี พิธีกรรมและตำนานความเชื่อของบรรดาเทพเจ้าและเซียนในศาสนาเต๋านั้นทำให้เข้าถึงและเกิดความเลื่อมใสได้ง่าย เช่น เทพเจ้าโป๊ยเซียน (แปดเซียน) เจ้าพ่อกวนอู เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่สิ่งเอี้ย) เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา (ไท่ส่วยเอี้ย) เทพเจ้าแห่งการศึกษา (เหวินชางตี้จวิน) หรือเทพเจ้าตั่วเหล่าเอี้ย เป็นต้น ความเลื่อมใสศรัทธานี้ได้กลมกลืนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและประเพณีปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน
บรรณานุกรม : สารคดี 27, 314 (เมษายน 2554) : 80

Share

One Response  
สามก๊กวิทยา writes:
April 19th, 2012 at 16:33

ได้ความรู้ดี ขอบคุณครับ

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa