»
S
I
D
E
B
A
R
«
ความหลากหลายของจุลินทรีย์ในโลกและในประเทศไทย
August 2nd, 2011 by kusa 55 views

จุลินทรีย์มีความหลากหลายมากเป็นที่สองรองจากกลุ่มแมลง และจุลินทรีย์ที่มีการศึกษาไว้มีประมาณ 160,000 ชนิด ซึ่งน้อยกว่า 5% ของจำนวนชนิดของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ประมาณกันว่าโลกของเรามีแบคทีเรีย 1,000,000 ชนิด เห็ดรา 1,500,000 ชนิด และพวกสาหร่ายและโปรโตซัวรวมกัน 600,000 ชนิด รวมกันแล้วมากกว่า 3 ล้านชนิด ซึ่งได้มีการค้นพบและบันทึกรายงานไว้รวม 200,000ชนิด คิดเป็น 6% ของจำนวนที่คาดว่ามีอยู่
การสนับสนุนการศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ในประเทศไทย
ประเทศไทยมีจุลินทรีย์อยู่ราว 250,000 ชนิด แต่มีการค้นพบและรายงานไว้เพียง 6,300 ชนิด คิดเป็นเพียง 2.5% ของจำนวนที่คาดว่ามีอยู่ในจำนวนนี้มีรายงานการค้นพบเห็ดราจำนวนสูงกว่าการค้นพบจุลินทรีย์อื่น คือ มีรายงานการค้นพบเห็นราราว 6,000 ชนิด คิดเป็น7.5% ของจำนวนเห็ดราที่คาดว่ามีอยู่ ส่วนแบคทีเรียที่ศึกษาและมีรายงานไว้มีเพียง 200 ชนิด คิดเป็น 5% ของจำนวนแบคทีเรียที่คาดว่ามีอยู่ สำหรับกลุ่มโพรทิสตานั้น ประเทศไทยยังมีการศึกษาน้อยมาก จึงมีรายงานไว้น้อยกว่า 1%
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค ให้ความสำคัญในการศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ในประเทศไทย และได้ให้การสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางด้านนี้มาตั้งแต่ปี 2538 โดยได้สนับสนุนโครงการวิจัยและการบริหารโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training Program-BRT)ซึ่งรวมการศึกษาเกี่ยวกับจุลินทรีย์ไว้ด้วย ผลงานที่ได้จากการดำเนินงานวิจัยเฉพาะในส่วนของจุลินทรีย์ พบว่า มีการค้นพบจุลินทรีย์ชนิดใหม่มากกว่า 100 ชนิด โดยได้รายงานการค้นพบแล้วมากกว่า 60 ชนิด และอยู่ระหว่างการจัดเตรียมการตีพิมพ์อีก 40 ชนิด นอกจากนั้นได้ดำเนินการเก็บรักษาจุลินทรีย์ไว้ในธนาคารจุลินทรีย์มากกว่า 30,000 สายพันธุ์ จำแนกได้เป็นจุลินทรีย์ 910 สกุล 1,446 ชนิด
การอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรม
กลุ่มประเทศพัฒนา หรือที่รู้จักกันในนาม OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) ให้ความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์ ทรัพยากรพันธุกรรมและได้ขยายขอบข่ายการอนุรักษ์และการเก็บรักษาจุลินทรีย์ให้ครอบคลุมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ (ยีน-gene) จากพืชและสัตว์ โดยมีการเก็บรักษาฝากไว้ในตัวจุลินทรีย์ ทั้งนี้เพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต นอกจากนั้นได้มีการปรับขยายการทำงานในเชิงลึก และบูรณาการรูปแบบของการดำเนินงาน จากการเป็นเพียงแค่สถานที่เก็บรวบรวมการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ หรือ Microbial Culture Collection มาเป็นศูนย์ทรัพยากรพันธุกรรม หรือ Bioresources Center ในปัจจุบันกลุ่มประเทศพัฒนา (OECD) มีการดำเนินงานศึกษาวิจัยจุลินทรีย์กันมากขึ้น การอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมก็มีการพัฒนาระบบการดำเนินงานให้ขยายครอบคลุมถึงข้อมูลรหัสพันธุกรรมและสูตรโครงสร้างสารออกฤทธิ์ชีวภาพ โดยประเทศสมาชิกOECD ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก ในด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรจุลินทรีย์ และมีการจัดตั้งคณะทำงานจัดทำมาตรฐานคุณภาพวิธี และคณะทำงานด้านเทคนิคและการบริหารจัดเก็บรักษาทรัพยากรจุลินทรีย์และข้อมูล เพื่อนำจุลินทรีย์ไปใช้ในอุตสาหกรรมให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเปิดโอกาศให้ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OECD เข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วยเช่น กลุ่มประเทศในเอเซียและแอฟริกา ซึ่งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติได้เป็นผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วม ในคณะทำงานกลุ่มนี้ การดำเนินงานมีเป้าหมายส่งเสริมให้แต่ละประเทศเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างมาตรฐานคุณภาพของการอนุรักษ์และการให้บริการทรัพยากรจุลินทรีย์ และประเทศที่ต้องการเป็นสมาชิกเครือข่ายต้องได้รับการรับรองด้านมาตรฐานคุณภาพจากองค์กรมาตรฐานสากล (ISO) การค้นพบจุลินทรีย์และความเข้าใจกลไกชีวิตของจุลินทรีย์ช่วยสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งทางการแพทย์ การผลิตและพัฒนายา อาหารและเครื่องดื่ม การผลิตพลังงาน การกำจัดของเสีย การใช้ประโยชน์จุลินทรีย์บนฐานความรู้ที่ถูกต้องและมีมาตรฐานคุณภาพวิธี จึงส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
บรรณานุกรม : Science in action  5,  4(เมษายน 2552) : 12-13

Share

Comments are closed

»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa