»
S
I
D
E
B
A
R
«
เครื่องตรวจเบาหวานจากลมหายใจ นวัตกรรมไทยโดดเด่นในอินเดีย
Sep 25th, 2012 by Valaiporn Changkid 239 views

ดร.สรวง สมานหมู่ และทีม กับรางวัลจากการแข่งขันในงาน Intel-DST Asia Pacific Challenge 2012

“เครื่องตรวจเบาหวานจากลมหายใจ” ผลงานวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ส่งผลงานเข้าแข่งขัน ในงาน Intel-DST Asia Pacific Challenge 2012 ณ เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้รับ “รางวัล Audience Choice Winner Award” จากการลงคะแนนของผู้ร่วมงาน งานดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและนักธุรกิจหน้าใหม่ด้านเทคโนโลยีใน 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมี 15,000 โครงการที่เข้าร่วมแข่งขัน

ดร.สรวง สมานหมู่ นักวิจัยห้องปฏิบัติการวิจัยทรัพยากรชีวภาพ หน่วยวิจัยเทคโนโลยีทรัพยากรชีวภาพ ไบโอเทค ผู้วิจัยและพัฒนาเครื่องตรวจดังกล่าว เผยว่า ได้ค้นคว้าและวิจัยหาวิธีในการตรวจวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บตัว สะดวกในการใช้ และไม่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานรู้สึกถึงความเป็นผู้ป่วยของตัวเอง

Read the rest of this entry »

Share
3D Printing เทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงาน
Sep 21st, 2012 by Valaiporn Changkid 178 views

3D Printing เป็นเทคโนโลยีการขึ้นรูปชิ้นงานโดยอาศัยการก่อหรือสร้างเนื้อวัสดุขึ้นมาทีละชั้น โดยไม่ต้องสร้าง แม่พิมพ์ก่อน เป็นการลดต้นทุนในการผลิตชิ้นงานจำนวนน้อย อีกทั้งการผลิตชิ้นงานสามารถใช้วัสดุได้หลาย ประเภท โดยอัจจุบันราคาเรื่องพิมพ์ 3 มิติมีราคาถูกลงมาก จึงเป็นไปได้ที่ในอนาคตอันใกล้จะมีการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติอย่างแพร่หลาย รวมถึงในระดับครัวเรือนด้วย

Share
Printed Paper Battery
Sep 21st, 2012 by Valaiporn Changkid 127 views

Printed Paper Battery เทคโนโลยีการพิมพ์แบตเตอรี่ลงบนกระดาษ โดยมีวิธีการทำให้เกิดเป็นเซลไฟฟ้าเคมีที่สมบูรณ์ซึ่งก็คือ แบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่กระดาษนี้บางเบา สามารถโค้งงอม้วนพับได้ มีราคาถูก นอกจากนี้สามารถเลือกใช้วัสดุเก็บพลังงานที่ใช้แล้วทิ้งโดยไม่มีสารพิษที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

Share
ฝนตกบนดาวอังคาร
Sep 18th, 2012 by wanutwira 458 views

หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานสำรวจไปสำรวจภาคพื้นดินของดาวอังคารไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว จากยานอวกาศตรวจการณ์ดาวอังคาร ที่อยู่ในวงโคจรรอบๆ ได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พบว่า ฝนที่ตกบนดาวอังคารนั้น ตกลงมาเป็นน้ำแข็งแห้ง ซึ่งมีแห่งเดียวในสุริยจักรวาลของเรา

Read the rest of this entry »

Share
NSTDA Investors Day 2012
Sep 18th, 2012 by satapon 75 views

สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้าง พัฒนา และส่งเสริมให้เกิดธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศอย่างแพร่หลายจึงได้จัดงาน NSTDA Investors Day ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเสนองานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. และของหน่วยงานพันธมิตร ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่ามีศักยภาพสูงในการลงทุนผลิตสินค้าหรือให้บริการ เพื่อให้นักลงทุนและนักอุตสาหกรรม ได้มีโอกาสเข้าถึงหรือเลือกซื้อผลงานวิจัยและเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำไปลง ทุนหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

สำหรับ งาน NSTDA Investors’Day 2012 ในปีนี้ เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “นักวิจัยคิด นักธุรกิจลงทุน หมุนเศรษฐกิจไทย สู่ AEC” โดยสมาคมไทยผู้ประกอบการธุรกิจเงินร่วมลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพและตลาดหลัก ทรัพย์ (กลต.) ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนการจัดงานพร้อมด้วยหน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และ มหาวิทยาลัยเครือข่ายร่วมแสดงผลงานด้วย โดยภายในงานจะประกอบไปด้วยการแสดงนิทรรศการของผลงานวิจัยและเทคโนโลยี การนำเสนอผลงานในลักษณะ investment pitching การบรรยายและการเสวนาวิชาการ การบริการสนับสนุนภาคเอกชนในรูปแบบต่าง ๆ ของ สวทช. และเปิดให้มีการเจรจาธุรกิจ

การจัดกลุ่มผลงานน่าสนใจที่ร่วมจัดแสดง 22 ผลงาน และผลงานของหน่วยพันธมิตร

ผลงานของ สวทช.

อาหารและการเกษตร

  1. การเร่งกระบวนการหมักน้ำปลาโดยใช้กล้าเชื้อ
  2. ชุดตรวจสอบกรดบอริกและสารบอแรกซ์
  3. ฟิล์มที่มีรูเจาะระดับไมครอน
  4. ฟิล์มกำจัดก๊าซเอทิลีนเพื่อชะลอการสุกและการเสื่อมสภาพของผลิตผลสด

สุขภาพและการแพทย์

  1. ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชันที่บรรจุสารที่มีฤทธิ์ไล่ยุงจากสารสกัดสมุนไพร
  2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิว
  3. ผ้าหนูสะอาด
  4. วัสดุปิดรักษาแผล Antibacterial Wound Gel

Read the rest of this entry »

Share
เทคโนโลยียางไทยในเรือรบ
Sep 16th, 2012 by satapon 74 views

หนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมอู่ทหารเรือ ที่ก่อตั้งมานานถึง 122 ปี ก็คือการซ่อมและสร้างเรือรบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากที่สุดและ “เทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์” ก็เป็นสาขาวิชาที่ “พลเรือโท มานิตย์ สูนนาดำ” เจ้ากรมอู่ทหารเรือ บอกว่าให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นองค์ความรู้สำคัญของการซ่อมแซม ซึ่งตอบโจทย์การลดค่าใช้จ่าย ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน

ที่ผ่านมา กรมอู่ทหารเรือได้ร่วมวิจัยและพัฒนาคุณภาพใบพัดยางและยางกันกระแทกท่าเรือร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
โดยโรงงานยางของกรมอู่ทหารเรือ เริ่มนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติหรือเอ็มเทค สวทช.ไปใช้ตั้งแต่ปี 2554   และสามารถผลิตยางกันกระแทกท่าเรือรูปตัวดี ได้ถึง 50 ชิ้น ลดค่าใช้จ่ายไปถึง 1 ล้านบาท งานวิจัยนี้ ท่านเจ้ากรมอู่ทหารเรือบอกว่า เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกรมอู่ทหารเรือในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยางให้มีคุณภาพสูงเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ด้าน ดร.พงษ์ธร แซ่อุย นักวิจัยจากเอ็มเทค สวทช. บอกว่า งานวิจัยชิ้นแรกก็คือการพัฒนาสูตรเคมียางและกระบวนการผลิตยางกันกระแทกท่าเรือรูปตัวดี ให้มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของ มอก. ซึ่งยางกันกระแทกต้นแบบแต่ละชิ้นจะมีความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกได้ดีตามมาตรฐาน สามารถลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางจากต่างประเทศ และมีราคาถูกลงประมาณ 5 เท่า  ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการซ่อมแซมดูแลรักษา รวมถึงทำให้มีอายุการใช้งานที่คงทนมากขึ้น ส่วนใบพัดยาง ปัจจุบันการวิจัยแล้วเสร็จ ล่าสุด..กรมอู่ทหารเรือได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาด้านวัสดุศาสตร์และกระบวนการทดสอบกับ สวทช. เพิ่มอีก 2 ผลิต ภัณฑ์ คือการพัฒนาสูตรเคมีและปรับปรุงกระบวนการผลิต ยางโอริงและยางแท่นเครื่อง และคาดว่าจะนำไปสู่ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาในสาขาอื่น ๆ ในอนาคต

ที่มา : เทคโนโลยียางไทยในเรือรบ. เดลินิวส์. ฉบับวันที่ 19 ก.ย. 2555

Share
แผ่นแปะรักษาสิว (Q ACNES)
Sep 13th, 2012 by Valaiporn Changkid 149 views
แผ่นแปะรักษาสิว (Q ACNES) แผ่นปิดรักษาสิวที่ขึ้นรูปทั้งแผ่น จากกระบวนการปั่นไฟฟ้าสถิต ทำให้ได้เส้นใยขนาดไมโครนาโนเมตร ควบคุมความหนาของเส้นใยได้ ระบายอากาศดี ภายในเส้นใยมีการกักเก็บสารสกัดจากเปลือกมังคุดเพื่อรักษาสิวด้วยวิถี ธรรมชาติ และเส้นใยจะช่วยควบคุมการปลดปล่อยสารสกัดอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการระคายเคือง ส่วนรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ก็มีความหลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
แผ่นแปะรักษาสิว (Q ACNES)  เป็นหนึ่งใน 5 ของผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุน
สามารถชมผลงานเด่นทั้ง 5 ของ สวทช. ได้ในงาน NSTDA Investor’s Day 2012 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด ในวันที่ 20 กันยายน 2555 ข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://www.nstda.or.th/investorsday/2012/index.php
Share
พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute
Aug 21st, 2012 by satapon 85 views

พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

ช่วง ฤดูร้อน เป็นช่วงที่มีคนมาเยี่ยมเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มากที่สุด เนื่องจากสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวและ เดินชมสถานที่ ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา จุดเด่นหนึ่งของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ควร พลาดคือการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ของ Smithsonian Institute พูดได้ว่า หากคุณไม่ได้แวะเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian แล้ว ก็เหมือนกับยังมาไม่ถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

Smithsonian Institute คือสถาบันวิจัยและให้การศึกษาที่บริหาร และได้รับการสนับสนุนด้านการเงินโดยรัฐบาลของสหรัฐฯ ประกอบ ด้วยพิพิธภัณฑ์จากหลากหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีการบินและอวกาศ (National Air and Space Museum) ศิลปะ (Smithsonian American Art Museum) ประวัติศาสตร์ (National Museum of Natural History) และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 19 พิพิธภัณฑ์ซึ่งถือเป็นองค์กรพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news
Share
ยานสำรวจ Curiosity ยิงเลเซอร์สำรวจหินบนดาวอังคาร
Aug 20th, 2012 by Valaiporn Changkid 102 views

ยานนาซ่ายิงเลเซอร์เชมแคมใส่หินดาวอังคารจนกลายเป็นจุณ หวังศึกษาส่วนประกอบทางเคมีขั้นพื้นฐานโยงสภาพแวดล้อมที่อาจจะเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

ภารกิจของยานสำรวจ “Curiosity” ในการลงสำรวจดาวอังคารครั้งนี้ การสำรวจหินในบริเวณจุดลงจอดว่ามีหลักฐานเคยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่   นาซาจึงส่งเครื่องมือสำรวจทางเคมีและกล้องที่ดีที่สุดมากับยานลำนี้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งนี้แสงเลเซอร์เชมแคมมีพลังงานกว่า 1 ล้านวัตต์ ถูกยิงมาจากเสาที่ติดตั้งบนยานเคอเรียสซิตี้ ระยะห่างจากก้อนหิน 2.5 เมตร ราวๆ 30 จุด ใช้เวลาในการยิง 10 วินาที จนก่อให้เกิดหลุมไหม้ขนาดเล็ก สำหรับภารกิจดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์หวังเพื่อที่จะทราบถึงส่วนประกอบทางเคมีขั้นพื้นฐานของก้อนหินว่าเคยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่ และถือเป็นการทดสอบความพร้อมของระบบแสงเลเซอร์เมื่อต้องเจอกับงานหนักในอนาคต

อุปกรณ์เชมแคมติดตั้งอยู่บนเสาของยาน Curiosity ซึ่งสามารถยิงแสงเลเซอร์ลงมาบนหินที่ต้องการสำรวจจากระยะไกลที่สุด 7 เมตร แสงเลเซอร์อินฟราเรดจะมีพลังงานกว่า 1 ล้านวัตต์ ยิงตรงไปที่ก้อนหินเป็นเวลานานเพียงเศษเสี้ยวของวินาที ซึ่งเพียงพอที่จะบอกให้นักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนโลกทราบถึงองค์ประกอบทางปรมาณูในก้อนหินได้

รายการอ้างอิง : “ยานนาซายิงเลเซอร์ใส่ “หินดาวอังคาร” ศึกษาข้อมูลเชิงวิทย์”. ไทยรัฐ [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/oversea/284860. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 สิงหาคม 2555).

Share
นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง
Aug 20th, 2012 by satapon 43 views
นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง

นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง

หนังสือพิมพ์ the Washington Post ได้รายงานว่า  องค์การนาซ่าได้ประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศเดินทางไปลงยังดาวอังคาร มีระยะทาง 354 ล้านไมล์ ด้วยความเร็ว 13, 200 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง และเจ้าหน้าที่นาซ่าเรียกช่วงความเสี่ยงนี้ว่า “เจ็ดนาทีแห่งความน่ากลัวอย่าง ที่สุด”

อย่างไรก็ดี  ยานอวกาศได้นำยานแยกส่วนที่เรียกว่า Mars rover ไปลงตามเป้าหมาย  โดยบินผ่านส่วนที่เป็น eye of the needle และสามารถแตะพื้นภายในวงโคจร 5 ไมล์ (จาก 13 ไมล์) ซึ่งนาซ่าบอกว่า ภารกิจนี้มีการลงทุนถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ยานแยกส่วนดังกล่าวหรือ rover มีขนาดค่อนข้างใหญ่ สลับซับซ้อนมากกว่ายานซึ่งมีการพัฒนาช่วงแรกๆ  และต้องสามารถบินไปลงในสถานที่ที่อันตรายได้มากขึ้น  เนื่องจากไม่สามารถทำการทดสอบได้อย่างเต็มรูปแบบบนพื้นโลก  รวมทั้ง ต้องมีการใช้ sky crane เพื่อยกยานให้สามารถร่อนลงจอดบนพื้นด้วย  John Grunsfeld, Chief Scientist ของนาซ่ากล่าวว่าเนื่องจากการร่อนลงจอดเป็นไปค่อนข้างลำบาก ประกอบกับการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและไม่เคยมีมาก่อนซึ่งบังคับจากพื้นดิน  ภารกิจครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากที่สุดในรอบสิบปี  วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์จะต้องคอยรอฟังเสียงการสัมผัสพื้นซึ่งดัง “บิ๊บ” จากรหัสคอมพิวเตอร์ที่รายงานความปลอดภัยของการลงจอด  ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงจะได้รับสัญญาณได้เมื่อการโคจรของดาวอังคารอยู่ ในตำแหน่งที่ถูกต้อง  และหากไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากวงโคจรภายใน 18 ชั่วโมง  ก็หมายถึงภารกิจที่ล้มเหลว  ภารกิจครั้งนี้ได้รับความสนใจติดตามจากทั่วโลก  นับแต่ ทางใต้ของออสเตรเลียจนถึงโรม   อิสราเอลจนถึงเกาะ Crete ประเทศกรีซ  ประเทศสหรัฐฯ นับแต่ แอทแลนต้าจนถึงซีแอทเทิล และโฮโนลูลู นาซ่าเองยังเข้าไปสนับสนุนการติดตั้งจอขนาดใหญ่บนยอดตึกในไทม์สแควร์ นิวยอร์ค เพื่อให้คนติดตามชม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
สถิติโลก: วัสดุที่ผลิตขึ้นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก
Aug 19th, 2012 by satapon 91 views
โครงสร้างของ Aerographite

โครงสร้างของ Aerographite

คณะนักวิทยาศาสตร์จาก Kiel University (KU) และ Hamburg University of Technology (TUHH) ได้ตั้งชื่อสิ่งที่พวกเขาร่วมกันคิดค้นว่า “Aerographite”  ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาสุดที่ในโลกที่เกิดจากโครงข่ายท่อคาร์บอนนาโนและ   ไมโครที่มีรูพรุนที่ทักทอกันเป็นโครงสร้างสามมิติ  ทำให้วัสดุที่ได้นี้มีน้ำหนักเพียงแค่ 0.2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าโฟม (Styrofoam) ถึง 75 เท่า  ถึงแม้ว่า Aerographite จะมีน้ำหนักที่เบา   แต่มันยังเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงมากอีกด้วย
ผลงานทางวิทยาศาสตร์นี้ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร Advance Materials เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555

คุณสมบัติของ Aerographite
Aerographite เป็นวัสดุทึบสีดำสนิท มีความเสถียร สามารถนำไฟฟ้าได้ สามารถหลอมขึ้นรูปได้ และความหนาแน่น ต่ำมาก และนี่คือคุณสมบัติเฉพาะตัวของ Aerographite  เป็น ผลให้ Aerographite ที่คิดค้นมาได้นี้มีคุณสมบัติดีกว่าวัสดุอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน  Matthias Mecklenburg ผู้ร่วมวิจัย และเป็น นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ TUHH กล่าวว่า Aerographite มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุที่ได้รับการจดบันทึกว่ามีน้ำหนักเบาที่สุด ในโลกถึง 4 เท่า นั่นก็คือ Hitherto ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากจากนิเกิล  ซึ่งได้มีการนำเสนอ Hitherto ต่อสาธารณะชนเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว  Hitherto มีลักษณะโครงสร้างเป็นท่อขนาดเล็ก เช่นเดียวกับ Aerographite แต่เนื่องจากตัวนิเกิลเองมีมวล อะตอมมากกว่าคาร์บอนทำให้ Hitherto มีน้ำหนักที่มากกว่า Aerographite   นอกจากนี้ Arnim Schuchard ผู้ร่วมวิจัยและ นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ KU ยังกล่าวเสริมว่า นอกจาก คาร์บอนจะมีมวลอะตอมที่น้อยแล้ว พวกเขายังสามารถผลิต aerographite ให้มีผนังที่เป็นรูพรุน ที่ทำให้พวกมันมีน้ำหนัก เบามาก  ศาสตราจารย์ Lorenz Kienle และดร. Andriy Lotnyk สามารถถอดรหัสโครงสร้างอะตอมของวัสดุโดยใช้ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) เป็นเครื่องช่วยได้ Read the rest of this entry »
Share
ความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
Aug 18th, 2012 by satapon 61 views

รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา

รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา

เมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งที่ผู้หญิงทั่วโลกเป็นและเป็นสาเหตุการตายมากที่สุดนั่นก็คือ โรคมะเร็งเต้านม  การพัฒนาวิธีการตรวจหาและรักษาโรคมะเร็งเต้านมในช่วงกว่า 50 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ผู้หญิงมีอายุที่ยืนยาวขึ้น  แต่ตัวเลขผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ได้รับการเปิดเผยนั้นถือเป็นความท้าทายที่ยากลำบาก

เมื่อทำการเปรียบเทียบอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตามฐานอายุของผู้หญิงทั่วโลก  พบว่า มีอัตราแตกต่างกันมากกว่า 13 เท่า   เนื่องจาก การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมในประเทศอุตสาหกรรมและประเทศตะวันตกนั้นทำกันเป็นเรื่องปกติ  แต่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาในหลายๆ ประเทศมีอัตรา การป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมต่ำมาก  เนื่องมาจากประชากรในประเทศมีอัตราการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมต่ำ  ส่งผลให้รายงานอัตราการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมของประชากรในประเทศกำลังพัฒนานั้นต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของรายงานขึ้น

  • ในทวีปยุโรป ผู้หญิงมีอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมค่อนข้างสูง (100 คน ต่อประชากร 100,000คน) โดยเฉพาะในประเทศเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอแลนด์ และ อิสราเอล
  • การคัดกรองโรค  เนื่องจากอัตราการตรวจวินิจฉัยผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมีความแตกต่าง กันมากในแต่ละประเทศ จากร้อยละ 12 ในประเทศตุรกี ร้อยละ 17 ในประเทศแม็กซิโก ไปจนถึงมากกว่าร้อยละ 80 ในประเทศฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐฯ
  • ในประเทศกำลังพัฒนาแถบแอฟริกา และเอเชีย ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น  ทำให้อัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้น อาจมีผลเนื่องมาจากอัตราการเป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการให้กำเนิดบุตร ช้าลง
  • ในทวีปเอเชียตะวันออก ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มีอัตรการตายจากสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมค่อนข้างต่ำ (6.1 และ 10.8 คน ต่อประชากร 100,000 คน ตามลำดับ)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
การค้นพบอนุภาคฮิกส์ของ CERN
Aug 17th, 2012 by satapon 55 views
Higgs particle หรือ Higgs boson

Higgs particle หรือ Higgs boson

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับอนุภาคฮิกส์ (Higgs particle หรือ Higgs boson) และสนามพลังฮิกส์ (Higgs field) เกิดขึ้น ในช่วงปี ค.ศ. 1970s  โดยนักฟิสิกส์กลุ่มหนึ่งประกอบด้วย Peter Higgs, Robert Brout และ François Englert ได้เสนอทฤษฎีที่ว่าอนุภาคต่างๆ ไม่มีมวล  แต่มวลของอนุภาคต่างๆ นั้น เกิดขึ้นหลังจากการมีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคฮิกส์  ซึ่งสนามพลังฮิกส์ (Higgs field) เกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์บิ๊กแบง  ทำให้จักรวาลมีอุณหภูมิลดลงจนมีค่าต่ำกว่าค่าวิกฤต  และเกิดเป็นสนามพลังที่ไม่สามารถมองเห็นได้เรียกว่า “สนามพลังฮิกส์ (Higgs field)” ขึ้น   โดยอนุภาคฮิกส์ที่อยู่ในสนามพลังฮิกส์นั้น ทำหน้าที่ถ่ายทอดมวลให้กับอนุภาคอื่นๆ ที่ไม่มีมวล  โดยอนุภาคไหนที่มีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคฮิกส์มากก็จะมีมวลมาก  เป็นผลให้อนุภาคที่มีมวลมากเคลื่อนที่ได้ช้าลง  แต่ในขณะที่อนุภาคที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับสนามพลังฮิกส์เลยก็จะไม่มีมวล และสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วเทียบเท่ากับความเร็วแสง (3 x 108 เมตรต่อวินาที)

จากทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้น  จึงได้มีนักวิทยาศาสตร์ หลายท่านพยายามค้นหาอนุภาคฮิกส์มานานกว่า 40-50 ปี  แต่ในอดีตเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองยังไม่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการค้นหาอนุภาคดังกล่าว เนื่องจากอนุภาคฮิกส์นั้นมีมวลมากและจะสลายตัวทันทีที่มันก่อตัวขึ้นมา  ซึ่งต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาคที่มีพลังงานสูงมากในการตรวจจับและบันทึกข้อมูล  เมื่อเร็วๆ นี้องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (European Organization for Nuclear Research หรือ CERN) ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ความมีตัวตนของอนุภาคฮิกส์ จากการคำนวณตาม แบบจำลองมาตรฐาน เครื่องเร่งอนุภาคจะต้องใช้พลังงานสูงถึง 1.4 TeV (1.4×1012 eV) ในการผลิตอนุภาคมูลฐานให้ มากพอที่สามารถตรวจวัดได้โดยทาง CERN จึงได้เริ่มการทดลองมาตั้งแต่ ค.ศ. 2010 โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider หรือ LHC)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news

Share
การแตกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้สร้างเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน
Aug 15th, 2012 by satapon 31 views
 เกาะน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน แตกออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ทางตอนเหนือ ของกรีนแลนด์  (เครดิต: Courtesy of Prof. Andreas Muenchow, University of Delaware)

เกาะน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน แตกออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ทางตอนเหนือ ของกรีนแลนด์ (เครดิต: Courtesy of Prof. Andreas Muenchow, University of Delaware)

ตามรายงานของนักวิจัยจาก University of Delaware และ Canadian Ice Service  การแตกออกจากแผ่นน้ำแข็ง Petermann ของกรีนแลนด์ทำให้เกิดเกาะน้ำแข็งที่มีขนาดเป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน ขึ้น   แผ่นน้ำเข็ง Petermann เป็นหนึ่งในสองของแผ่นน้ำแข็งที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่ในกรีนแลนด์ที่ เชื่อมต่อแผ่นน้ำแข็งเกรทกรีนแลนด์ (great Greenland ice sheet) กับมหาสมุทรด้วยวิธีการ floating ice shelf (แผ่นน้ำแข็งที่มีต้นกำเนิดจากพื้นดิน จากนั้นเพิ่มขนาดของ แผ่นน้ำแข็งลงไปในทะเล

Andreas Muenchow ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน physical ocean science and engineering ที่ UD’s College of Earth, Ocean, and Environment  ได้รายงานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 ในบล็อกของเขาชื่อ “Ice Seas” (http://icyseas.org/)  Muenchow ได้ให้เครดิตกับ Trudy Wohleben ของ Canadian Ice Service ที่ได้สังเกตุเห็นถึง รอยแตกของแผ่นน้ำแข็งนี้เป็นครั้งแรก

การค้นพบนี้ได้รับการยืนยันอีก ครั้งโดยข้อมูลที่ได้จาก การตรวจสอบโดย MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Terra and Aqua ของ NASA ซึ่งเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่พบล่าสุดมีขนาด 46 ตารางไมล์ หรือประมาณ 120 ตารางกิโลเมตร  ซึ่งมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของ mega-calving ที่เกิดขึ้นจากแผ่นน้ำแข็งแผ่นเดียวกันเมื่อ สองปีก่อน  ซึ่ง mega-calving นี้มีขนาดใหญ่กว่าเกาะ แมนฮัตตันถึง 4 เท่า  Muenchow กล่าวเสริมว่า แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ทั้งแผ่นกำลังมีขนาดเล็กลงจากการละลาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสภาพอากาศและมหาสมุทรทั่วโลก  เป็นผลทำให้รูปแบบของการไหลเวียนของอากาศในชั้นบรรยากาศและน้ำในมหาสมุทร เปลี่ยนแปลงไป

Muenchow กล่าวว่าอากาศบริเวณตอนเหนือของเกาะกรีนแลนด์และ Ellesmere มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นประมาณ 0.11 + 0.025 องศาเซลเซียสต่อปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์ และทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของแคนนาดามีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ของโลกถึง 5 เท่า  แต่อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุให้แผ่นน้ำแข็งที่ยื่นในทะเลมีขนาดเล็กลง เนื่องจากอุณหภูมิในบรรยากาศมีผลเพียงเล็กน้อยต่อแผ่นน้ำแข็งนี้เท่านั้น  แต่อุณหภูมิของมหาสมุทรอาจส่งผลกระทบโดยตรง ต่อขนาดของแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้มากกว่า  มีการเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของมหาสมุทรเพียง 5-8 ปีเท่านั้น  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไปที่จะทำการยืนยันว่ามันเกิดจากสัญญาณของสภาวะโลกร้อน Read the rest of this entry »

Share
รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555
Aug 14th, 2012 by satapon 114 views
รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน เดือนสิงหาคม 2555

  • ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี และคณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ
  • การแตกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้สร้างเกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกาะแมนฮัตตัน
  • การค้นพบอนุภาคฮิกส์ของ CERN
  • ความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
  • สถิติโลก: วัสดุที่ผลิตขึ้นที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก
  • นาซ่าส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคารสำเร็จด้วยความเสี่ยง
  • พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institute

ข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/8725-science-and-technology-news
Read the rest of this entry »

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa