วันที่ 23 สิงหาคม 2555 ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะ ได้เข้านำเสนอข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ที่อาคารรัฐสภา ๓ ในหัวข้อ “เทคโนโลยีไดโอดเปล่งแสง (LED) และโอกาส ของไทย” โดยเนื้อหาหลักได้กล่าวถึง องค์ความรู้ด้าน LED การ ประยุกต์ใช้งาน สถานภาพและโอกาสของอุตสาหกรรม แนวทางสนับสนุนการวิจัยพัฒนา ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม LED ของไทย (ดาวน์โหลดเอกสารนำเสนอ)
ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้ความสนใจต่อเรื่อง LED อย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันได้เริ่มมีการนำ LED มาใช้งาน กันอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยในที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างขีด ความสามารถของประเทศเพื่อการต่อยอดในอุตสาหกรรม รวมทั้งแนวทางการกำหนดมาตรฐาน LED ในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่นำ LED ไปใช้งาน
นอกจากนี้ ทางกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังได้เรียนเชิญผู้ แทนจากสำนักมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าร่วมนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมาตรฐาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ LED ในครั้ง นี้ด้วย
การบรรยายพิเศษเรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ภัยพิบัติล่าสุดของโลก คือ แผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ประเทศอินโดนีเซีย พายุฤดูร้อนที่สหรัฐอเมริกา เฉพาะในปี 2554 เหตุการณ์ภัยพิบัติทั่วโลกมีมากกว่า 11 ครั้ง ทุกภูมิภาคของโลก มีการสรุปว่าจะมีความถี่ในการเกิดมากขึ้น (พายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว อุทกภัย สึนามิ) หากจัดลำดับตามความเสียหายเป็นมูลค่าสูงสุด คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่่นในปี 2554 35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
สำหรับประเทศไทยได้มีการบันทึกตั้งแต่ปี 2505 จากเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุกเรื่อยมาจนถึงมหาอุทกภัยในปี 2554
การบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นกระบวนการอย่างที่เป็นระบบใช้แนวทางในการบริหารจัดการ ทักษะทางวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ใช่กลไกหลัก แต่เป็นส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพให้กลไกการจัดการภัยพิบัติมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วิทยาศาสตร์มีบทบาทช่วยได้ทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตัวอย่างเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม การทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ การวางผังสิ่งปลูกสร้าง การติดเซ็นเซอร์ระบบก๊าซในอาคาร เทคโนโลยี smart building social network (ส่งข่าวแจ้งเตือน)
ตัวอย่างในต่างประเทศเช่น ประเทศไต้หวัน มีการตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อลดภัยพิบัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ทำแผนงาน ประสานงานกับ 12 กระทรวง มีผลงาน เช่น
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในประเทศไทย การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในประเทศไทยจากผลงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ เช่น
ในปัจจุบันหัวข้อการวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) ในประเทศเริ่มให้ความสำคัญและมีการให้ทุนวิจัยในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น
ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2555 ของ สวทช. ( NAC2012) หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังร้อนเรื่องหนึ่งหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ประเทศไทยในปี 2554 คือ เรื่อง “จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาหารและภาคการเกษตรของไทย : บทเรียนจากภัยพิบัติ” ซึ่งมีการเสวนาในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม BT-122 อาคารไบโอเทค ร่วมเสวนาโดย วิทยากรที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบในด้านอุตสาหกรรมและการเกษตรโดยตรง ได้แก่
จากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน มีนาคม 2554และการเกิดน้ำท่วมใหญ่ทีประเทศไทย ล้วนส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องชลอตัวโดยเฉพาะในประเทศไทยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตมีถึง 9 % ในไตรมาส 3 ของปี 2554 แต่กลับต้องติดลบ 9 % ภายใน 2 เดือนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเท่ากับในปี 2554 การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่ากับศูนย์ ส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมมีความเสียหาย 400,000 ล้านบาท (คิดจากกำไรที่หายไป) และในภาพรวมของประเทศเสียหาย 10 % หรือเท่ากับ 1.4 ล้านล้านบาท คาดหมายว่าหากเหตุการณ์ปกติทางด้าน อุตสาหกรรมที่ชะงักในช่วงน้ำท่วมได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะสามารถฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3 ของปี 2555 Read the rest of this entry »
จากที่อ่านๆ ข่าวมาส่วนใหญ่นำเสนอบทวิเคราะห์และให้ความรู้ในแง่ภาคธุรกิจเป็นหลัก ทำให้คิดว่าแล้วในวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเล่า?
การเป็นมิตร กดไลค์รับข้อมูลอัพเดทจากเฟสบุ๊คของ Asian Knowledge Institute ทำให้ได้คำตอบข้อนี้ในฉับพลัน
Read the rest of this entry »
ในช่วงระยะ 2- 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เรามักได้ยินข่าวเรื่องน้ำมันปาล์ม ขาดตลาดในประเทศไทยและมีราคาแพง ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันพืชที่ทำจากถั่วเหลืองมากขึ้น หรือผู้บริโภคที่อยู่ทางภาคใต้ เปลี่ยนไปซื้อน้ำมันจากประเทศมาเลเซียแทน เพราะมีราคาถูกกว่าที่ขายในประเทศไทย พ่อค้า แม่ค้า เปลี่ยนกลยุทธ์ในการปรุงอาหาร โดยใช้น้ำมันในการทำอาหารน้อยลง กล้วยแขกที่เราชอบรับประทานมีการปรับราคาสูงขึ้น หากรัฐยังไม่สามารถแก้ไขในข้อนี้ได้ เราคงต้องปรับวิธีการรับประทานอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันให้น้อยที่สุด ฟาสต์ฟู้ดที่บรรดาน้อง ๆ หนู ๆ ชอบรับประทานกัน เช่น ไก่ทอด ก็อาจปรับราคาขึ้นอีกก็ได้ ผลพวงทั้งหมดที่กล่าวมาเกิดจากผลผลิตจากปาล์มได้ผลน้อย และพื้นที่ที่ปลูกปาล์มเกิดอุทกภัย ทำให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มสูงมาก ดังนั้นวันนี้เรามารู้จักปาล์มกันหน่อย
ภัยแล้งปี 2553 ก่อปัญหาใหญ่ ภาคเหนือ 12 จังหวัด จังหวดักำแพงเพรช เชียงราย ตาก น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิร์ นครสวรรค์ และพิจิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี ภาคตะวันออก 3 จังหวัด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดจันทบุรี ภาคกลาง 5 จังหวัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณี และกาญจนบุรี ภาคใต้ จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดระนอง จังหวัดสตูล
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ต่ำกว่า 30% กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัด แม่หลวง ถั่วคอหมอ แควน้อย ลำปาง ลำตะคอง น้ำอูน ห้วยกลอง น้ำพุง ทับเสลา คลองสีผัด และคลองท่าด่าน เมื่อน้ำน้อย ชาวบ้านเดือนร้อนขาดแคลน น้ำดื่มน้ำใช้ขาดแคลนต่อเนื่องไป ถึงภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม
แหล่งที่มา : www.thaiwater.net
วิกฤติน้ำโลก ปี 2553 น้ำสร้างความเสียหายหลายประเทศ เดือนมิถุนายน น้ำท่วมฉับพลันในรัฐอาร์คันชอส์ มีผู้เสียหาย 40 คน น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล ประชาชนนับแสนคนไร้ที่อยู่อาศัย เดือนกรกฎาคม 18-19 ก.ค. พายุ “โกนซิน” ทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลลากในบางพื้นที่ของจังหวัดน่าน และจังหวัดหนองคาย ประชาชนได้วัดความเสียหายเดือดร้อน 13,639 ครัวเรือน 56,372 คน
ฝนตกหนักเกิดติดต่อกันหลายวันจนเกิดปัญหาใหญ่ในหลายเมืองของประเทศจีน ประชาชนมากกว่าสิบล้านได้รับผลกระทบ เสียชีวิต 700 คน เสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 250,600 ล้านบาทเป็นมหันภัยน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 12 ปี ของประเทศจีน
ข้อมูลในหัวข้อที่รวบรวมจากข่าวที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์แล้วออนไลน์ รวมทั้ง www.thaiwater.net
ที่มา: นิทรรศการวิกฤติโลก, มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2553, วันที่ 7–22 สิงหาคม 2553, ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ขอนำเสนอ หัวข้อข้างต้นเป็นตอนที่ 2
จากคำบรรยาย เรื่อง ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม เส้นทางสู่ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ไทย โดย ผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็น ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ได้แก่ สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ แบบผังภูมิวงจรรวม เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ลิขสิทธิ์
เมื่อวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2552 ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม : ธงรบแห่งเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งเป็นการจัดสัมมนาโดยความร่วมมือของหน่วยงาน 4 หน่วย คือ สมาคมส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย (IPPAT) กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) สำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO) และสมาคมการประดิษฐ์ญี่ปุ่น (JIII) โดยการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น กำหนดจัดทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 มีหัวข้อการบรรยายรวม 12 หัวข้อ ทั้งวิทยากรชาวไทยและชาวญี่ปุ่น มีการแปลโดยล่ามชาวไทยทุกหัวข้อและเอกสารการบรรยายเป็นภาษาไทยทั้งหมด มีหลายหัวข้อน่าสนใจ จึงขอนำมาเผยแพร่ ทีละตอนต่อไปนี้ Read the rest of this entry »
สะพานพระปกเกล้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมระหว่างเขตพระนครกับเขตคลองสาน กรุงเทพฯ เนื่องจากการจราจรบริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้าคับคั่ง จึงได้สร้างสะพานพระปกเกล้าคู่ขนานกับสะพานเดิม เป็นสะพานคู่แบบคอนกรีตอัดแรงชนิดต่อเนื่อง มีความยาว 745 เมตร ความกว้าง 13.20 เมตร สร้างเสร็จและเปิดการจราจรบนสะพานพระปกเกล้าด้านเหนือเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2526 และเปิดการจราจรบนสะพานพระปกเกล้าด้านใต้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2527
จาก: กนกวลี ชูชัยยะ. พจนานุกรมวิสามานยนามไทย : วัด วัง ถนน สะพาน ป้อม. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2548.
สะพานพระนั่งเกล้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นสะพานคอนกรีต ความกว้างของสะพานรวมทั้งคันหินและราวสะพาน 21.80 เมตร ความยาวของสะพานพร้อมเชิงลาด 545.10 เมตร สร้างเสร็จและเปิดการจราจร เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2528
สะพานกรุงธน หรือชื่อที่รู้จักกันดี คือ สะพานซางฮี้ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ถนนราชวิถี เชื่อมระหว่างเขตดุสิตกับเขตบางพลัด สร้างเมื่อพ.ศ. 2497 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี และเสร็จพร้อมเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2501 ที่เรียกกันว่า สะพานซางฮี้ เพราะเริ่มต้นที่ถนนราชวิถีหรือถนนซางฮี้
สะพานกรุงเทพ เชื่อมระหว่างเขตบางคอแหลมกับเขตธนบุรี กทม. มีลักษณะเป็นโครงเหล็ก ชนิดเปิด-ปิดได้ มีช่องทางรถวิ่ง 4 ช่องจราจร สะพานมีความกว้าง 12 เมตร ยาว 661.05 เมตร สร้างเสร็จและเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2502
จำกันได้ไหมครับเวลาเดินเที่ยวงานวัด หรืองานเทศกาลต่างๆ เช่น ประเพณีกินเจที่เยาวราช จะมีของเล่นเสียบใส่ไม้ขนาดใหญ่แบกมาขาย หลายๆ คนเห็นแล้วก็ย้อนกลับไปตอนเด็ก และหลายคนเห็นแล้วก็นึกในใจว่า “มีด้วยหรือของเล่นแบบนี้” แสดงถึงวัยที่ต่างกันได้อย่างดี และเชื่อว่าหลายท่านคงนึกไม่ถึงนะครับว่า ของเล่นไทยที่นำมาขายแต่ละชิ้นเรียกว่าอะไรบ้าง เช่น ลูกกลมที่หมุนแล้วมีเสียงวิ้ๆๆๆๆๆ แหลมมาก เรียกอะไรเอ๋ย และหากจะหาซื้อมาเก็บสะสม หรือเป็นของขวัญโดยไม่ต้องรอเทศกาลจะทำอย่างไร ไม่ยากเลยครับ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลน่าสนใจไว้บนเว็บไซต์
ลองแวะไปเยี่ยมชมบ้างนะครับ เผื่อจะได้มีโอกาสเลือกใช้บริการเป็นของขวัญ แทนที่จะต้องเลือกแต่ของจากฝรั่งมั่งค่าอยู่เรื่อยๆ