»
S
I
D
E
B
A
R
«
อะไรเป็นตัวกำหนดชนิดของโปรตีน
Sep 28th, 2012 by tipparat 73 views

ลำดับเบสภายในดีเอ็นเอเป็นตัวกำหนดชนิดของโปรตีนที่สร้าง โดยลำดับเบสถอดรหัสเป็น messenger RNA (mRNA) โดยกระบวนการที่เรียกว่า transcription หลังจากนั้นลำดับเบสทีละ 3 เบสที่เรียงติดกันของ mRNA แปลรหัสเป็นกรดอะมิโนแต่ละตัวกระบวนการนี้เรียกว่า translation ในกระบวนการนี้อาศัย ribosome (จับกับ mRNA ในขณะเกิดการแปลรหัส) transfer RNA (RNA ที่มีหน้าที่ลำเลียงกรดอะมิโนเข้าสู่ ribosome เพื่อมาเชื่อมต่อเป็นโปรตีนตามรหัสที่อยู่บน mRNA) หลังจากผ่านกระบวนการแปลรหัสได้โปรตีนที่เซลล์ต้องการ

ที่มา : สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย. “ดีเอ็นเอ: รหัสแห่งชีวิต” ในดีเอ็นเอ : ปริศนาลับรหัสชีวิต. หน้า 19-38. ปทุมธานี : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, 2546.

Share
เกษตรกรรมและกสิกรรมกับงานด้านพันธุวิศวกรรม
Sep 28th, 2012 by tipparat 121 views

ที่ผ่านมาเกษตรกรรมและกสิกรรมได้มีการพัฒนาจนได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพในเวลาอันรวดเร็วแต่ตั้งแต่เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมพัฒนาขึ้นทำให้วงการเกษตรกรรมและกสิกรรมก้าวหน้าไปอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปใช้ปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ทำให้มีความต้านทานต่อโรคสูง มีความทนทานต่อดินฟ้าอากาศ (ความแห้งแล้ง ความเค็ม) นอกจากนี้ยังทำให้เกิดลักษณะที่ไม่มีในพันธุ์ตามธรรมชาติ เช่น ทำให้ข้าวสีทองมีไวตามินเอสูง มะเขือเทศเก็บไว้ได้นานกว่าปกติ

ที่มา :  สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย และชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์. “การประยุกต์ใช้ความรู้หลังการค้นพบดีเอ็นเอ” ในดีเอ็นเอ : ปริศนาลับรหัสชีวิต. หน้า 39-60. ปทุมธานี : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, 2546.

Share
ดีเอ็นเอของคนอยู่อย่างไรในเซลล์
Sep 28th, 2012 by tipparat 53 views

ดีเอ็นเอของคนซึ่งประกอบด้วยยีนจำนวนมากซึ่งกำหนดลักษณะของคนที่แสดงออก มีความยาวมากถ้าเอามาทำเป็นเส้นตรงจะมีความยาวมากกว่าเซลล์ ดังนั้นจะต้องมีวิธีบรรจุดีอ็นเอทั้งหมดเข้าไปในเซลล์ วิธีที่ใช้คือให้เดีเอ็นเอซึ่งมีประจุลบเนื่องจากมีหมู่ฟอสเฟตยื่นออกมาโดยรอบทบกันไปมา แต่เนื่องจากประจุลบนั้นผลักกันเอง ทำให้เซลล์ต้องใช้โปรตีนที่มีประจุบวกเรียกว่า histone มาเป็นแกนกลางในการพันทบกัน ซึ่งดีเอ็นเอจะพันทบกันไปมาหลายชั้นอย่างแน่นมากจนได้เป็นแท่งของดีเอ็นเอที่มีขนาดพอที่จะบรรจุในเซลล์เรียกว่า โครโมโซม

ที่มา : สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย. “ดีเอ็นเอ: รหัสแห่งชีวิต” ในดีเอ็นเอ : ปริศนาลับรหัสชีวิต. หน้า 19-38. ปทุมธานี : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, 2546.

Share
Gene pharming
Sep 28th, 2012 by tipparat 93 views

ภายหลังจากใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมทำให้แบคทีเรียผลิตอินซูลินของคน แล้วนำไปรักษาโรคเบาหวานสำเร็จ ซึ่งสามารถทดแทนการรักษาแบบเดิมที่ใช้อินซูลินที่ได้จากการสกัดจากตับอ่อนของหมูหรือแกะซึ่งยุ่งยากและราคาแพง ตั้งแต่นั้นมาการผลิตยาที่เป็นโปรตีนเริ่มเปลี่ยนมาใช้วิธีทางพันธุวิศวกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากใช้แบคทีเรียยังมีการใช้สิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น วัว หนู แกะ ไก่ หมู เป็นฟาร์มในการผลิตยาเรียกวิธีการนี้ว่า gene pharming โดยการตัดต่อยีนสำหรับยาใส่เข้าไปในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ

ที่มา: สุดสงวน ชูสกุลธนะชัย และชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์. “การประยุกต์ใช้ความรู้หลังการค้นพบดีเอ็นเอ” ในดีเอ็นเอ : ปริศนาลับรหัสชีวิต. หน้า 39-60. ปทุมธานี : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, 2546.

Share
ดีเอ็นเอสามารถเสียสภาพและคืนสภาพได้
Sep 27th, 2012 by tipparat 126 views

ดีเอ็นเอซึ่งประกอบด้วยสายโพลีนิวคลีโอไทด์ 2 สายมาจับกันด้วยพันธะไฮโดรเจนระหว่างเบสเป็นเกลียวคู่ สามารถแยกออกเป็นสายเดี่ยว 2 สาย โดยใช้ความร้อนและ pH เนื่องจากพันธะไฮโดรเจนเป็นพันธะที่อ่อนเรียกภาวะดังกล่าวว่า การเสียสภาพ (denaturation) หรือการหลอมตัว (melting) อุณหภูมิและ pH ที่ทำให้ดีเอ็นเอเกลียวคู่แยกออกจากกันเป็นสายเดี่ยวครึ่งหนึ่งและยังเป็นเกลียวคู่ครึ่งหนึ่งเรียกว่า Tm (melting temperature) และ pHm การเสียสภาพของดีเอ็นเอสามารถย้อนกลับได้คือ ดีเอ็นเอสายเดี่ยว 2 สายอาจกลับมาจับกันด้วยพันธะไฮโดรเจนกลายเป็นเกลียวคู่อีกครั้งเรียกว่าการคืนสภาพ (renaturation) ถ้าลดอุณหภูมิลงอย่างช้าๆ ดีเอ็นเอจะกลับมาจับกันอย่างถูกต้อง แต่ถ้าลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วจะเกิดการจับคู่ระหว่างเบสในบางส่วน ส่งผลให้ไม่เกิดการจับคู่กันเป็นเกลียวคู่ที่ถูกต้องเหมือนตอนแรก

ที่มา : สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “โครงสร้างและหน้าที่ของดีเอ็นเอ” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 5-41. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
องค์ประกอบทางเคมีของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอต่างกัน
Sep 27th, 2012 by tipparat 30 views

นิวคลีโอไทด์ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอประกอบด้วยสารประกอบพวกเบส น้ำตาล และหมู่ฟอสเฟต เบสแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ พิวรีน (purine) ได้แก่ adenine (A) guanine (G) และไพริมิดีน (pyrimidine) ได้แก่ cytosine (C) thymine (T) ซึ่งพบเฉพาะในดีเอ็นเอ ส่วนในอาร์เอ็นเอจะพบ uracil (U) แทน ในกรณีดีเอ็นเอเบสจะต่อกับน้ำตาลดีออกซีไรโบส ส่วนในอาร์เอ็นเอจะต่อกับน้ำตาลไรโบส นิวคลีโอไทด์แต่ละหน่วยจะเชื่อมต่อจนเกิดเป็นดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอโดยการเกิดพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์โดยมีหมู่ฟอสเฟตเป็นตัวเชื่อม

ที่มา : สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “โครงสร้างและหน้าที่ของดีเอ็นเอ” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 5-41. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
ดีเอ็นเอมีความสำคัญอย่างไร
Sep 27th, 2012 by tipparat 207 views

ลำดับเบสของดีเอ็นเอเป็นตัวกำหนดลักษณะที่แสดงออกในสิ่งมีชีวิต โดยการลอกรหัสจากดีเอ็นเอเป็นอาร์เอ็นเอ (transcription) แล้วอาร์เอ็นเอที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นโปรตีน (translation) ซึ่งโปรตีนเหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็นเอนไซม์หรือโปรตีนโครงสร้างอื่นๆ ภายในเซลล์ ทำให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวสามารถถ่ายทอดไปยังเซลล์ใหม่ที่เกิดจากการแบ่งเซลล์ โดยมีการจำลองตัวเองของดีเอ็นเอ (DNA replication) จาก 1 โมเลกุลเป็น 2 โมเลกุล ขั้นตอน DNA replication จะเกิดขึ้นด้วยความแม่นยำจะมีการแก้ไขถ้าเกิดการผิดพลาด

ที่มา : สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “โครงสร้างและหน้าที่ของดีเอ็นเอ” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 5-41. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
Promoter มีความสำคัญต่อการลอกรหัสจากดีเอ็นเอเป็นอาร์เอ็นเอ
Sep 27th, 2012 by tipparat 995 views

Promoter เป็นบริเวณที่ RNA polymerase (เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ลอกรหัสจากดีเอ็นเอเป็นอาร์เอ็นเอ) มาเกาะเพื่อเริ่มการลอกรหัส ในโปรคาริโอทบริเวณ promoter ของยีนต่างๆ มักมีลำดับเบสที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันในช่วงสั้นเรียกว่า consensus sequence ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Pribnow box สำหรับในสิ่งมีชีวิตชั้นสูง consensus sequence ในบริเวณ promoter เรียกว่า TATA box และถ้าไม่พบในทุกยีนเรียกว่า CAAT box

ที่มา : สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “โครงสร้างและหน้าที่ของดีเอ็นเอ” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 5-41. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
Electroporation วิธีหนึ่งในการส่งถ่ายพลาสมิดเข้าสู่เซลล์แบคทีเรีย E. coli
Sep 27th, 2012 by tipparat 2,614 views

ส่วนใหญ่วิธี transformation นิยมใช้เพื่อส่งถ่ายพลาสมิดเข้าสู่เซลล์ E. coli แต่มีอีกวิธีหนึ่งซึ่งให้ผลสำเร็จมากกว่าคือวิธี electroporation เป็นวิธีที่อาศัยการผ่านกระแสไฟฟ้าด้วยขนาดและเวลาที่เหมาะสมไปยังเซลล์ E. coli เพื่อทำให้ผนังเซลล์เกิดรูรั่วพร้อมรับพลาสมิด แต่ถ้าใช้กระแสไฟฟ้าสูงหรือเวลานานเกินไปเซลล์จะตาย ข้อดีของวิธีนี้คือ ดีเอ็นเอที่จะนำเข้าเซลล์ไม่จำกัดด้วยขนาด

ที่มา :  สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “การโคลนยีน” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 106-125. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
เครื่องตรวจสีเชิงคุณภาพ (E-EYE)
Sep 25th, 2012 by wanutwira 57 views

เครื่องตรวจสีเชิงคุณภาพ (E-EYE) มีหลักการทำงานของเครื่องตรวจสีเชิงคุณภาพ คือ เมื่อเซนเซอร์ได้รับแสงที่สะท้อนจากวัตถุตัวอย่างสีที่ต้องการตรวจสอบ จะเกิดสัญญาณไฟฟ้าที่จำเพาะส่งไปยังหน่วยประมวลผล เพื่อเปรีบเทียบกับข้อมูลที่เครื่องจดจำไว้ ว่าเป็นข้อมุลเดียวกันหรือไม่ การตรวจวัดใช้เพียงไม่กี่วินาทีในการวิเคราะห์ผลเพื่อตอบว่าเป้นสีที่ต้องการหรือไม่ และอาศัยหลักการสะท้อนของแสงจากพื้นผิวนี้เองเครื่องจึงสามารถแยกแยะความต่างของพื้นผิวได้ ไม่ต่างจากดวงตาของมนุษย์ ความโดดเด่นของอุปกรณ์ดังกล่าว คือความธรรมดาที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยหลักการทำงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเทคนิคการประมวลผลเฉพาะ แบบวิเคราะห์คอมโพเนนท์สำคัญ (Principal Component Analysis) ช่วยเสริมให้เครื่องสามารถแยกความแตกต่างของสีได้ แม้มีความต่างกันเล็กน้อย เครื่องตรวจสีเชิงคุณภาพที่พัฒนาขึ้นนี้ จึงมีต้นทุนต่ำ แต่ความละเอียดในการวัดและความแม่นยำสูง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Share
วัสดุปิดรักษาแผล Antibacterial Wound Gel
Sep 25th, 2012 by wanutwira 45 views

วัสดุปิดรักษาแผล Antibacterial Wound Gel มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย มีส่วนผสมหลักที่มาจากสารชีวภาพ ได้แก่ เกลือไคโตซาน ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื่อแบคทีเรียและเจลของเหลวที่มาจากแผล เพื่อให้แผลมีสภาพความชื้นที่เหมาะสมต่อการหายของแผล แผลไม่แห้งแข็ง จากผลการทดสอบในระดับสัตว์ทดลองเพื่อดูระยะเวลาในการหายของบาดแผลของหนู โดยได้ทำการเปรียบเทียบกับวัสดุทงการค้าชนิด  Intrasite ซึ่งมีลักษณะเป็นเจลเหมือนกัน พบว่า antibacterial wound gel ช่วยกระตุ้นให้แผลหายได้ไวกว่าวัสดุทางการค้า Intrasite โดยแผลจะหายภายในเวลา 14 วัน ในขณะที่ intrasite ต้องใช้เวลาในการหายของแผล 20 วัน  สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Share
พลาสมิดมีการพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษเหมาะกับงานพันธุวิศวกรรม
Sep 25th, 2012 by tipparat 47 views

พลาสมิดตามธรรมชาติที่แยกได้จากแบคทีเรียไม่เหมาะสมในการใช้เป็นดีเอ็นเอพาหะเนื่องจากมีตำแหน่งของการตัดด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะมากกว่า 1 ตำแหน่งหรือไม่เหมาะสม ไม่มีลักษณะที่ใช้บอกว่าเซลล์ไหนมีพลาสมิดและไม่มีพลาสมิด มีขนาดใหญ่จนแยกออกจากเซลล์ได้ยาก ดังนั้นได้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมาใหม่ โดยทำการตัดต่อพลาสมิดที่แยกได้จากแบคทีเรีย ในระยะแรกได้มีการพัฒนาพลาสมิด pSC101 ต่อมาพัฒนาพลาสมิด pBR322 เพื่อแก้ข้อเสียของพลาสมิด pSC101 นอกจากพลาสมิด 2 ชนิดนี้มีการพัฒนาพลาสมิดขึ้นมามากมายเช่น พลาสมิด pUC ต่อมามีการพัฒนาพลาสมิด pUC ให้ผลิตดีเอ็นเอสายเดี่ยว นอกจากนี้มีการเติมส่วนของ promoter ไปข้างๆ บริเวณที่สอดใส่ดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการเพื่อให้สังเคราะห์อาร์เอ็นเอและโปรตีนจากดีเอ็นเอดังกล่าวได้ในหลอดทดลอง ตัวอย่างพลาสมิดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวคือ pGEM-3Zf(-) ปัจจุบันมีพลาสมิดมากมายในทางการค้า

ที่มา: สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
พลาสมิด pUC ดีเอ็นเอพาหะที่นิยมใช้ในงานพันธุวิศวกรรม
Sep 25th, 2012 by tipparat 278 views

พลาสมิด pUC มีส่วนประกอบคือ ยีน B-galactosidase (lac Z) ยีนต้านทานต่อยาปฏิชีวนะแอมพิซิลิน ลำดับเบสที่จำเพาะของเอนไซม์ตัดจำเพาะหลายชนิดเรียงตัวซ้อนกันอยู่ในบริเวณยีน lac Z โดยมีลำดับเบสที่จำเพาะของเอนไซม์เพียง 1 ตำแหน่งต่อ 1 เอนไซม์ ดังนั้นบริเวณนี้จึงใช้เป็นที่เชื่อมต่อกับดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการเรียกบริเวณนี้ว่า multiple cloning site เพื่อคัดเลือกเซลล์ผู้รับที่มีพลาสมิด pUC เชื่อมต่อกับดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะที่ต้องการ นำเซลล์ผู้รับมาเลี้ยงในอาหารที่ประกอบด้วยยาแอมพิซิลิน สาร IPTG (isopropyl-B-D-thiogalactoside เป็นสารที่ชักนำให้เกิดการสร้างเอนไซม์ B-galactosidase) และสาร X-gal (substract ของเอนไซม์ B-galactosidase) เซลล์ผู้รับดังกล่าวจะขึ้นได้ในอาหารแต่ให้โคโลนีไม่มีสี เนื่องจากเอนไซม์ B-galactosidase จะไม่ถูกสร้างออกมาทำให้สาร X-gal ไม่ถูกย่อย

ที่มา:  สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “เวกเตอร์” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 77-105. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
การหาลำดับเบสของดีเอ็นเอ (DNA sequencing)
Sep 25th, 2012 by tipparat 965 views

วิธีหนึ่งพัฒนาโดย Sanger และคณะในปี 1977 คือ ในขั้นตอนแรกต้องเตรียมดีเอ็นเอที่ต้องการหาลำดับเบสเป็นดีเอ็นเอสายเดี่ยว หลังจากนั้นแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใส่ในหลอดทดลอง แล้วให้เกิดปฏกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่และให้หยุดสังเคราะห์ที่ตำแหน่งเบสที่จำเพาะต่างกันใหลอดทั้งสี่คือ หลอดที่ 1, 2, 3 และ 4 อาจหยุดสังเคราะห์ที่เบส A (adenine), C (cytosine), T (thymine) และ G (guanine) ตามลำดับ ดังนั้นแต่ละหลอดทดลองต้องใส่ primer, DNA polymerase, dATP, dCTP, dTTP, dGTP และใส่ ddATP หรือ ddCTP หรือ ddTTP หรือ ddGTP ถ้าต้องการให้ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่หยุดที่เบสใด แล้วนำปฏิกิริยาการสังเคราะห์ดีเอ็นเอสายใหม่ทั้ง 4 หลอดที่ได้มาแยกโดยวิธี electrophoresis บนช่องแยก 4 ช่อง แถบสีดำที่เกิดขึ้นที่ตำแหน่งล่างสุดของการทำ electrophoresis จะเป็นเบสตัวแรกของดีเอ็นเอที่ต้องการหาลำดับเบส อ่านลำดับเบสขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงบนสุดจะเป็นลำดับเบสของดีเอ็นเอที่สนใจ

ที่มา: สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. “การวิเคราะห์และตรวจสอบดีเอ็นเอที่โคลนได้” ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 145-161. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545.

Share
การค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโรคมาลาเรีย
Sep 25th, 2012 by tipparat 22 views

โรคมาลาเรียเป็นโรคที่สำคัญโรคหนึ่งในประเทศเขตร้อนหลายประเทศ เมื่อช่วงปีที่แล้วได้มีการค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนโรคมาลาเรีย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa