»
S
I
D
E
B
A
R
«
“CleanSpace One” ดาวเทียมเก็บกวาดขยะอวกาศ
Sep 19th, 2012 by Valaiporn Changkid 65 views

ขยะอวกาศ หรือ Space Junk คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและถูกทิ้งไว้ในวงโคจรรอบโลก เช่น ดาวเทียมที่หมดอายุและถูกปลดระวาง หรือดาวเทียมที่เสียหาย ชิ้นส่วนจรวดที่ผ่านการใช้งาน รวมถึงเศษวัสดุอื่นๆ อาทิ เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางอวกาศที่ล่องลอยเป็นขยะอยู่ในอวกาศซึ่งมีมากกว่า 5 แสนชิ้น ขยะอวกาศเหล่านี้โคจรรอบโลกด้วยความเร็ว 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วที่สามารถสร้างความเสียหายหรือทำลายดาวเทียมหรือยาวอวกาศได้ เนื่องจากการชนกับวัตถุในอวกาศและเมื่อชนกันแล้วก็จะก่อให้เกิดเศษซากเสียหายล่องลอยเป็นขยะในอวกาศเพิ่มขึ้นอีกมาก

สาเหตุหลักของการเกิดขยะอวกาศ

  • ชิ้นส่วนของจรวดที่ระเบิด หรือจรวดหลักที่บรรจุเชื้อเพลิงที่แยกตัวออกจากหัวจรวดนี้ก็อาจกลายเป็นขยะในอวกาศ
  • การปล่อยให้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในอวกาศของนักบินอวกาศที่ออกไปซ่อมแซมดาวเทียม หรือยานอวกาศด้านนอกแล้วเกิดพลาดพลั้งหลุดมือ ทำให้อุปกรณ์ซ่อมแซมนั้นล่องลอยอยู่ในวงโคจรของอวกาศ

ประเด็นเรื่องความเสี่ยงจากขยะอวกาศได้รับความสนใจจากสื่อและสาธารณชนเมื่อไม่นานมานี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับดาวเทียมสื่อสารของสหรัฐอเมริกาที่พุ่งชนกับดาวเทียมทางทหารที่หมดอายุการใช้งานแล้วของรัสเซีย จากการชนกันของดาวเทียมดังกล่าวทำให้ดาวเทียมทั้งสองแตกกระจายและทำให้เกิดขยะอวกาศเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยชิ้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งการชนกันระหว่างดาวเทียมกับขยะอวกาศเคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 7 ครั้ง

“เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวัง รวมทั้งศึกษาความเสี่ยงในการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนขยะอวกาศ” เป็นคำกล่าวของ “เคลาด์ นิโคลเลียร์ (Claude Nicollier) มนุษย์อวกาศและศาสตราจารย์ประจำ Swiss Federal Institute of Technology Lausanne (EPFL) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการสร้างดาวเทียมสำหรับเก็บกวาดขยะอวกาศ (CleanSpace One) เป็นเรื่องจำเป็น

นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสฯ ได้คิดแผนการส่งดาวเทียมชนิดพิเศษขึ้นไปในอวกาศเพื่อเก็บกวาดขยะ โดยดาวเทียมดังกล่าวนี้จะถูกส่งขึ้นไปในระยะเวลาอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ โดยภารกิจแรก คือ การเก็บกวาดซากดาวเทียมที่ไม่ใช้แล้วที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศตั้งแต่ปี 2009 – 2010 จากนั้นดาวเทียม CleanSpace One จะนำขยะอวกาศกลับลงมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกเพื่อทำลายต่อไป

แหล่งที่มา : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล. “Global Motion : ขยะอวกาศ ล้นอวกาศ?”. สารคดี. 28,330 ; 33 (สิงหาคม 2555).

ไพรัตน์ ยิ่มวิลัย. ขยะอวกาศ. [ออนไลน์ล]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.neutron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com_content&task=view&id=2328&Itemid=3&limit=1&limitstart=0. (วันที่ค้นข้อมูล 19 กันยายน 2555).

Share
ข้อควรรู้ของ “ประเทศสิงคโปร์”
Sep 16th, 2012 by Valaiporn Changkid 89 views

ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์

  • เมืองหลวง : สิงคโปร์
  • ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง ส่งเสริมให้พูดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้อังกฤษ เพื่อติดต่องานและชีวิตประจำวัน
  • ประชากร : ประกอบด้วยชาวจีน 76.5%, มาเลย์ 13.8%, อินเดีย 8.1%
  • นับถือศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นับถือศาสนา 25%
  • ระบบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิปดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

ข้อควรรู้

  • หน่วยราชการเปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น.-13.00 น. และ 14.00 น. – 16.30 น. และวันเสาร์ เปิดทำการระหว่างเวลา 08.00 น. – 13.00 น.
  • การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
  • การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต

แหล่งที่มา : องค์ความรู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน. ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ : http://www.thai-aec.com/what-national-in-aec. (วันที่ค้นข้อมูล 15 กันยายน 2555).

Share
ยาคลายเครียดไม่ช่วยแก้เครียด
Jul 19th, 2011 by kusa 136 views

ท่ามกลางภาวะกดดันทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม มีผู้ใช้ยาคลายเครียดกันอย่างแพร่หลาย  ผู้ป่วยที่มีปัญหาความเครียดมักแสดงออกด้วยอาการนานา ยกตัวอย่างเช่นนอนไม่หลับ ปวดศรีษะ หากแต่เมื่อได้รับยาคลายเครียดตามคำสั่งแพทย์แล้วอาการดังกล่าวอาจลดลงในระยะแรก หากก็กลับมาเป็นอีกในเวลาต่อมา Read the rest of this entry »

Share
หมวกกันน็อค
Jan 12th, 2011 by suthiwan 257 views

ในปี 2554  เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมใส่หมวกกันน็อคแบบ 100 %  เพื่อความปลอดภัยทางท้องถนน ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) เห็นชอบ โดยให้หน่วยงานราชการ องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองท้องถิ่น มีมาตรการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยด้วย   หมวกกันน็อคนั้นมีหลายแบบ รวมถึงวิธีการที่จะเลือกใช้หมวกกันน็อคด้วยว่าควรจะเลือกแบบไหนให้เหมาะสม

หมวกกันน็อคหรือหมวกนิรภัย (Helmet) มีลักษณะกลมคล้ายกระโหลก ผิวแข็งเรียบ ส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุพลาสติกชนิด ABS ขั้นตอนการผลิตมีการเติมสารลดการติดไฟเพื่อป้องกันการติดไฟของเปลือกหมวกกันน็อค การที่หมวกมีสีสรรที่เข้มสดหรือมีแถบสะท้อนแสงนั้นเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่ช่วยป้องกันอันตรายแก่ผู้สวมใส่ เช่น รองในหมวก กระบังหน้า สายรัดคาง แผ่นปิดหู แผ่นเปิดหลังและคอ เป็นต้น

Read the rest of this entry »

Share
โรคผิวหนัง
Oct 25th, 2010 by supaporn 112 views

โรคผิวหนัง เป็นโรคที่พบได้บ่อยตอนเกิดน้ำท่วม หรือหลังน้ำท่วม ที่พบบ่อย คือ บริเวณมือและเท้า  ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ประกาศข้อปฏิบัติในการดูแลผิวหนัง ดังนี้

  • ต้องพยายามทำให้มือและเท้าแห้งหลังจากแช่น้ำ  โดยทำความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งทั้งนิ้วมือและเท้า  โดยเฉพาะตามซอกนิ้วมือ  นิ้วเท้า  ตามซอกรักแร้  ซอกขา  ถ้าชื้นมาก   เช็ดแล้วเอาแป้งโรย อาจใช้แป้งเด็กหรือแป้งที่ใช้ทั่วไป
  • ถ้ากรณีแช่น้ำนาน ๆ  ผิวหนังเหี่ยว แสบ เนื่องจากน้ำทำให้เกิดผื่นระคายสัมผัส พวกนี้ใช้ครีมทั่ว ๆ ไป เช่นโลชั่นเด็ก  เบบี้ออย  น้ำมันมะกอก  ขี้ผึ้งวาสลิน  ทาวันละ 2 – 3 ครั้ง  ก็จะหายไป  ถ้าไม่หายให้ใช้ครีมแก้แพ้  ทาวันละ 2- 3 ครั้ง
  • หลังจากโดนน้ำนานหลายวัน ต่อมาเกิดมีขุยขาว คันที่ซอกนิ้วมือหรือนิ้วเท้า  แสดงว่ามีเชื้อราแทรกซ้อนเข้าไป  ก็ให้ใช้ยาทาประเภทขี้ผึ้ง  วิทฟิลท์ (Whitfield)  ทาซอกนิ้ววันละ 2 – 3 ครั้ง หรือยาฆ่าเชื้อราชนิดอื่น  ทาวันละ  2 ครั้ง   ถ้าไม่หายให้ไปพบแพทย์
  • ในรายที่มีอาการบวมแดง   เจ็บ  ตรงเนื้อรอบเล็บ  แสดงว่ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปที่โคนเล็บ   พวกนี้อาจใช้ยาพวกเบต้าดีน  ทาวันละ 2 ครั้ง     พร้อมทั้งรับประทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  แต่ถ้าขอบเล็บนูนแดง ไม่เจ็บแต่คันเล็กน้อย ก็แสดงว่าติดเชื้อรา  ให้ทายาฆ่าเชื้อรา วันละ 2 ครั้ง   แต่ต้องพยายามให้มือแห้งไม่โดนน้ำ เชื้อราจะหายไว
  • เมื่อแช่น้ำที่ท่วมหรือลงน้ำสกปรกแล้วมีอาการคันตามตัว ก็ให้อาบน้ำล้างสิ่งสกปรกออกก่อน การอาบน้ำก็สามารถช่วยลดอาการคัน   ถ้ายังคันก็ใช้ยาพวกคาลาไมน์ ทาตรงที่คัน วันละ 2 ครั้ง  พร้อมทั้งให้ยาแก้แพ้  เช่น  คลอเฟนนิลามีน  1 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมงจนกว่าจะหายคัน  แต่ต้องระวังยาแก้แพ้    จะทำให้เกิดอาการง่วงซึมขึ้นได้  ถ้าง่วงไม่ควรขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้       ถ้าอาการคันไม่หายควรไปพบแพทย์
  • หากที่ตัวแช่น้ำนาน ๆ หลายวัน  เกิดความชื้น  แล้วคันที่ซอกขามีผื่นวงแดงที่ซอกขา แสดงว่าเกิดโรคเชื้อราที่ซอกขา  ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า  สังคัง  ดังนั้นควรป้องกันการเกิดโรคที่ง่าย ๆ   คือ  ทุกครั้งที่ขึ้นจากน้ำควรล้างทำความสะอาดเช็ดซอกขาให้แห้ง  หรืออาจเอาแป้งโรยก็ได้  ก็จะป้องกันการเกิดเชื้อราได้   แต่ถ้าเกิดเป็นผื่นแดง เป็นวงที่ซอกขาแล้ว  ถ้าใช้ยาพวกวิทฟิลด์  หรือยาฆ่าเชื้อรา ทาวันละ 2 ครั้ง ถ้าไม่หายควรไปพบแพทย์
  • ในรายที่โดนไม้ขูด ข่วน เป็นแผลเล็กน้อยก็ให้ใช้น้ำยาเบต้าดีนทาวันละ 2 ครั้ง

บรรณานุกรม: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะแพทยศาสตร์. [2547]. การดูแลผิวหนัง. [ประกาศโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แนะนำการดูแลสุขภาพระยะหลังสถานการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ]

Share
โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรลิส)
Oct 25th, 2010 by supaporn 98 views

การลุยน้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งของการติดเชื้อโรคฉี่หนูได้ โรคนี้เป็นโรคที่คนติดเชื้อมาจากสัตว์ สัตว์นำโรคที่พบมาก คือ หนู โดยหนูที่มีเชื้อถ่ายปัสสาวะลงน้ำ ทำให้น้ำมีเชื้อปนเปื้อน แล้วคนได้รับเชื้อนี้ทางแผลที่ผิวหนัง

ผู้ที่รับเชื้อจะมีอาการอย่างไร ขึ้นอยู่กับชนิด และปริมาณของเชื้อ ภายหลังได้รับเชื้อ 2-26 วัน (โดยเฉลี่ย 10 วัน) คนที่ได้รับเชื้อจะมีอาการ คือ 1. มีไข้สูง ปวดหัว ปวดตามตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่อง บางคนบีบน่องแล้วจะเจ็บจนร้อง 2. มีไข้สูง และตาแดง หรือมีเลือดออกที่ตาขาว หรือมีตาเหลืองเป็นดีซ่าน 3. มีไข้สูงและถ่ายปัสสาวะออกน้อย หรือหอบ

ในการวินิจฉัยโรค ควรจะได้มีการสอบประวัติ และผู้ป่วยควรบอกแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับประวัติการลุยน้ำด้วย

ผู้ป่วยที่มีประวัติลุยน้ำ และมีอาการของการติดเชื้อ ขอให้ไปพบแพทย์ เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที แพทย์จะได้ให้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องและเหมาะสมโดยเร็ว และจะเป็นการช่วยลดความรุนแรงของโรค และป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคได้

ผู้ป่วยมีประวัติลุยน้ำ และมีไข้  โดยไม่มีอาการของเป็นหวัด มีน้ำมูก หรือไม่มีอุจจาระร่วง หรือไม่มีอาการ ปัสสาวะแสบขัดมาก่อน ขอให้พาผู้ป่วยไปรับการรักษาจากแพทย์ และถ้าผู้ป่วยมีไข้ ตาเหลืองเป็นดีซ่าน ถ่ายปัสสาวะออกน้อย หรือหอบ   ขอให้รีบพาผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที

บรรณานุกรม. ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล. 2547.โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรสิส). [ประกาศโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แนะนำการดูแลสุขภาพระยะหลังสถานการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ].

Share
รองเท้า boot ทำเองลุยน้ำ
Oct 25th, 2010 by supaporn 171 views

ในสภาวะน้ำท่วม รองเท้า boot เป็นสิ่งจำเป็นในการลุยน้ำ เพราะคงไม่อยากเกิดเป็นโรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรสิส ซึ่งมักจะเกิดจากการลุยน้ำตอนน้ำลด เนื่องจากจะมีการมารวมกันของความสกปรกและเชื้อโรคในน้ำที่ขังอยู่ การใช้รองเท้าหรือถุงพลาสติกหุ้ม หรือ ใส่ขายาว ใส่ถุงพลาสติกครอบและสวมรองเท้าผ้าใบทับ อาจจะเป็นการประยุกต์ใช้แทนรองเท้า boot ได้ในเบื้องต้น  และควรเน้นตอนล้างทำความสะอาดบ้านและตอนลุยน้ำตอนช่วงน้ำลด

Share
น้ำดื่มที่ปลอดภัยในระหว่างประสบภัยธรรมชาติ
Oct 25th, 2010 by supaporn 72 views

ในระหว่างประสบวิกฤตภัยธรรมชาติ การดื่มน้ำที่ปลอดภัยเป็นมาตรการทางสุขภาพที่สำคัญ แต่ในสภาวะการณ์แบบนั้น จะสามารถหาน้ำดื่มที่ปลอดภัยได้อย่างไร เรื่องนี้มีงานวิจัยพิสูจน์แล้ว โดยนานาชาติว่าได้ผลและเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก สามารถดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ http://www.searo.who.int/en/section23/section1108/info-kit/SODIS_Manual_med.pdf

Share
ข้างขึ้นข้างแรม
Oct 25th, 2009 by Valaiporn Changkid 666 views

น้องๆ หนูๆ รู้หรือไม่ว่าเรามีวิธีดูข้างขึ้นข้างแรมโดยไม่ีต้องอ่านจากปฏิทินทำได้ง่ายๆ แค่นิดเดียวเอง…. พี่ชบาจะพาดูนะคะ
วิธีการดูก็ง่ายๆ ค่ะ เพียงแค่เรารู้ว่าทิศตะวันออกอยู่ด้า่นไหน แล้วแหงนหน้าขึ้นมองดูดวงจันทร์ หากส่วนที่เป็นด้านมืด (ไม่ว่าจะแหว่งเป็นเสี้ยว หรือปูดนูนออกมาก็ตาม) หันไปทางทิศตะวันออกแสดงว่าเป็นเวลาข้างขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากส่วนที่เป็นด้านมืดของดวงวจันทร์หันไปทางทิศตะวันตก ก็แสดงว่าเป็นช่วงเวลาข้างแรม นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตได้อีกว่าขึ้นกี่ค่ำหรือว่าแรมกี่ค่ำ โดยกะประมาณจากส่วนเว้าหรือแหว่งของดวงจันทร์

  • ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง คือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ
  • ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง คือ ขึ้น ๗-๘ ค่ำ หรือแรม ๗-๘ ค่ำ
  • ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวประมาณ ๑ ใน ๔ ดวง คือ ขึ้น ๓-๔ ค่ำ หรือแรม ๑๑-๑๒ ค่ำ
  • ดวงจันทร์มืดเต็มดวง คือ แรม ๑๕ ค่ำ

เป็นไงคะ ไม่ยากใช่ไหมเอ่ยกับการสังเกตข้างขึ้นข้างแรม ยังไงคืนนี้ถ้าฟ้าเปิดก็ชวนคุณพ่อคุณแม่มานอนดูดวงจันทร์และทายกันสิคะว่าวันนี้เป็นข้างขึ้นหรือข้างแรม…..

Share
ยุคเดียวกันป่ะ !!!!! อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้
May 31st, 2009 by Courseware2u 422 views

ลองอ่านและกลับมาลองตัวเองสิครับ ว่า “ยุคเดียวกันป่ะ” ได้รับจากการส่งต่อในอีเมล์

  1. คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้เล่นมอญซ่อนผ้า กระโดดยาง รีรีข้าวสาร เป่ากบ ฯลฯ โดยไม่ต้องไปหาดูตามงานวัดหริองานแสดงศิลปวัฒนธรรม
  2. คุณเกิดมาร้องเพลง ขอมอบดอกไม้ในสวน ได้ทัน ในยุคที่พี่แจ้ นกแล นิธิทัศน์ ยังดัง และเมื่อโตขึ้น คุณยังไม่แก่เกินไปที่จะฟัง D2B
  3. คุณได้เห็นคาราบาวยุคก่อนประวัติศาสตร์ เฟื่องฟู และเสื่อมถอย Read the rest of this entry »
Share
ข่าวดีมาฝากสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปสุวรรณภูิมิ
Mar 3rd, 2009 by boonkiat 1,648 views

การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิโดยรถไฟฟ้า (เริ่ม 12 ส.ค.52) นับเป็นวันที่ต้องจดจำอีกหนึ่งวันสำหรับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ หวังว่าคงไม่มีปัญหาตามมาเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิที่มีแต่ปัญหาจนถึงปัจจุบัน   เข้าเรื่องดีกว่าในการเดินทางของรถไฟฟ้าสำหรับไปสุวรรณภูมินี้มีการเดินทาง 2 ชนิด ได้แก่

1. รถแบบ City Line สำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบเพราะจะจอดรับผู้โดยสารที่สถานีระหว่างทาง ทั้งหมด 8 สถานี (มี 8 สถานที่พอดี) โดยที่ 1 ขบวน จะมี 3 โบกี้ รถไฟฟ้าจะวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จอดส่งสถานีละ 30 วินาที ใช้เวลาถึงปลายทางไม่เกิน 30 นาที อัตราค่าบริการ เริ่มต้นที่ 30 บาท ตลอดสายไม่เกิน 50 บาท ราคาก็กำลังดีดีกว่านั่งแท็กซี่อีกที่บ้างทีบอกไปสุวรรณภูมิ ก็รีบปฏิเสธกันเลย หรือไม่ก็ให้คิดราคาเหมา แบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับผู้บริโภคคุณว่าจริงไหม มาดูแบบที่ 2 กันต่อดีกว่า
2. รถไฟฟ้าแบบ Express  สำหรับผู้ที่เร่ิงรีบและชอบความเร็ว แต่ไม่มากนะ โดยรถไฟฟ้าแบบนี้จะวิ่งออกจากสถานีมักกะสัน ไปยังสถานีสุวรรณภูมิไม่จอดรับผู้โดยสารระหว่างทาง 1 ขบวนมี 4 โบกี้ โดยเป็นโบกี้สำหรับผู้โดยสาร 3 โบกี้ โดย 1 โบกี้จะจุผู้โดยสาร 170 ที่นั่ง ส่วนโบกี้ที่ 4 จะใช้สำหรับบรรจุกระเป๋าสัมภาระ ในขบวนรถจะมีห้องน้ำบริการ 1 ห้อง ให้บริการระหว่าง 05.00-01.00 น. รถวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 103 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงที่หมายภายใน 15 นาที ค่าโดยสายจัดเก็บที่ 150 บาท แต่ต้องบอกก่อนนะครับต้องขึ้นที่มักกะสันเท่านั้นไม่มีที่สถานีพญาไท ราคาก็น่าจะเหมาะสมสำหรับเวลาที่เร็วขึ้น 15 นาที

Read the rest of this entry »

Share
Another day of Barack Obama
Jan 20th, 2009 by praditta 516 views

STKS friend, Khun Lapapan from Unesco-Bangkok shares this video for everyone.Thanks.

http://www.flixxy.com/presidents-morphing.htm

Share
Open Access and Opening Access
Jan 8th, 2009 by praditta 674 views

Interesting to having read Supaporn’s article on “Software Eprint” developed by UK southampton team, and I recalled a mail from old friend Peter Ballentyne. Peter mentioned open access and opening access wondering if Thai researchers are aware of opening more research results to public and whether research information in Thailand become open access. Our initiative on Thai Research database has been operated but seems to be rather inactive in terms of updated information. Discussion on the new implementation such as Eprint will shed lights on the pregress of Thai research database.

Share
ภัยจากนามบัตร
Dec 22nd, 2008 by boonkiat 611 views

เฮ้อ…เรื่องพรรค์นี้ก็มีด้วย…สังคมไทย ไม่น่าเชื่อ

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้หญิงคนนั้นก็รับมาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่า

ชายคนนั้นขับรถตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่างและตระหนักว่า กลิ่นนั้นมาจากมือของเธอเองซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น

เธอตัดสินใจขับรถ และกดแตร ดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป

ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติควบคุมตนเองไม่ได้แล้วเจ้าตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเราโดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า

ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ  !!!! หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา

Share
Universal Declaration of Human Rights
Dec 15th, 2008 by praditta 536 views

วันที่ 10 ธันวาคม 2551 คือวันครบรอบ60ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อ่านรายละเอียดของสิทธิเสรีภาพของการดำรงชีวิตของประชาคมโลก ได้จากเว็บไซท์นี้ http://www.unhchr.ch/udhr/lang/eng.htm

Share
»  Substance: WordPress   »  Style: Ahren Ahimsa