เฟซบุ๊ก เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดนิยมของต้นๆ ของโลก ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนเกือบ 950 ล้านชีวิต ได้ประกาศเปิดเว็บไซต์ใหม่ในชื่อ ‘เฟซบุ๊ก สตอรีส์’ (Facebook Stories) หรือ FacebookStories.com สำหรับรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ เอาไว้ในลักษณะเดียวกับนิตยสาร โดยในแต่ละเดือนจะมีการคิดธีมขึ้นและเปิดพื้นที่เสนอเรื่องราวที่สอดคล้องกัน
Read the rest of this entry »
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า มีผู้ใช้บริการของ “เฟซบุ๊ก” สื่อสังคมออนไลน์ในกรุงเพทฯมากกว่าเมืองอื่นๆ ในโลก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเมื่อตรวจสอบเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลก
ห้องสมุดดำเนินการไปโดยผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมากในช่วง นับพันปีก่อนถึงศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีเว็บ ได้ส่งผลกระทบต่อห้องสมุดทั้งทางตรงและทางอ้อม การใช้เว็บไซต์เพื่อการให้บริการผู้ใช้และสื่อสารประชาสัมพันธ์ห้องสมุดออก สู่สาธารณชนเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดี แต่ก็สามารถทำได้ตามเทคโนโลยีเว็บที่มีอยู่ เมื่อเว็บ 2.0 ซึ่งเป็นแนวคิดของ Tim O’Reilly เข้ามามีบทบาทในวงการต่าง ๆ มากขึ้น ห้องสมุดคงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะหันมามองเว็บ 2.0 ว่าจะประยุกต์เครื่องมือใดมาปรับใช้กับกิจกรรมของห้องสมุดได้บ้าง ทั้งในส่วนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานและในส่วนที่อำนวยช่องทางให้ผู้ใช้เข้ามา ร่วมกิจกรรมกับห้องสมุด ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางแก่ห้องสมุดที่สนใจนำแนวคิด Library 2.0 สู่การปฏิบัติ บทความนี้จะกล่าวถึงที่มาของ Library 2.0 เว็บ 2.0 บทบาทและผลกระทบของห้องสมุด การประยุกต์ใช้เครื่องมือเว็บ 2.0 และความเป็นไปได้ในบริบทของไทย คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ตัวอย่างบริการเสริมของ OPAC ด้วยการใหับริการการเขียนรายการอ้างอิงผ่านระบบ OPAC ของห้องสมุด Longwood University / Greenwood Library
เมื่อคลิกที่ Cite this ระบบจะแสดงรายการอ้างอิงจากหลายๆ ค่าย ทั้งของ APA, Chicago, Harvard, MLA, และ Turabain ของรายการหนังสือที่สืบค้นให้
ที่่ห้องสมุด Plymouth State University เสริมการบริการสืบค้นผ่าน OPAC ของห้องสมุดด้วยการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือ นับเป็นบริการเสริมที่น่าติดตามทีเดียว
เมื่อคลิก Text this to your cell phone จะมีช่องให้กรอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่ต้องการส่งข้อความที่สืบค้นได้เข้าโทรศัพท์มือถือ
OPAC ของห้องสมุดหลายแห่ง มีการเปิดช่องทางให้ผู้ใช้เข้ามากำหนด tag และให้คะแนน รวมทั้งคำวิจารณ์หนังสือ ตัวอย่าง เช่น ห้องสมุดในเครือข่าย GMILCS (http://www.gmilcs.org/libraries.asp) น่าสนใจทีเดียวค่ะ
ขณะที่ห้องสมุดใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ด้วยการใช้ Blog หรือ Social network อื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วมกับระบบห้องสมุดนั้น ในส่วนของการวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ก็ได้มีการนำเว็บ 2.0 มาผนวกกับ OPAC หรือ Online Public Access Catalogs (พูดภาษาง่ายๆ ก็เป็นหน้าจอการสืบค้นที่ผู้ใช้ค้นหาหนังสือในห้องสมุด แล้วก็แสดงรายการของหนังสือออกมานั่นแหละ) โดยเฉพาะในส่วนของหัวเรื่อง ซึ่งบรรณารักษ์จะมีกำหนดหัวเรื่องตามคู่มือของหัวเรื่อง ซึ่งก็ไม่ค่อยจะตรงกับคำที่ผู้ใช้ ใช้เป็นคำค้น จึงมีความพยายามที่จะให้หัวเรื่องเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับคำที่ผู้ใช้สืบค้น เพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Wisdom of the Crowd เพื่อเพิ่มความสามารถและคุณค่าของ OPAC
SOPAC จึงเหมาะสำหรับที่จะนำ social media และเทคโนโลยีเว็บ 2.0 มาผนวกกับการลงรายการของห้องสมุด (Library Catalog) SOPAC ได้รับการพัฒนาโดย John Blyberg ปัจจุบันเป็น Head of Technology and Digital Initiatives แห่ง Darien Library รัฐคอนเนคติกัต เวอร์ชั่นแรกของ SOPAC เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2007 และในปี ค.ศ. 2009 ได้รับรางวัล ALA 2009 LITA/Brett Bulter Entrepreneurship Award
SOPAC นั้น เป็นระบบที่ใช้ Drupal เข้ามาบูรณาการกับระบบการลงรายการของห้องสมุด ซึ่งทำให้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถที่จะเข้ามากำหนดคำ (tag) ให้คะแนน (rate) วิจารณ์หนังสือ (review) และสิ่งที่ผู้ใช้ใส่เข้าไปจะถูกนำไปใช้จริงกับระบบห้องสมุด นอกจากฟังก์ชั่นการทำงานข้างต้นที่ผู้ใช้สามารถเข้ามาทำงานร่วมกับระบบห้องสมุดแล้ว ยังมีการรวม Locum และ Insurge โดย Locum เป็นซอฟต์แวร์ของห้องสมุดที่เขียนด้วย PHP ที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการติดต่อระหว่าง ILS และ PHP ทำให้ช่วยให้ค้นหาบรรณานุกรมและสามารถปรับ interface ในการค้นหาฉบับเต็มด้วย Sphinx อีกด้วย
LTFL หรือ Libraries using LibraryThing for Libraries เป็นกลุ่มห้องสมุดที่ใช้ LibraryThing เพิ่มเข้ามาในระบบ OPAC ทำให้ระบบ OPAC มีลูกเล่นมากขึ้น ตอนนี้มี 3 ลูกเล่น แบ่งเป็น CE RE SB CE (Catalog Enhancements) มีการเพิ่ม Tag ที่ผู้ใช้ add เข้าไปและเชื่อมโยงไปถึงหนังสือที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กัน
RE (Reviews Enhancements) เพิ่มการวิจารณ์หนังสือแต่ละเล่มเข้าไป และมีการให้คะแนน หรือให้จำนวนดาวของหนังสือเข้าไปด้วย
SB (Shelf Browse Enhancement) มีการเรียกดูรายการหนังสือแบบ Virtual Shelf น่าดึงดูดใจทีเดียว
เข้าไปศึกษาดูตัวอย่างดังกล่าวได้ที่ http://www.librarything.com/wiki/index.php/LTFL:Libraries_using_LibraryThing_for_Libraries นะคะ จะเห็นว่า Library 2.0 เข้าไปอยู่ในส่วนของ Cataloging ของห้องสมุดของคุณได้ชัดเจนทีเดียวค่ะ
ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ได้กรุณามาเล่าเรื่อง การจัดการห้องสมุด แนวโน้มต่างๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนไปให้ฟังแบบเบาสมอง สั้นๆ 4 ประเด็น
เมื่อศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ศวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดประชุมวิชาการประจำปี ศวท. ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2553 โดยมีหัวข้อในการจัดงานครั้งนี้ คือ New Trends in Library and Information Management จึงได้พยายามรวบรวมเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว เพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจ เรื่องหนึ่งที่ขุดๆ ขึ้นมาได้และน่าสนใจ ก็คือ 10 Social Networking in Libraries Trends for 2010 ที่กล่าวถึง Social network ในปี 2010 ว่ามีแนวโน้มดังนี้
American Productivity and Quality Center หรือ APQC พบว่า นายจ้างต้องการหาระบบที่มีลักษณะและหน้าที่การทำงานเหมือนกับระบบเครือข่ายสังคมแบบภายนอกที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เช่น Facebook หรือบริการอื่นๆ เช่น Linkedln ให้กับลูกจ้างได้ใช้กันภายในองค์กร แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่อง การใช้งานภายในมีเป็นจำนวนมาก ข้อจำกัดของโปรแกรมที่ให้ใช้ รวมทั้ง นโยบายของบริษัทไม่เอื้อต่อการให้เสรีกับลูกจ้างในการใช้เท่าใดนัก APQC จึงเป็นผู้นำในกลุ่มภาคีในการประยุกต์ใช้โปรแกรมต่างๆ โดยการเข้าเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำที่มีการนำ Web 2.0 มาใช้ ได้แก่ บริษัท Accenture, Hewlett-Packard, Royal Dutch Shell plc., Sieman AG และ U.S Department of State บทความสรุปหาอ่านได้ที่http://www.stks.or.th/web
STKS Knowledge Party
ลองฝึกหัดเครื่องมือเหล่านี้ดู เป็นประโยชน์กับห้องสมุดของคุณอย่างแน่นอน
ลองเข้าไปดู Feed เหล่านี้นะคะ แล้วอาจจะเห็นว่าห้องสมุดอื่นๆ เค้าใช้ Twitter กันอย่างครึกโครมอย่างไรกันบ้าง
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ห้องสมุดสามารถใช้ Twitter มาเอื้อต่อกิจกรรมของห้องสมุด ก็คือ การอภิปราย การโต้ตอบกับผู้ใช้ การสื่อสาร โดยการ